ภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT เป็นภาษีที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องเข้าใจและปฏิบัติตามอย่างถูกต้อง มิฉะนั้นอาจเผชิญกับค่าปรับและโทษทางกฎหมายที่หนักหน่วง บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจ VAT แบบครบถ้วนตั้งแต่พื้นฐานจนถึงการปฏิบัติจริง
VAT คืออะไร ?
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax: VAT) คือภาษีที่ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนเรียกเก็บจากมูลค่าสินค้าและบริการที่มีการซื้อขายในประเทศและการนำเข้าสินค้า ปัจจุบันถูกจัดเก็บในอัตรา 7% ซึ่งผู้ประกอบการต้องยื่นหรือส่งมอบภาษีให้แก่กรมสรรพากรภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
นอกจากยื่นและจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ผู้ประกอบการยังมีหน้าที่ออกใบกำกับภาษีและจัดทำรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย ไม่ว่าจะต้องชำระภาษีหรือไม่ก็ตาม
ความสำคัญของ VAT ต่อระบบเศรษฐกิจ
ภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นแหล่งรายได้สำคัญของรัฐบาล และช่วยทำให้รัฐบาลสามารถติดตามการซื้อขายในระบบได้ทุกครั้งที่มีการออกใบกำกับภาษี ข้อมูลการซื้อขายจะถูกบันทึกไว้ ทำให้ระบบการค้าโปร่งใสมากขึ้นและป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษีได้ดีขึ้น
เกณฑ์การจดทะเบียน VAT
ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเป็นปกติเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีรายรับเกินเกณฑ์นี้
ข้อสำคัญที่ต้องจำ
– บุคคลธรรมดาก็ต้องจด VAT หากรายได้ถึงเกณฑ์ เพราะกฎหมายจะมองตามการประกอบกิจการ
– การนับยอด 1.8 ล้านบาท นับเฉพาะรายได้ที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น
– ไม่นับรายได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
กิจการที่ได้รับการยกเว้น VAT
กฎหมายยกเว้นการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับกิจการบางประเภท จำนวน 28 รายการ เพื่อเหตุผลดังนี้
ส่งเสริมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เช่น การศึกษา สุขภาพ
บรรเทาภาระให้กับผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะในภาคการเกษตรและผู้ประกอบการที่มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท
สนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า
ตัวอย่างกิจการที่ได้รับการยกเว้น
– การขายพืชผลทางการเกษตร
– การขายปุ๋ยและอาหารสัตว์
– การขายหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และตำราเรียน
– บริการด้านการศึกษา
– บริการด้านสุขภาพ
หมายเหตุสำคัญ แม้กิจการจะได้รับการยกเว้นภาษี ผู้ประกอบการยังคงต้องบันทึกบัญชีและจัดทำรายงานตามข้อกำหนดที่กฎหมายภาษีกำหนด
วิธีการคำนวณและถอด VAT
การถอด VAT คือการถอดกลับไปหาราคาที่ไม่รวม VAT เพื่อให้ทราบต้นทุนที่แท้จริงของสินค้าก่อนคิด VAT
สูตรถอด VAT 7%
วิธีที่ง่ายที่สุด
ราคาก่อน VAT = (ราคารวม VAT × 100) ÷ 107
ตัวอย่างการคำนวณ
หากสินค้ามีราคารวม VAT 1,070 บาท
ราคาก่อน VAT = (1,070 × 100) ÷ 107 = 1,000 บาท
VAT ที่ต้องชำระ = 1,070 – 1,000 = 70 บาท
ผลกระทบจากการคำนวณ VAT ผิดพลาด
การคำนวณ VAT ไม่ถูกต้องอาจส่งผลกระทบร้ายแรง
บทลงโทษทางภาษี
– ต้องชำระภาษีเพิ่ม พร้อมเบี้ยปรับ 1-2 เท่า
– เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน
– ความเสี่ยงจากการตรวจสอบ อาจถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังได้ถึง 5 ปี
บทลงโทษทางอуญา (กรณีจงใจหลบเลี่ยง)
– จำคุก 3 เดือนถึง 7 ปี
– ปรับ 2,000 – 200,000 บาท
หน้าที่สำคัญของผู้ประกอบการ VAT
นอกจากการคำนวณและชำระภาษีแล้ว ผู้ประกอบการยังมีหน้าที่สำคัญดังนี้
1. จัดทำใบกำกับภาษี
ต้องออกทุกครั้งเมื่อขายสินค้าหรือให้บริการ
2. จัดทำรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย
เพื่อนำส่งแบบ ภ.พ. 30 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
การแก้ไขใบกำกับภาษีที่ผิดพลาด
หากออกใบกำกับภาษีผิดพลาด เช่น สะกดชื่อลูกค้าผิด ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้องเท่านั้น
ข้อห้ามเด็ดขาด
ห้ามขีดฆ่าหรือแก้ไขบนใบกำกับภาษีฉบับเดิม
วิธีที่ถูกต้อง
– ยกเลิกใบกำกับภาษีฉบับเดิม
– ออกใบใหม่ที่ถูกต้อง
เหตุผล
ใบกำกับภาษีที่สมบูรณ์ต้องไม่มีการขีดฆ่า ขูด ลบ ใช้ยาหมึกแก้ไข หรือต่อเติม หากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ใบกำกับภาษีดังกล่าวจะถือเป็น**ภาษีซื้อต้องห้าม** ซึ่งจะไม่สามารถนำภาษีซื้อไปหักภาษีมูลค่าเพิ่มได้
การทำความเข้าใจและปฏิบัติตาม VAT อย่างถูกต้องเป็นหน้าที่สำคัญของผู้ประกอบการทุกคน การละเลยหรือคำนวณผิดพลาดอาจนำไปสู่ผลกระทบร้ายแรงทั้งค่าปรับและโทษทางกฎหมาย
จุดสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องจำ
– ตรวจสอบว่าถึงเกณฑ์จดทะเบียน VAT หรือไม่
– คำนวณ VAT อย่างถูกต้องทุกครั้ง
– ออกใบกำกับภาษีอย่างระมัดระวัง ห้ามแก้ไข
– ยื่นรายงานและชำระภาษีตรงเวลา
– เก็บเอกสารไว้อย่างเป็นระบบเพื่อรองรับการตรวจสอบ
การปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดจะช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างราบรื่นและหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายในอนาคต
พบกับ "โคชหนุ่ม" และ "ทิน โชคกมลกิจ" ได้ใน "เงินทองของจริง" ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 – 8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digitall
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/ADc0uswa3pA






