ของแพงรับซัมเมอร์ ! เงินเฟ้อทะยาน 2.89% ผักสด-อาหารพุ่งตามต้นทุน

/
/
/
ของแพงรับซัมเมอร์ ! เงินเฟ้อทะยาน 2.89% ผักสด-อาหารพุ่งตามต้นทุน

ของแพงรับซัมเมอร์ ! สถานการณ์ค่าครองชีพของคนไทยกำลังเผชิญกับบททดสอบอีกครั้ง เมื่อสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ออกมาเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป หรือ “อัตราเงินเฟ้อ” ประจำเดือนเมษายน 2569 ที่ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นถึง 2.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ตัวเลขที่เร่งตัวขึ้นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง แต่เป็นผลพวงจาก “วิกฤตซ้อนวิกฤต” ทั้งจากนอกประเทศและสภาพอากาศในประเทศที่เข้ามากระทบกระเป๋าเงินของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

น้ำมันแพง-อากาศร้อนจัด: สองแรงบวกดันค่าครองชีพพุ่ง

สาเหตุหลักที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อในเดือนเมษายนดีดตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มาจากวิกฤตความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยังคงยืดเยื้อ ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก และกดดันให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงขายปลีกในประเทศต้องปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย เมื่อต้นทุนพลังงานพุ่งสูง โดมิโนตัวต่อไปที่ล้มตามคือ “ค่าโดยสารสาธารณะ” ที่ต้องปรับราคาขึ้นแทบทุกประเภท ตั้งแต่ค่าเครื่องบิน รถตู้ รถประจำทาง ไปจนถึงค่ารถรับส่งนักเรียน

ในขณะเดียวกัน ปัจจัยภายในประเทศอย่างสภาพอากาศที่ร้อนจัดทะลุปรอท ก็เข้ามาซ้ำเติมในฝั่งของภาคการเกษตร ภัยแล้งและความร้อนส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง โดยเฉพาะกลุ่ม “ผักสด” เช่น มะนาว ถั่วฝักยาว และผักกาดขาว ที่ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ต้นทุนอาหารสัตว์และค่าขนส่งที่แพงขึ้นยังดันให้ราคาเนื้อสัตว์อย่างหมูและไก่ปรับตัวสูงขึ้น บีบให้ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องผลักภาระต้นทุนบางส่วนไปยังผู้บริโภคผ่านราคาอาหารสำเร็จรูปที่แพงขึ้น

มองมุมกลับ: เงินเฟ้อไทยยังต่ำเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน

แม้ตัวเลข 2.89% จะดูน่าตกใจ แต่หากมองลึกลงไปในรายละเอียด จะพบว่ายังมีสินค้าหลายกลุ่มที่ราคาปรับลดลงและช่วยพยุงค่าครองชีพไว้ได้บ้าง เช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ค่าห้องพักโรงแรม ผลไม้ตามฤดูกาลบางชนิด และที่สำคัญคือ “ค่ากระแสไฟฟ้า”

เมื่อนำอัตราเงินเฟ้อของไทยไปเปรียบเทียบกับเวทีโลก (อ้างอิงข้อมูลล่าสุดเดือนมีนาคม) จะพบว่าสถานการณ์ของไทยไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด โดยอัตราเงินเฟ้อของไทยยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ คือต่ำเป็นอันดับ 9 จาก 140 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก และที่สำคัญคือ ต่ำเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มประเทศอาเซียน รองจากบรูไนเท่านั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าโครงสร้างราคาสินค้าของไทยยังมีเสถียรภาพพอสมควรเมื่อเทียบกับประเทศคู่ค้า

จับตาทิศทางเดือน พ.ค. และมาตรการลดผลกระทบจากภาครัฐ

สำหรับแนวโน้มในเดือนพฤษภาคม สนค. คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในแดนบวกอย่างต่อเนื่อง แรงกดดันจากราคาน้ำมันแพงและต้นทุนวัตถุดิบที่ผู้ประกอบการรายใหญ่เตรียมส่งผ่านไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภค จะยังคงเป็นโจทย์ท้าทายสำคัญ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและได้เตรียม “เบาะรองรับ” เพื่อบรรเทาภาระให้กับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการสานต่อโครงการ “ไทยช่วยไทย” และไฮไลต์สำคัญคือการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ในเดือนมิถุนายน ที่จะตรึงราคาสำหรับผู้ใช้ 200 หน่วยแรก ในอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยสำคัญในการดึงรั้งไม่ให้เงินเฟ้อพุ่งทะยานจนเกินควบคุม

ท้ายที่สุด กระทรวงพาณิชย์ยังคงแสดงความมั่นใจด้วยการคงตัวเลขคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อตลอดทั้งปี 2569 ไว้ที่ 1.5 – 2.5% (ค่ากลาง 2.0%) ซึ่งเป็นระดับที่เอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและอยู่ในกรอบเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ การรักษาความสมดุลระหว่างการปล่อยให้กลไกราคาทำงานตามต้นทุนที่แท้จริง กับการเข้าไปแทรกแซงเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง จึงเป็นศิลปะขั้นสูงที่รัฐบาลต้องบริหารจัดการให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปให้ได้

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital