ในโลกของการเงินช่วงนี้ มีสองปรากฏการณ์ที่น่าสนใจและส่งผลกระทบต่อเงินในกระเป๋าเราโดยตรง นั่นคือแนวโน้มราคาน้ำมันที่อาจถูกลงจนคนใช้รถยิ้มได้ กับราคาทองคำที่พุ่งแรงจนทำสถิติใหม่ วันนี้เราจะมาเจาะลึกวิเคราะห์สถานการณ์จากมุมมองของกูรู เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้ครับ
ข่าวดีคนใช้รถ ! ทำไมราคาน้ำมันถึงมีลุ้น "ถูกลง"
ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปรับตัวลดลงมาแล้วกว่า 25% ซึ่งหลายคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับตลาดพลังงานโลก ?
มุมมองจาก J.P. Morgan Research คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์อาจลดลงไปแตะระดับ 58 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในปี 2569 โดยมีแรงกดดันหลักจากนโยบายการเมืองของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ ที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับการลดราคาน้ำมันเพื่อสยบปัญหาเงินเฟ้อ โดยตั้งเป้าหมายที่ท้าทายไว้ต่ำกว่า 50 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
6 ปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางราคาน้ำมัน
1. สภาพเศรษฐกิจโลก เมื่อเศรษฐกิจเติบโต ความต้องการใช้พลังงานจะสูงขึ้น แต่หากเศรษฐกิจชะลอตัว ราคาก็จะร่วงลง
2. กำลังการผลิต หากปริมาณน้ำมันในตลาดล้น (Over Supply) ราคาจะปรับตัวลดลงทันที
3. ฤดูกาลและสภาพอากาศ เช่น ในฤดูหนาวความต้องการน้ำมันดีเซลและน้ำมันเตาจะสูงขึ้นเพื่อสร้างความอบอุ่น
4. ภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งในประเทศผู้ผลิตน้ำมันมักทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นจากการติดขัดด้านการขนส่ง
5. อัตราแลกเปลี่ยน การผันผวนของค่าเงินดอลลาร์ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการซื้อขาย
6. พลังงานทดแทน ยิ่งเทคโนโลยีสะอาดพัฒนาไปไกล ความต้องการน้ำมันก็จะยิ่งลดน้อยลง
ทองคำพุ่งแรงสวนทางดอลลาร์จ่อร่วง
ในขณะที่น้ำมันถูกลง แต่ "ทองคำ" กลับกลายเป็นสินทรัพย์ที่ร้อนแรงที่สุด โดยได้รับอานิสงส์สำคัญจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ
Morgan Stanley คาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าลงถึง 9% ภายในกลางปี 2026 จากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยพุ่งทะยาน โดยนับตั้งแต่ต้นปี 2568 ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 61% และมีโอกาสไปแตะระดับ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ภายในสิ้นปีนี้
คู่มือเริ่มต้นลงทุนทองคำสำหรับมือใหม่
สำหรับใครที่อยากกระโดดเข้าสู่ตลาดทองคำในช่วงที่ราคากำลังร้อนแรง มีหลักการลงทุนง่าย ๆ ที่ควรยึดถือไว้ดังนี้
-จัดสัดส่วนให้ดี ควรมีทองคำไม่เกิน 5% ของพอร์ตลงทุนทั้งหมด
-ใช้กลยุทธ์ DCA ทยอยลงทุนสม่ำเสมอเพื่อเฉลี่ยต้นทุน แทนการทุ่มเงินซื้อทีเดียว
-มองการณ์ไกล ควรเน้นการลงทุนระยะยาว 3-5 ปีขึ้นไป
-เงินเย็นเท่านั้น ไม่ควรนำเงินที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันมาลงทุน
-เกาะติดสถานการณ์ ติดตามข่าวสารการเมืองโลกอย่างใกล้ชิด
หากเลือกทองคำแท่งหรือรูปพรรณ จะได้ข้อดีเรื่องความอุ่นใจที่ได้ถือครองทรัพย์สินจริง มูลค่าคงทน แต่ต้องรับความเสี่ยงเรื่องการเก็บรักษาและความลำบากในการเดินทางไปซื้อขาย
หากเลือกทองคำดิจิทัล จะตอบโจทย์เรื่องความสะดวกสบาย ซื้อขายได้รวดเร็วผ่านแอปพลิเคชัน และใช้เงินจำนวนน้อยก็เริ่มลงทุนได้ แต่ต้องแลกมาด้วยการไม่ได้ถือครองวัตถุจริงและต้องพึ่งพาระบบเทคโนโลยี
อย่างไรก็ตาม ทุกการลงทุนมีความเสี่ยงท่ามกลางความผันผวนของโลกยุคปัจจุบัน การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและการไม่ใช้เงินร้อนมาลงทุน คือกฎเหล็กที่จะช่วยให้คุณอยู่รอดและเติบโตในตลาดนี้ได้อย่างยั่งยืน
พบกับ "โคชหนุ่ม" และ "ทิน โชคกมลกิจ" ได้ใน "เงินทองของจริง" ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 – 8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digitall
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/-6gp1u54lVg






