เมื่อสมาร์ทโฟนรู้จักเราดีกว่าที่เรารู้จักตัวเอง: เจาะลึกอัลกอริทึมและการแอบฟังในยุคดิจิทัล
ความจริงเบื้องหลังการ “แอบฟัง”
คำถามที่คาใจผู้ใช้งานยุคดิจิทัลทุกคนคือ “มือถือแอบฟังเราจริงหรือไม่ ?” คำตอบคือ “จริง” แต่รูปแบบการทำงานอาจไม่ใช่การที่มีคนมานั่งดักฟัง แต่เป็นการทำงานของอัลกอริทึมอัจฉริยะ
ปัญญาประดิษฐ์ในปัจจุบันมีความสามารถในการเรียนรู้พฤติกรรมมนุษย์ในระดับที่ลึกซึ้ง มันสามารถวิเคราะห์นิสัยใจคอ รสนิยม และความชอบของเราได้เพียงแค่ดูจากสื่อที่เราเสพในโซเชียลมีเดีย จากนั้นจึงประมวลผลและคาดการณ์สิ่งที่เราน่าจะต้องการในอนาคตได้อย่างแม่นยำ นี่คือเหตุผลที่โฆษณาเด้งขึ้นมาได้ถูกจังหวะเวลาเสมอ
ดาบสองคมของการอนุญาต
ความน่ากลัวที่แท้จริงอาจไม่ได้อยู่ที่ตัว AI แต่อยู่ที่พฤติกรรมการใช้งานของเราเอง บ่อยครั้งที่เรากดยอมรับให้แอปพลิเคชันเข้าถึงกล้อง ไมโครโฟน หรืออัลบั้มรูปภาพโดยไม่ทันได้คิด การเปิดประตูให้คนแปลกหน้าเข้ามานี้เองที่เป็นช่องโหว่ อาจถูกใช้ในการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวหรือรายชื่อผู้ติดต่อโดยมิชอบ
เพื่อความปลอดภัยสูงสุด การจัดการสิทธิ์การเข้าถึงจึงเป็นเรื่องสำคัญ การปิดกั้นการเข้าถึงไมโครโฟนและกล้องถ่ายรูปเมื่อไม่ได้ใช้งาน เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันการถูกดักฟังหรือแอบถ่ายโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะในเวลาส่วนตัวหรือการประชุมสำคัญ
เมื่อความเป็นส่วนตัวสวนทางกับความสะดวกสบาย
อย่างไรก็ตาม การปิดกั้นเทคโนโลยีก็มีราคาที่ต้องจ่าย เมื่อระบบปฏิบัติการให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เช่น การให้ผู้ใช้เลือกไม่ให้แอปติดตามกิจกรรม ผลลัพธ์ที่ตามมาคืออัลกอริทึมไม่สามารถส่งเนื้อหาที่ตรงใจได้อีกต่อไป
หลายคนพบว่าเมื่อปิดการติดตาม ฟีดโซเชียลมีเดียกลับเต็มไปด้วยโฆษณาและเนื้อหาที่ไม่ตรงความสนใจจนกลายเป็นความรำคาญ และท้ายที่สุดต้องกลับไปเปิดการอนุญาตอีกครั้งเพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกใจ สะท้อนให้เห็นว่าแพลตฟอร์มต่างๆ ลงทุนมหาศาลเพื่อพัฒนาโมเดลที่ทำให้เราเสพติดเนื้อหา และสิ่งที่เราจ่ายเพื่อแลกกับความบันเทิงเหล่านั้นก็คือ “เวลาในชีวิต” และ “ข้อมูลส่วนตัว”
คำเตือนในยุค AI ครองเมือง
ในวันที่เราหันหน้าเข้าหา AI Chatbot เพื่อขอคำปรึกษาหรือช่วยทำงาน สิ่งที่ต้องตระหนักไว้เสมอคือกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในปัจจุบันยังอาจไล่ตามเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ทัน การป้อนข้อมูลความลับหรือเรื่องส่วนตัวลงไปในระบบ AI จึงเป็นความเสี่ยง เพราะเราไม่อาจรู้ได้เลยว่าข้อมูลเหล่านั้นจะถูกนำไปใช้ประมวลผลต่ออย่างไร
ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เราอาจไม่สามารถหลีกหนีการถูกติดตามได้ 100% แต่สิ่งที่เราทำได้คือการ “รู้เท่าทัน” บริหารจัดการความเสี่ยงด้วยการตรวจสอบการอนุญาตเข้าถึงข้อมูล และตระหนักเสมอว่าความสะดวกสบายในการเสพสื่อที่ตรงใจ ย่อมแลกมาด้วยการสูญเสียความเป็นส่วนตัวในระดับหนึ่งเสมอ
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






