ไทยเตรียมเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท ยกระดับการท่องเที่ยว

/
/
/
/
ไทยเตรียมเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท ยกระดับการท่องเที่ยว

ไทยเตรียมเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท ยกระดับการท่องเที่ยว

ค่าเหยียบแผ่นดิน: การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยมาอย่างยาวนาน สร้างรายได้มหาศาลให้ประเทศอย่างต่อเนื่อง และเมื่อไม่นานมานี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ประกาศแผนจัดเก็บค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือที่เรียกกันว่า “ค่าเหยียบแผ่นดิน” ในอัตราคนละ 450 บาท โดยตั้งเป้าเริ่มดำเนินการตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีหน้า คาดว่าจะสร้างรายได้เพิ่มให้ประเทศอย่างน้อยราว 8,000 ล้านบาท ซึ่งจะถูกนำไปยกระดับการท่องเที่ยวในระยะยาว

ช่องทางจัดเก็บและเสียงจากประชาชน

ขณะนี้กระทรวงยังอยู่ระหว่างพิจารณารูปแบบการจัดเก็บที่เหมาะสมที่สุด โดยเน้นความสะดวกของนักท่องเที่ยวและความถูกต้องในการตรวจสอบ ตัวเลือกที่อยู่บนโต๊ะมีหลายทาง ได้แก่ การรวมค่าธรรมเนียมไว้ในราคาตั๋วเครื่องบิน การชำระผ่านแอปพลิเคชัน การชำระผ่านเว็บไซต์ และการให้บริการผ่านตู้คีออสก์

ก่อนหน้านี้ ภาครัฐได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเป็นเวลา 35 วัน ผลปรากฏว่ามากกว่าร้อยละ 80 เห็นด้วยกับอัตรา 450 บาท และมีบางส่วนเสนอให้จัดเก็บสูงกว่านี้ด้วยซ้ำ เหตุผลสำคัญคือ ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาปีละหลายสิบล้านคน เงินจำนวนไม่มากต่อหัวจึงรวมกันเป็นกองทุนก้อนใหญ่ได้

เงินก้อนนี้จะไปอยู่ที่ไหน

คำถามที่สำคัญที่สุดคือ รายได้อย่างน้อย 8,000 ล้านบาทจะถูกใช้อย่างไร แนวทางของกระทรวงมีสองด้านหลัก

ด้านแรกคือการจัดทำระบบประกันภัยสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทาง และที่สำคัญคือลดภาระค่าใช้จ่ายของระบบสาธารณสุขไทยเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพราะค่ารักษาพยาบาลของผู้ป่วยต่างชาติที่ไม่มีประกันมักตกเป็นภาระของโรงพยาบาลและระบบสาธารณสุข

ด้านที่สองคือการพัฒนาระบบความปลอดภัย ยกระดับศักยภาพและการปฏิบัติงานของตำรวจท่องเที่ยว รวมถึงปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกในแหล่งท่องเที่ยว ทั้งนี้ ความปลอดภัยและความสะดวกสบายเป็นปัจจัยหลักที่นักท่องเที่ยวใช้ตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทาง การลงทุนในสองเรื่องนี้จึงเท่ากับการลงทุนเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

มองในเชิงเศรษฐศาสตร์

หากมองในมุมเศรษฐศาสตร์ นโยบายนี้ไม่ใช่เพียงการเก็บเงินเพิ่มจากผู้มาเยือน แต่คือการนำเงินจากผู้ที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งอำนวยความสะดวกของประเทศ กลับมาหมุนเวียนเพื่อดูแลและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวโดยตรง ซึ่งสอดคล้องกับหลักการ “ผู้ใช้เป็นผู้จ่าย”

อย่าลืมว่าการท่องเที่ยวไม่ได้สร้างรายได้เฉพาะสายการบินและโรงแรม แต่ยังกระจายไปสู่ร้านอาหาร ยานพาหนะรับจ้าง ร้านค้าในชุมชน และธุรกิจท้องถิ่นอีกมากมาย การรักษาคุณภาพของระบบนิเวศการท่องเที่ยวทั้งระบบจึงเป็นประโยชน์ในวงกว้าง ไม่ใช่เฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่

ความโปร่งใสคือบททดสอบสำคัญ

โจทย์ใหญ่ที่สุดของนโยบายนี้ไม่ใช่การจัดเก็บ แต่คือการบริหารเงินอย่างโปร่งใสและคุ้มค่า หากนักท่องเที่ยวจ่าย 450 บาทแล้วได้รับความปลอดภัยที่ดีขึ้น มีระบบดูแลยามฉุกเฉิน และได้ประสบการณ์การเดินทางที่ประทับใจ พวกเขาก็จะมองว่าคุ้มค่าและยินดีจ่าย แต่หากจ่ายไปแล้วไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ความรู้สึกไม่คุ้มอาจกระทบต่อการตัดสินใจเลือกเดินทางมาประเทศไทยในอนาคต

ขณะเดียวกัน คนไทยเองก็มีบทบาทสำคัญในการร่วมกันจับตาและตรวจสอบการใช้เงินขั้นต่ำ 8,000 ล้านบาทนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทุกบาทที่จัดเก็บกลับมาสร้างประโยชน์แก่ประเทศอย่างแท้จริง

ค่าธรรมเนียม 450 บาทอาจเป็นก้าวสำคัญในการสร้างแหล่งทุนเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ทั้งด้านประกันภัย ความปลอดภัย และสิ่งอำนวยความสะดวก แต่ความสำเร็จของนโยบายไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขที่จัดเก็บได้ หากอยู่ที่ว่าเงินเหล่านั้นถูกนำไปใช้อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเห็นผลจริงหรือไม่ เพราะนั่นคือสิ่งที่จะตัดสินว่านักท่องเที่ยวมองนโยบายนี้เป็นการลงทุนร่วมกัน หรือเป็นเพียงภาระเพิ่มเติมที่ต้องแบกรับ

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์  เวลา 08.20 – 08.30 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25  เวลา 09.10 – 09.20 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital

บทความที่เกี่ยวข้อง

รายการอื่นๆ

ถกไม่เถียง, คิดฝัน, เงินทองของจริง

ไทยเตรียมเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท ยกระดับการท่องเที่ยว

ค่าเหยียบแผ่นดิน: การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยมาอย่างยาวนาน สร้างรายได้มหาศาลให้ประเทศอย่างต่อเนื่อง และเมื่อไม่นานมานี้...

จับโป๊ะ จุดต่อจุด ! “ไอเดียร์” คนเดียว เสียวสันหลัง “ทั้งน้ำเงิน” ?

เจาะลึกปมร้อนการเมืองกรณีข้อกังขาการถือหุ้นเว็บพนันออนไลน์ของสามี ส.ส.ไอเดียร์ พร้อมจับตาการเข้าให้ข้อมูลต่อ DSI...

CNR Group – ANNO – Mango Asia ผนึกกำลังเปิดตัว “N.F.A Advisory” ศูนย์บริการธุรกิจไทย–จีนครบวงจร หนุนทุนจีนลงทุนไทย พร้อมพาธุรกิจไทยขยายตลาดจีน

ผสานความเชี่ยวชาญด้านบัญชี ภาษี กฎระเบียบ และกลยุทธ์การตลาดข้ามพรมแดน...