RMF vs Thai ESG ปี 2568: คู่มือลดหย่อนภาษีฉบับสมบูรณ์ | เงินทองของจริง

/
/
/
RMF vs Thai ESG ปี 2568: คู่มือลดหย่อนภาษีฉบับสมบูรณ์ | เงินทองของจริง
ใกล้สิ้นปีแล้ว หลายคนคงกำลังมองหาวิธีลดหย่อนภาษีเพื่อเตรียมยื่นภาษีในปีหน้า หนึ่งในทางเลือกที่ได้รับความนิยมคือการลงทุนในกองทุนต่างๆ ที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ในปี 2568 นี้ ผู้ลงทุนสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากการออมและลงทุนได้รวมสูงสุด 1,400,000 บาท โดยแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ดังนี้
 
1. กองทุนเพื่อการเกษียณอายุ
ได้แก่ RMF, PVD, กบข., กอช. และประกันชีวิตแบบบำนาญ
– วงเงินลดหย่อน ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุด 500,000 บาท/ปี
– ระยะเวลา ซื้อได้ตลอดปี 2568
 
2. กองทุนรวม Thai ESG
– วงเงินลดหย่อน ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุด 300,000 บาท
– ระยะเวลา ซื้อได้ตลอดปี 2568
 
3. กองทุนรวม Thai ESGX (เงินลงทุนใหม่)
– วงเงินลดหย่อน ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุด 300,000 บาท
– ระยะเวลา เปิดให้ซื้อช่วง 1 พ.ค. – 30 มิ.ย. 2568
 
4. กองทุนรวม Thai ESGX (สับเปลี่ยนจาก LTF)
– ปี 2568 สูงสุด 300,000 บาท
– ปี 2569-2572 สูงสุดปีละ 50,000 บาท
– ระยะเวลา เปิดให้ซื้อช่วง 1 พ.ค. – 30 มิ.ย. 2568
 
3 ข้อควรรู้ ก่อนซื้อ Thai ESG & RMF
 
1. คำนวณยอดซื้อก่อน
ก่อนตัดสินใจซื้อกองทุน ควรคำนวณยอดเงินที่จะใช้สิทธิลดหย่อนภาษีให้ชัดเจน เพื่อจะได้ทราบว่าควรซื้อกองทุนลดหย่อนในจำนวนเท่าไหร่ที่เหมาะสมกับรายได้และภาระภาษีของเรา
 
2. ทยอยซื้ออย่างมีวินัย
แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะนิยมซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีช่วงปลายปี แต่การทยอยซื้ออย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งปีด้วยวิธี DCA (Dollar Cost Averaging) จะช่วยให้คุณไม่ต้องรีบร้อนในช่วงสิ้นปี และยังสามารถกระจายความเสี่ยงได้ดีอีกด้วย
 
3. เลือกกองทุนให้เหมาะสมกับตัวเอง
กองทุนแต่ละประเภทมีนโยบายการลงทุนที่แตกต่างกัน เช่น กองทุน RMF ที่มีตั้งแต่กองทุนหุ้น ตราสารหนี้ ไปจนถึงสินทรัพย์ทางเลือก ดังนั้น ควรศึกษาข้อมูลและเลือกกองทุนที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของตัวเอง
 
ทำความรู้จัก RMF (Retirement Mutual Fund)
 
RMF หรือ กองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ เป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนให้คนไทยออมเงินเพื่อการเกษียณ โดยมีนโยบายการลงทุนให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหุ้น ตราสารหนี้ อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ ทั้งในและต่างประเทศ ผู้ลงทุนสามารถเลือกได้ตามความสามารถในการรับความเสี่ยงของตัวเอง
 
เงื่อนไขหลักของ RMF
 
การลงทุน
– ลงทุนได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุด 500,000 บาท/ปี
– ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี อย่างน้อยปีเว้นปี
– ต้องลงทุนอย่างน้อย 5 ปีต่อเนื่อง และถือครองหน่วยลงทุนจนอายุครบ 55 ปี
 
หมายเหตุ วงเงินลงทุนเมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่นๆ ได้แก่ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD), กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.), กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.), กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน และประกันชีวิตแบบบำนาญ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
 
เลือก RMF อย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง
 
RMF ไม่ใช่กองทุนเดียวขนาดเดียวที่เหมาะกับทุกคน เพราะแต่ละกองทุนมีนโยบายการลงทุนที่แตกต่างกัน
 
ประเภทของกองทุน RMF
 
กองทุนตราสารหนี้
– เน้นความปลอดภัย
– เติบโตช้าแต่มั่นคง
– เหมาะกับผู้ที่ต้องการความเสี่ยงต่ำ
 
กองทุนหุ้น
– ให้ผลตอบแทนสูง
– แต่ความเสี่ยงก็สูงตาม
– เหมาะกับผู้ที่มีอายุน้อยและรับความเสี่ยงได้
 
กองทุนผสม
– กระจายการลงทุนในหลายสินทรัพย์
– สมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทน
 
กองทุนตลาดต่างประเทศและทองคำ
– กระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์อื่น
– เหมาะกับการสร้างพอร์ตที่หลากหลาย
 
คำแนะนำตามช่วงวัย
วัย 25-35 ปี อาจเลือกกองทุนหุ้นเพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาว เนื่องจากยังมีเวลาในการลงทุนอีกยาวไกล
 
ใกล้เกษียณ ควรเปลี่ยนมาลงทุนในกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เพื่อลดความผันผวนและรักษาเงินต้นไว้
 
การลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษีเป็นการวางแผนทางการเงินที่ดี ช่วยทั้งลดภาระภาษีและสร้างเงินออมระยะยาว แต่สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจรายละเอียด คำนวณอย่างรอบคอบ และเลือกกองทุนที่เหมาะสมกับตัวเอง อย่าลืมศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
 
พบกับ "โคชหนุ่ม" และ "ทิน โชคกมลกิจ" ได้ใน "เงินทองของจริง" ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 – 8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digitall
 
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/pUJVbeGuYIc?si=sPSRSiwqLgoW2fcW