เคยสังเกตไหมว่าเมื่อเพื่อนในกลุ่มซื้อของใหม่ เราก็รู้สึกว่า “เฮ้ย! ของมันต้องมี!” นี่คือสิ่งที่เรียกว่า ค่าใช้จ่ายทางสังคม หรือ ภาษีสังคม ที่เด็กมหาลัยหลายคนต้องเผชิญ แต่ไม่ค่อยมีใครบอกวิธีรับมือ
มาดูกันว่าของมัน “ต้องมี” จริง ๆ หรือแค่ “อยากมี” กันแน่
ภาษีสังคมคืออะไร ?
ค่าใช้จ่ายทางสังคม หรือ ภาษีสังคม คือค่าใช้จ่ายที่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลต้องใช้จ่ายเพื่อ
– เข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม
– รักษาความสัมพันธ์ทางสังคมไว้
แต่เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจาก แรงกดดันทางสังคม วัฒนธรรม หรือความคาดหวังของคนอื่น
ต้องยอมรับตามตรงว่า หากเราเป็นคนตัวคนเดียวในมหาลัยหรือที่ทำงาน ก็คงทำหลายเรื่องยากขึ้น ไม่สะดวกสบายเหมือนคนที่เข้าสังคมเก่งหรือมีสายสัมพันธ์ที่ดี คนส่วนใหญ่จึงให้ความสำคัญกับการเข้าสังคม
สำหรับเด็กมหาวิทยาลัยแล้ว นอกจากต้องวางแผนค่าใช้จ่ายส่วนตัว **ภาษีสังคมก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องวางแผนด้วย** ไม่งั้นจะกลายเป็นจุดบอดทางการเงิน และอาจทำให้ขาดสภาพคล่องในบางเดือนได้
ผลกระทบของค่าใช้จ่ายทางสังคมต่อการเงิน
ค่าใช้จ่ายทางสังคมดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากมองลึกลงไปจะพบว่าสามารถส่งผลกระทบต่อการเงินส่วนตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีรายได้จำกัด เช่น นักเรียน นักศึกษา หรือคนวัยเริ่มต้นทำงาน
1. ทำให้เก็บเงินไม่ได้
การออกไปกินข้าวกับเพื่อน ซื้อของตามกระแส หรือร่วมกิจกรรมกลุ่มบ่อยๆ ทำให้เงินที่ตั้งใจจะเก็บออมในแต่ละเดือนถูกใช้ไปอย่างไม่รู้ตัว แม้จะเป็นจำนวนเล็กน้อยในแต่ละครั้ง แต่เมื่อรวมกันตลอดเดือนหรือทั้งปี กลับกลายเป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยเลย
2. เกิดหนี้โดยไม่จำเป็น
บางคนรู้สึกจำเป็นต้อง “รักษาหน้าทางสังคม” เช่น:
– ซื้อของขวัญราคาแพง
– แต่งตัวตามเทรนด์
– ไปทริปกับเพื่อน
แม้จะไม่มีเงินพอ ก็อาจเลือกใช้บัตรเครดิตหรือกู้ยืมมาใช้จ่าย จนนำไปสู่ภาวะหนี้สินโดยไม่จำเป็น และส่งผลต่อสภาพคล่องทางการเงินในระยะยาว
3. ทำให้ใช้เงินโดยไม่ตั้งเป้าหมาย
ค่าใช้จ่ายทางสังคมหลายประเภทไม่ได้สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิตหรือเป้าหมายทางการเงิน เช่น:
– การซื้อของตามกระแสที่ไม่มีผลต่อการพัฒนาตนเอง
– การเข้าสังคมที่ไม่ได้ส่งผลต่ออาชีพหรือความสุขอย่างแท้จริง
ผลคือ เราใช้เงินไปโดยไม่มีทิศทาง ทำให้การวางแผนทางการเงินระยะยาว เช่น การซื้อบ้าน เก็บเงินลงทุน หรือศึกษาต่อ กลายเป็นเรื่องไกลตัว
4. เกิดความเครียดทางการเงิน
โดยเฉพาะในช่วงที่มีเหตุฉุกเฉิน เช่น ต้องซ่อมรถ เจ็บป่วย หรือตกงาน หากไม่มีเงินสำรอง ก็จะยิ่งซ้ำเติมปัญหาเดิมที่เกิดจากการใช้จ่ายเกินความจำเป็น
5. กระทบต่อการตัดสินใจทางการเงินในอนาคต
เมื่อคุ้นชินกับการใช้เงินเพื่อตอบสนองความคาดหวังทางสังคม การตัดสินใจทางการเงินในอนาคตก็จะถูกชักนำด้วยแรงกดดันแบบเดียวกัน เช่น เลือกซื้อรถหรือบ้านที่เกินความสามารถ เพราะ “คนรอบข้างก็มี” หรือ “กลัวจะดูด้อยกว่า” ทำให้ติดกับดักการเงินในระยะยาวได้
วิธีรับมือกับค่าใช้จ่ายทางสังคม
1. จ่ายเท่าที่จำเป็น รู้จักปฏิเสธ
มนุษย์จะมีเพื่อนและสังคมอยู่หลายกลุ่ม หลายเครือข่าย แต่อย่าลืมว่าในความเป็นจริง เราไม่จำเป็นต้องสนิทกับทุกคนทุกกลุ่ม
ในหลายกิจกรรมที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ต้องรู้จักปฏิเสธให้เป็นอย่างถนอมน้ำใจ เพราะการไปทุกงานจะสร้างพฤติกรรมทางการเงินที่ไม่ดี ผลาญเงินไปกับภาษีสังคมแบบไม่รู้ตัว
2. อย่าหน้าใหญ่ จ่ายพอดี ๆ
ไม่จำเป็นเสมอไปว่าจ่ายหนักแล้วคนอื่นจะมองว่าเราเป็นคนดี
ไม่จำเป็นต้องหน้าใหญ่ใจโตกับการจ่ายเพื่อเข้าสังคม จ่ายพอดี ๆ แบบไม่ต้องเดือดร้อนเงินในกระเป๋าจะดีกว่า เพื่อจัดการกับรายจ่ายประเภทภาษีสังคมไม่ให้กระทบกับเงินออม
3. ใจเขาใจเรา อย่าบังคับให้ใครจ่าย
เมื่อรู้จักหยุดเกรงใจคนอื่นแล้ว สิ่งหนึ่งที่ต้องไม่ลืม คือ เราก็ต้องเกรงใจคนอื่นเช่นเดียวกัน
อย่ายัดเยียดให้ใครต้องมาจ่ายภาษีสังคมให้กับเราแบบเกินกำลัง จะได้ไม่ต้องสร้างความลำบากใจให้กันและกัน
4. ทำบุญไม่ได้มีแค่ในรูปแบบเงิน
ภาษีสังคมบางทีก็มาในรูปแบบการบอกบุญ จำไว้ว่าบางครั้ง การทำบุญก็ไม่ได้มีแต่เฉพาะการลงเงิน แต่การลงแรงก็เป็นอีกหนทางหนึ่ง
อย่าคิดว่าทำบุญด้วยเงินน้อยจะไม่ได้บุญ การอาสาช่วยออกแรง หรือออกเงินตามกำลังที่มีก็นับว่าบุญเหมือนกัน
5. ตั้งเป้าวงเงินภาษีสังคมต่อเดือน
กำหนดเป้าหมายเป็นตัวเลขในแต่ละเดือน ว่าจะจ่ายเงินเป็นภาษีสังคมเท่าไหร่ โดยคำนึงถึงรายรับ:
– บางคนอาจมีกำลังจ่ายภาษีสังคมได้มากกว่า เพราะมีรายได้สูง
– บางคนอาจกำหนดน้อยลงเพราะรายรับจำกัด
6. จ่ายแล้วจดบันทึก
การจดบันทึกจะช่วยให้เราบริหารและจัดการภาษีสังคมได้อย่างดีเยี่ยม เป็นการรับมือการใช้จ่ายไม่ให้เกินงบที่กำหนดไว้
สิ้นปีลองมาคำนวณดูว่าภาษีสังคมเท่ากับเท่าไหร่เมื่อเทียบกับภาษีเงินได้
ภาษีสังคมเป็นรายจ่ายที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่สามารถวางแผนและรับมือได้เพื่อสุขภาพทางการเงินที่ดี
การเข้าสังคมจึงต้องจำกัดรายจ่ายให้พอประมาณ สมกับฐานะของเรา เพื่อไม่ให้กระทบกับเงินออม
ของมัน “อยากมี” ไม่เสมอไปที่จะ “ต้องมี” การรู้จักแยกแยะและวางแผนจะช่วยให้เราเข้าสังคมได้อย่างมีความสุข โดยไม่ต้องเสียสละเป้าหมายทางการเงินของตัวเอง
พบกับ “โคชหนุ่ม” และ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 – 8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digitall
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่






