อ้วยอันโอสถ ผสานภูมิปัญญาไทยกับมาตรฐานยาสากล ด้วยคุณภาพที่ตรวจสอบได้ | เงินทองของจริง

/
/
/
อ้วยอันโอสถ ผสานภูมิปัญญาไทยกับมาตรฐานยาสากล ด้วยคุณภาพที่ตรวจสอบได้ | เงินทองของจริง
เมื่อคนไทยอายุยืนขึ้น ด้วยการดูแลสุขภาพที่ดีขึ้นทั้งการออกกำลังกาย การทานอาหารเสริม และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ยาสมุนไพรก็กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญในการดูแลสุขภาพของคนยุคใหม่ คุณชนรรค์ สมบูรณ์เวชชการ ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมสมุนไพรจากอ้วยอันโอสถ เผยให้เห็นภาพรวมของตลาดยาสมุนไพรไทยที่กำลังเติบโตอย่างมั่นคง
 
ตลาดยาสมุนไพรไทยมูลค่าหมื่นล้าน
 
ในปี 2566 ตลาดยาสมุนไพรไทยมีมูลค่าประมาณ 57,000 ล้านบาท ครอบคลุมยาสมุนไพรในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นยาน้ำ ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด หรือผลิตภัณฑ์ใช้ภายนอก
 
หากนับรวมสมุนไพรในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เช่น วิตามิน โปรตีน ไฟเบอร์ และอาหารทดแทนต่าง ๆ มูลค่าตลาดจะพุ่งไปอยู่ที่ประมาณ 83,000 ล้านบาทในปี 2567
 
อัตราการเติบโตย้อนหลัง 10 ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 5-15% ต่อปี แสดงให้เห็นว่าสมุนไพรไม่ใช่แค่เทรนด์ชั่วคราว แต่ได้กลายเป็นอุตสาหกรรมที่มีมาตรฐานและหลักวิทยาศาสตร์รองรับอย่างชัดเจน
 
-1-
กลุ่มผู้บริโภคเปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่หันมาใช้สมุนไพร
 
ภาพจำเก่า ๆ ที่ว่ายาสมุนไพรเหมาะกับผู้สูงอายุเท่านั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว ปัจจุบันคนรุ่นใหม่อายุ 25-45 ปี หันมาใช้สมุนไพรมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาเป็นกลุ่มที่ใส่ใจสุขภาพ อยากดูแลตัวเองตั้งแต่ต้นเหตุ และเลือกสิ่งที่ปลอดภัยจากธรรมชาติ
 
นอกจากนี้ผู้บริโภคอายุ 40 ปีขึ้นไปก็ยังคงใช้สมุนไพรต่อเนื่อง ทำให้มีผู้ใช้สมุนไพรอยู่เป็นจำนวนมาก ด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายตั้งแต่ยาอม ยาน้ำ ยาดม ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพประจำวัน
 
-2-
การส่งออก: ไทยเป็นผู้นำในอาเซียน แต่ยังมีพื้นที่เติบโต
 
ไทยเป็นผู้ส่งออกสมุนไพรรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ยังไม่ติดสิบอันดับแรกของโลก สินค้าที่ส่งออกส่วนใหญ่ยังเป็นวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ขณะที่ผลิตภัณฑ์ยายังเป็นส่วนน้อยเนื่องจากข้อจำกัดทางกฎหมายของแต่ละประเทศ
 
คณะกรรมการอาหารและยามีนโยบายช่วยเหลือผู้ประกอบการที่มีมาตรฐานเพื่อผลักดันการส่งออก สำหรับอ้วยอันโอสถ มูลค่าการส่งออกอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 3-4 ล้านบาทต่อปี ไปยังลาว ออสเตรีย และสาธารณรัฐเชก โดยส่งออกยาน้ำเขากุย ยาขมิ้นชัน และฟ้าทะลายโจรเป็นหลัก
 
วัตถุดิบจากเกษตรกรและการนำเข้า
 
การจัดหาวัตถุดิบสมุนไพรมาจากสองช่องทาง คือการซื้อจากเกษตรกรที่ได้มาตรฐานหรือระบบ contract farming เช่น ฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน มะแว้ง และพริกไทยดำ และการซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายที่นำเข้าสมุนไพรจากจีน เช่น สมุนไพรที่ใช้ในสูตรยาจีนลูกกลอนต่างๆ
 
-3-
พฤติกรรมผู้บริโภค: ซื้อเองมากกว่าจ่ายจากโรงพยาบาล
 
ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ซื้อยาสมุนไพรทานเองมากกว่าการได้รับจากโรงพยาบาลหรือคลินิกการแพทย์แผนไทย สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่อยากดูแลสุขภาพตั้งแต่ต้นเหตุ ไม่รอให้ป่วยก่อน
 
อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลและคลินิกแผนไทยเองก็เริ่มใช้สมุนไพรมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกลุ่มยาฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน หรือยาอมแก้ไอ นี่คือสัญญาณบวกที่แสดงว่าสมุนไพรไทยกำลังเข้าสู่ระบบการแพทย์อย่างแท้จริง
 
มาตรฐานยา + ภูมิปัญญาไทย = การต่อยอดที่ยั่งยืน
 
คุณชนรรค์มองว่าการนำมาตรฐานยามาผสมกับภูมิปัญญาสมุนไพรไทยไม่ใช่การผสม แต่เป็นการต่อยอด ภูมิปัญญาไทยเป็นเหมือนรากของต้นไม้ ส่วนมาตรฐานคือโครงสร้างที่จะทำให้เติบโตอย่างมั่นคง
 
เป้าหมายคือการทำให้คำว่า "ยาไทย" ไม่ใช่แค่เรื่องของความเชื่อ แต่เป็นเรื่องของคุณภาพที่ตรวจสอบได้จริง ผ่านการพิสูจน์ในระดับสากล
 
สิ่งที่ท้าทายที่สุดคือการสร้างความเชื่อมั่น แม้จะมีสมุนไพรดีและสูตรดี แต่ถ้าไม่มีระบบที่พิสูจน์ได้ ผู้บริโภคก็ยังไม่มั่นใจ การตรวจสอบทุกขั้นตอนตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงสินค้าสำเร็จรูปด้วยมาตรฐานที่ชัดเจน จะทำให้ความน่าเชื่อถือกลายเป็นเครื่องมือการตลาดที่ดีที่สุด
 
อุตสาหกรรมยาสมุนไพรไทยกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ จากยาชาวบ้านสู่อุตสาหกรรมที่มีมาตรฐาน ด้วยตลาดที่เติบโตมั่นคง กลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลาย และการผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาไทยกับมาตรฐานสากล สมุนไพรไทยไม่ใช่ของโบราณอีกต่อไป แต่คือทางเลือกสุขภาพที่พิสูจน์ได้สำหรับคนรุ่นนี้
 
พบกับ "โคชหนุ่ม" และ "ทิน โชคกมลกิจ" ได้ใน "เงินทองของจริง" ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 – 8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digitall
 
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่  https://www.youtube.com/live/J4r7KwcBXKo?si=AxvGLlpoBIsVmlMW