BOQ คืออะไร ? เพื่อนรักของคนที่ต้องการสร้างบ้าน | เงินทองของจริง

/
/
/
BOQ คืออะไร ? เพื่อนรักของคนที่ต้องการสร้างบ้าน | เงินทองของจริง
หลายคนมีความฝันอยากที่จะมีบ้านเป็นของตัวเอง ได้ออกแบบบ้านที่ตัวเองชอบ แต่ต้องบอกว่าการสร้างบ้านไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะบ้าน = บาน และอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญมากในการสร้างบ้านคือ BOQ คำนี้หลายคนอาจจะยังไม่คุ้น แต่มันมีความสำคัญอย่างมากในการสร้างบ้าน
 
BOQ คืออะไร ?
 
BOQ ย่อมาจาก Bill of Quantities หรือแปลแบบเข้าใจง่าย ๆ คือ “ใบแสดงรายการวัสดุและค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง” โดยเอกสารนี้จะจัดทำโดยผู้ออกแบบบ้านหรือผู้รับเหมา 
 
ภายใน BOQ จะระบุรายละเอียดครบถ้วนว่า
– ใช้วัสดุประเภทใด ปริมาณเท่าไร
– ราคาวัสดุและค่าแรงในการติดตั้งหรือก่อสร้างแต่ละรายการเป็นเท่าไร
 
พูดง่าย ๆ BOQ เป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้คุณเห็นภาพรวมของค่าใช้จ่ายก่อนเริ่มก่อสร้างจริง
 
BOQ มีประโยชน์อย่างไร ?
 
1. ใช้ยื่นกู้กับธนาคาร
หากคุณวางแผนจะกู้เงินเพื่อสร้างบ้าน สามารถใช้ BOQ ที่ผู้รับเหมาหรือผู้ออกแบบบ้านจัดทำให้ไปประกอบการยื่นกู้กับธนาคารได้ โดยธนาคารจะดูว่าวงเงินที่ขอกู้นั้นเหมาะสมกับราคาค่าก่อสร้างจริงหรือไม่ ซึ่งจะช่วยให้การขอสินเชื่อเพื่อสร้างบ้านราบรื่นยิ่งขึ้น
 
2. ใช้เปรียบเทียบราคากับผู้รับเหมาหลายราย
หากคุณมี BOQ ที่ออกโดยผู้ออกแบบบ้านอยู่แล้ว ซึ่งมักจะใส่ราคาไว้ให้โดยประมาณ สามารถนำ BOQ นี้ไปเปรียบเทียบกับใบเสนอราคาจากผู้รับเหมาหลาย ๆ เจ้าได้ ซึ่งจะทำให้เห็นภาพว่าผู้รับเหมารายใดให้ราคาที่เหมาะสมที่สุด
 
การใช้ BOQ แบบนี้ช่วยให้คุณไม่โดน “บวกราคาเกินจริง” และช่วยตัดสินใจเลือกราคาที่คุ้มค่าที่สุดได้ง่ายขึ้น
 
3. ใช้ตรวจสอบงานและคุณภาพวัสดุได้
BOQ ยังทำหน้าที่เหมือน “รายการตรวจเช็กสำเร็จรูป” สามารถใช้ตรวจระหว่างการก่อสร้างหรือตอนตรวจรับงาน โดยสามารถใช้ BOQ ตรวจสอบได้ว่า:
 
– ผู้รับเหมาทำงานครบตามรายการที่ระบุไว้หรือยัง
– วัสดุที่ใช้ตรงตามที่ระบุไว้ใน BOQ หรือไม่
– มีงานไหนที่ตกหล่นหรือใช้ของไม่ได้คุณภาพหรือเปล่า
 
สิ่งนี้จะช่วยลดปัญหาการทำงานไม่เรียบร้อย หรือได้วัสดุที่ไม่ตรงกับที่ตกลงกันไว้ในสัญญาได้
 
วิธีคำนวณ BOQ เบื้องต้น
 
โดยปกติแล้วผู้ออกแบบบ้านหรือผู้รับเหมาก่อสร้างต้องคิดคำนวณ BOQ ให้คุณ แต่หากเป็นงานเล็ก ๆ จากผู้รับเหมารายย่อย หรือคุณต้องการคำนวณค่าใช้จ่ายเองเพื่อตรวจเช็กความสอดคล้อง สามารถทำได้คร่าว ๆ ดังนี้
 
1. แยกประเภทงานออกเป็นหมวดหมู่
 
เพื่อให้เห็นภาพรวมว่างานที่ต้องทำนั้นมีอะไรบ้าง ตัวอย่างเช่น
 
หากจะสร้างบ้านหนึ่งหลัง งานที่ต้องเตรียมอาจประกอบด้วย
– งานเตรียมพื้นที่
– งานเทพื้น
– งานโครงสร้าง
– งานหลังคา ฝ้าเพดาน ผนัง
– งานประตู-หน้าต่าง
– งานทาสี
– งานระบบไฟฟ้า ประปา
– งานสุขภัณฑ์
– งานตกแต่งภายในและภายนอก
 
หากเป็นงานรีโนเวทห้องน้ำ อาจมีเพียงแค่ 2 หมวด คือ งานปูกระเบื้องพื้น กับงานติดตั้งสุขภัณฑ์
 
2. วัดขนาดพื้นที่
 
ควรใช้หน่วย “เมตร”* หรือ “ตารางเมตร” เป็นหลักในการวัด เพราะเป็นมาตรฐานทั่วไปในการซื้อขายวัสดุก่อสร้าง เช่น
 
– หากบ้านมีพื้นที่ปูพื้น 135 ตารางเมตร ก็ต้องซื้อกระเบื้องปูพื้นประมาณ 135 ตารางเมตร
– หากต้องเดินสายไฟในบ้าน 2 ชั้น และวัดความยาวรวมได้ 300 เมตร อาจต้องใช้สายไฟขนาด 50 เมตรจำนวน 6 ม้วน
 
3. เช็กราคาวัสดุ
 
แนะนำให้สำรวจราคาในร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่ เพราะร้านค้าเหล่านั้นมักจะมีบริการทำใบเสนอราคาตามรายการที่คุณต้องการโดยไม่ต้องเสียเวลาเช็กราคาเอง หรือหากไม่สะดวกเดินทาง ก็สามารถค้นหาราคาจากเว็บไซต์ของร้านวัสดุก่อสร้างได้
 
4. คำนวณค่าใช้จ่าย
 
สำหรับราคาวัสดุ คำนวณได้ง่าย ๆ ด้วยสูตร
ปริมาณวัสดุ × ราคาต่อหน่วย = ราคาวัสดุที่ต้องใช้
 
สำหรับค่าแรง จะขึ้นอยู่กับประเภทงานและข้อตกลงกับผู้รับเหมา แต่สามารถประเมินคร่าว ๆ ได้ตามนี้
– งานเล็กหรืองานง่าย: ไม่เกิน 50 บาทต่อหน่วย
– งานทั่วไปหรือขนาดกลาง: ไม่เกิน 120 บาทต่อหน่วย
– งานใหญ่หรืองานซับซ้อน: ประมาณ 500–1,000 บาทต่อหน่วย
 
ข้อควรระวัง
 
แม้ว่าคุณจะไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในงานก่อสร้าง แต่ด้วยการคำนวณแบบนี้ ก็จะช่วยให้ทราบค่าแรงโดยประมาณ และสามารถนำมารวมกับราคาวัสดุเพื่อหาจำนวนเงินทั้งหมดที่ต้องจ่ายในเบื้องต้นสำหรับงานก่อสร้างได้
 
อย่างไรก็ตาม ราคา BOQ งานก่อสร้างที่เห็นนั้นไม่ได้หมายความว่าจะเป็นราคาสุทธิที่ต้องจ่ายเสมอไป เพราะในระหว่างการก่อสร้างอาจมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้ค่าใช้จ่ายจริงแตกต่างจากเอกสารได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงวัสดุ และการแก้ไขงานเมื่อพบอุปสรรคในระหว่างก่อสร้าง
 
แต่ BOQ ก็พอที่จะช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างให้ใกล้เคียงกับสเปกที่ต้องการมากที่สุดได้
 
 
BOQ เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้การสร้างบ้านของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น และควบคุมงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณกำลังมีแผนสร้างบ้าน อย่าลืมขอ BOQ จากผู้ออกแบบหรือผู้รับเหมาของคุณนะครับ
 
สร้างโมเมนต์พิเศษกับบ้านที่ชอบ ด้วยสินเชื่อบ้านออมสินสบายใจ
สำหรับซื้อหรือปลูกสร้าง วงเงินกู้ตั้งแต่ 3 – 7 ล้านบาท
อัตราดอกเบี้ยคงที่ปีแรก 1.89%
ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 2.89% 
ผ่อนเริ่มต้นปีแรก ล้านละ 4,000 บาท/เดือน
 
พิเ ศษ!! สินเชื่อ Top Up สบายใจ เพื่อตกแต่งบ้าน และสิ่งที่จำเป็นต้องใช้
ดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรก 3.49% ต่อปี
 
ยื่นกู้ได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 – 30 ธันวาคม 2568 หรือจนกว่าครบวงเงิน 20,000 ล้านบาท
อนุมัติและจัดทำนิติกรรมสัญญาภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2568
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
 
เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GSB Contact Center 1115
ธนาคารออมสินเป็นลูกค้าเราเท่ากับช่วยสังคม
 
 
พบกับ “โคชหนุ่ม” และ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digital
 
 
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่