ครม. ไฟเขียว ปฏิรูปกฎหมายธุรกิจต่างด้าว เพิ่มโอกาสเศรษฐกิจไทย

/
/
/
ครม. ไฟเขียว ปฏิรูปกฎหมายธุรกิจต่างด้าว เพิ่มโอกาสเศรษฐกิจไทย

ครม. ไฟเขียว: เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการของร่างพระราชกฤษฎีกาและร่างกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เพื่อปรับปรุงประเภทธุรกิจที่คนต่างด้าวสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องขออนุญาตตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนและอำนวยความสะดวกในการลงทุน เพื่อให้สอดรับกับบริบทเศรษฐกิจโลกในยุคปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลโดยนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจที่ถูกต้องว่า การปรับปรุงกฎหมายในครั้งนี้ “ไม่ใช่การเปิดเสรีให้คนต่างด้าวทำธุรกิจโดยไร้การกำกับดูแล” ตามที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อน แต่เป็นการมุ่งเน้นกลุ่มธุรกิจที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง หรือกลุ่มธุรกิจที่มีกฎหมายเฉพาะและหน่วยงานของรัฐกำกับดูแลอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว เพื่อลดความซ้ำซ้อนของขั้นตอนทางธุรการ

ธุรกิจที่ได้รับยกเว้นและกลไกการกำกับดูแล ภายใต้ร่างกฎหมายใหม่ มีธุรกิจรวม 8 ประเภทที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขออนุญาตเพิ่มเติม เนื่องจากมีหน่วยงานเฉพาะคอยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เช่น ธุรกิจโทรคมนาคม (กำกับโดย กสทช.), ธุรกิจศูนย์บริหารเงิน (กำกับโดยธนาคารแห่งประเทศไทย), ธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (กำกับโดย ก.ล.ต.) และ ธุรกิจขุดเจาะปิโตรเลียม (กำกับโดยหน่วยงานด้านพลังงาน)

นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงบริการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล ไอที และการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าในศูนย์ซื้อขายที่มีการส่งมอบสินค้าจริงในคลังสินค้าที่กำหนด

ยุทธศาสตร์ 5 ประการสู่การเป็นศูนย์กลางภูมิภาค การปรับปรุงระเบียบครั้งนี้มีเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจน 5 ประการ คือ 1) ลดภาระขั้นตอนขออนุญาตที่ไม่จำเป็น 2) เพิ่มการแข่งขันที่โปร่งใส 3) ดึงดูดเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญระดับสูง 4) ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจระดับภูมิภาค และ 5) สร้างประโยชน์ต่อการจ้างงานและระบบเศรษฐกิจในภาพรวม

การคุ้มครองผู้ประกอบการไทย รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลระหว่างการดึงดูดการลงทุนและการดูแลผู้ประกอบการภายในประเทศ โดยได้ตัดสินใจตัด “ธุรกิจพัฒนาซอฟต์แวร์” ออกจากร่างกฎกระทรวง เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่ออุตสาหกรรมดิจิทัลของไทย เพื่อให้มั่นใจว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะไม่กระทบต่อศักยภาพการแข่งขันของคนไทย

มติ ครม. ครั้งนี้เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยยังคงยึดถือผลประโยชน์ของประเทศและความมั่นคงทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ ไม่ใช่การปล่อยเสรีโดยไร้การควบคุมแต่อย่างใด

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital