วิกฤตสมาคมฌาปนกิจ ปิดตัวแล้วจะได้เงินคืนหรือไม่ ?

/
/
/
/
วิกฤตสมาคมฌาปนกิจ ปิดตัวแล้วจะได้เงินคืนหรือไม่ ?

วิกฤตสมาคมฌาปนกิจ จากกระแสข่าวการปิดตัวของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์หลายแห่งในหลายจังหวัด ทำให้ประชาชนที่เป็นสมาชิกเกิดความตื่นตระหนก และตั้งคำถามสำคัญว่า หากสมาคมที่ตนเองส่งเงินไปทุกเดือนปิดตัวลง จะมีโอกาสได้เงินที่ส่งไปทั้งหมดคืนหรือไม่ และระบบที่แท้จริงของการฌาปนกิจสงเคราะห์ทำงานอย่างไรกันแน่

ความเข้าใจผิด: “เงินออม” หรือ “เงินบริจาค”

หลายคนมักเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า เงินที่ส่งให้สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์อย่างต่อเนื่องนั้นคือ “เงินออม” ที่สามารถเก็บสะสมไว้เป็นสมบัติส่วนตัว แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตามหลักการ เงินก้อนนี้คือ “เงินบริจาค” หรือเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

กลไกคือเมื่อมีสมาชิกในกลุ่มเสียชีวิต สมาชิกที่เหลือจะร่วมกันจ่ายเงินสมทบ (เช่น ศพละ 20 บาท) เพื่อนำไปรวบรวมเป็นค่าทำศพและมอบให้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต ดังนั้น สมาชิกจะได้รับผลประโยชน์จากเงินส่วนนี้ก็ต่อเมื่อตนเองเสียชีวิตลงเท่านั้น

หากสมาคมยุบเลิก จะได้เงินคืนหรือไม่ ?

คำตอบคือ “ไม่ได้คืน” เนื่องจากเงินที่คุณส่งไปในแต่ละเดือนหรือแต่ละปีนั้น ไม่ได้ถูกเก็บออมไว้ในบัญชีชื่อของคุณ แต่ถูกนำไปจ่ายเป็นเงินช่วยเหลือให้กับครอบครัวของสมาชิกท่านอื่นที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้เรียบร้อยแล้วทั้งหมด

สาเหตุที่สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ต้องเลิกกิจการ

ตาม พ.ร.บ. การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 การเลิกกิจการสามารถเกิดขึ้นได้จาก 3 สาเหตุหลัก ได้แก่:

  • ที่ประชุมใหญ่มีมติให้เลิก: ปัญหานี้มักเกิดจาก โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป ปัจจุบันสังคมไทยมีผู้สูงอายุมากขึ้น อัตราการเสียชีวิตสูงขึ้น ในขณะที่คนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นสมาชิกน้อยลง ทำให้ภาระการจ่ายเงินสมทบรายศพตกหนักอยู่กับสมาชิกที่เหลืออยู่จนแบกรับไม่ไหว จึงต้องลงมติยุบเลิก
  • นายทะเบียนท้องที่สั่งให้เลิก (มาตรา 52): มักเกิดจากการตรวจพบการทุจริต ผู้บริหารจัดการเงินไม่โปร่งใส หรือนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ของการตั้งสมาคม
  • ศาลสั่งให้เลิก (มาตรา 54): ในกรณีที่มีปัญหาเกิดขึ้นแต่นายทะเบียนท้องที่เพิกเฉย ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ผู้มีส่วนได้เสียสามารถรวบรวมหลักฐานไปร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งยุบเลิกสมาคมได้

    ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่เป็นสมาชิก

    แม้จะมีข่าวการปิดตัว แต่จากข้อมูลพบว่าเกิดขึ้นกับสมาคมเพียงประมาณ 10 แห่ง จากทั้งหมดกว่า 3,800 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงดำเนินกิจการได้อย่างมั่นคงตามปกติ

    สิ่งสำคัญคือสมาชิกไม่ควรตื่นตระหนก แต่ควรหันมาปกป้องสิทธิ์ของตนเองด้วยการ “ติดตามและตรวจสอบ” สมาคมที่ตนเองเป็นสมาชิกอยู่ให้มากขึ้น เช่น ตรวจสอบความโปร่งใสในการทำบัญชี การชี้แจงรายรับรายจ่ายอย่างสม่ำเสมอ และการบริหารงานของคณะกรรมการ เพื่อให้มั่นใจว่าเงินสงเคราะห์จะถูกนำไปใช้อย่างถูกต้อง

    พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
    ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
    รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital