เรียนรู้วิธีใช้ AI อย่างชาญฉลาด

/
/
/
เรียนรู้วิธีใช้ AI อย่างชาญฉลาด

เมื่อ AI รู้เยอะเกินไป: ภัยเงียบจากการ “ป้อนข้อมูล” ที่คุณอาจไม่รู้ตัว

ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กลายเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยช่วยคิดและวิเคราะห์งาน หลายคนอาจกำลังมอบ “กุญแจสำคัญ” ให้กับระบบอัจฉริยะเหล่านี้โดยไม่รู้ตัว เพียงเพราะความสะดวกสบาย แต่ความฉลาดล้ำเลิศของ AI นั้นมาพร้อมกับความเสี่ยงเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัวที่ไม่ควรมองข้าม

ดาบสองคมของการให้ข้อมูล

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือการคิดว่าข้อมูลที่เราป้อนเข้าสู่ระบบ AI จะถูกเก็บเป็นความลับ แต่ในความเป็นจริง ระบบเหล่านี้เรียนรู้และจดจำจากข้อมูลที่เราป้อนเข้าไป หากเรานำข้อมูลความลับขององค์กร ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า หรือตัวเลขทางบัญชีที่สำคัญใส่ลงไปเพื่อให้ช่วยวิเคราะห์ ย่อมมีความเสี่ยงที่ข้อมูลเหล่านั้นจะรั่วไหล และอาจรุนแรงถึงขั้นผิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ซึ่งมีโทษทางกฎหมายที่ชัดเจน

ทางออกคือศิลปะการ “หลอกถาม”

หากจำเป็นต้องใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน วิธีการป้องกันตัวเองที่ดีที่สุดคือการใช้เทคนิคการแทนที่ข้อมูลจริงด้วยรหัส ตัวอย่างเช่น หากต้องการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าชื่อ “คุณสมชาย” ให้เปลี่ยนเป็น “นายเอ” หรือรหัส “M01” แทน เพื่อให้ AI ประมวลผลจากบริบทและตัวเลขโดยไม่สามารถระบุตัวตนที่แท้จริงของเจ้าของข้อมูลได้ วิธีนี้เปรียบเสมือนการตัดตอนข้อมูลสำคัญออกจากระบบเพื่อป้องกันความเสี่ยงหากข้อมูลเกิดการรั่วไหลในอนาคต

AI จดจำคุณได้ดีกว่าที่คุณคิด

สิ่งที่น่าตระหนักคือ AI มีความจำระยะยาว หากมีการใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน ระบบจะเริ่มจดจำพฤติกรรม วิธีการคิด หรือแม้แต่เรื่องราวส่วนตัวที่เคยปรึกษา จนสามารถระบุจุดอ่อนหรือลักษณะนิสัยของผู้ใช้ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งในมุมหนึ่งคือความสะดวก แต่ในอีกมุมหนึ่งคือการเปิดเผยตัวตนในโลกดิจิทัลอย่างหมดเปลือก

ภัยจากภาพและเสียง: เมื่อตัวตนถูกโคลนได้

นอกจากข้อความแล้ว รูปภาพและเสียงบนโลกโซเชียลมีเดียยังเป็นอีกหนึ่งช่องโหว่ ในปัจจุบันเทคโนโลยี Deepfake พัฒนาไปไกลจนสามารถสร้างภาพและเสียงเลียนแบบบุคคลได้แนบเนียน มิจฉาชีพอาจนำภาพถ่ายหรือคลิปเสียงที่โพสต์สาธารณะไปสร้างตัวตนปลอมเพื่อหลอกลวงผู้อื่น หรือแม้แต่การโพสต์ภาพไลฟ์สไตล์แบบเรียลไทม์ เช่น การเช็คอินเที่ยวต่างจังหวัด ก็เปรียบเสมือนการประกาศให้มิจฉาชีพรู้ว่า “บ้านนี้ไม่มีคนอยู่”

เกราะป้องกันที่ดีที่สุด

หลักการสำคัญในการอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีคือการตั้งโจทย์ว่า “ข้อมูลทุกอย่างที่ป้อนเข้าสู่ระบบดิจิทัลมีโอกาสหลุดรอดออกไปได้เสมอ” การตระหนักรู้เช่นนี้จะช่วยให้เกิดความระมัดระวัง ไม่ป้อนรหัสผ่าน ข้อมูลบัตรเครดิต หรือข้อมูลชี้เฉพาะบุคคลลงไปในระบบสาธารณะ รวมถึงการมีสติในการโพสต์เรื่องราวลงบนโซเชียลมีเดีย เพราะในโลกยุคดิจิทัล ข้อมูลคือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่ต้องปกป้องด้วยตนเอง

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital