CARE (Career Average Revalued Earnings) คือสูตรคำนวณบำนาญแบบใหม่ที่เฉลี่ยค่าจ้างตลอดช่วงเวลาการทำงานทั้งหมด โดยปรับเป็นค่าเงินปัจจุบัน แตกต่างจากสูตรเดิมที่เฉลี่ยเพียง 60 เดือนสุดท้ายก่อนเกษียณ
การเปลี่ยนแปลงนี้สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติสากล มุ่งเน้นความเป็นธรรมและสมดุลกับประวัติการส่งเงินสมทบของผู้ประกันตนแต่ละคน
ทำไมต้องเปลี่ยนสูตร ?
สำนักงานประกันสังคมระบุว่า สูตรคำนวณเก่าแม้จะสะดวก แต่ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมทั้งต่อผู้ประกันตนและกองทุน โดยมีปัญหาสำคัญ 2 ประการ
ปัญหาที่ 1 คนจ่ายเยอะ กลับได้บำนาญน้อย
การคิดจาก 5 ปีสุดท้ายไม่สะท้อนการจ่ายเงินสมทบตลอดช่วงทำงาน ตัวอย่างเช่น นาย A ส่งเงินสมทบในอัตราสูงมานาน 15 ปี แต่ถูกเลิกจ้างก่อนเกษียณ 5 ปี และเปลี่ยนมาจ่ายเงินสมทบมาตรา 39 แทน เมื่อคำนวณตามสูตรเดิม จะคิดเฉพาะ 5 ปีสุดท้ายที่เขาจ่ายในอัตราต่ำ ทำให้ได้บำนาญลดลง ทั้งที่ก่อนหน้านี้จ่ายในอัตราสูงมาตลอด
ปัญหาที่ 2 จ่ายน้อย แต่ได้บำนาญสูง
บางบริษัทแจ้งเงินเดือนพนักงานต่ำกว่าความเป็นจริง แต่ช่วงก่อนเกษียณกลับส่งเงินสมทบสูงแบบก้าวกระโดด เพื่อให้ลูกจ้างได้บำนาญมากกว่าความเป็นจริง ทำให้กองทุนเสียประโยชน์
ด้วยเหตุนี้ หลายประเทศโดยเฉพาะกลุ่ม OECD และยุโรป จึงเลิกใช้สูตรคำนวณเฉลี่ยช่วงท้ายก่อนเกษียณ และเปลี่ยนมาใช้สูตรเฉลี่ยตลอดการส่งเงินสมทบแทน
ผลกระทบจากการเปลี่ยนสูตร
คณะกรรมการประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน ระบุว่า หากใช้สูตรใหม่ จะทำให้ผู้ประกันตนกว่า 8 แสนคนได้บำนาญเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 270 บาทต่อเดือน และในอีก 10 ปีข้างหน้า คาดว่าจะมีผู้เกษียณราว 3 ล้านคน เมื่อใช้สูตร CARE จะทำให้บำนาญเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 7-8% ต่อคน
ใครได้ประโยชน์ ใครได้รับผลกระทบ ?
ผลลัพธ์สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 39 และมาตรา 33 แต่ละคนจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับรูปแบบการเปลี่ยนแปลงหรือการเติบโตของค่าจ้างตลอดช่วงที่ส่งเงินสมทบ
กลุ่มที่ได้รับบำนาญมากขึ้น
– ผู้ประกันตนที่เปลี่ยนมาเป็นมาตรา 39 ในช่วงใกล้เกษียณ
– ผู้ประกันตนที่มีค่าจ้างสูงในอดีต แต่ค่าจ้างต่ำลงในช่วงใกล้เกษียณ
– ผู้ที่ส่งเงินสมทบครบ 15 ปีแล้ว ออกไปทำงานนอกระบบเป็นเวลานาน
กลุ่มที่ได้รับบำนาญลดลง
– ผู้ประกันตนที่มีค่าจ้างต่ำในอดีต แต่ค่าจ้างสูงขึ้นกะทันหันในช่วงใกล้เกษียณ
กลุ่มที่ได้รับบำนาญเท่าเดิมหรือใกล้เคียงเดิม
– ผู้ประกันตนที่ค่าจ้างเต็มเพดาน 15,000 บาทเป็นส่วนใหญ่ จะได้รับบำนาญเท่าเดิม
– ผู้ประกันตนมาตรา 33 ส่วนใหญ่จะได้บำนาญใกล้เคียงเดิม เนื่องจากมีการปรับค่าจ้างที่นำมาเฉลี่ยให้เป็นค่าเงินปัจจุบัน ณ วันที่เกิดสิทธิรับบำนาญ
มาตรการคุ้มครอง (Grandfathering Clause)
สำหรับผู้รับบำนาญอยู่ก่อนแล้ว
– ทุกคนจะได้รับการคำนวณบำนาญใหม่ตามสูตร CARE
– หากคำนวณบำนาญได้เพิ่มขึ้น จะได้รับการปรับเพิ่มบำนาญโดยอัตโนมัติ
– หากคำนวณบำนาญได้ลดลง จะได้รับบำนาญเท่าเดิม (ไม่มีใครถูกปรับลดลง)
สำหรับผู้ใกล้เกษียณ (ช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี)
ผู้ที่เกษียณระหว่างปี 2569-2573 จะมีการคำนวณบำนาญเปรียบเทียบทั้งสูตรเดิมและสูตร CARE
– หากสูตร CARE ได้มากกว่า จะได้รับบำนาญตามสูตร CARE
– หากสูตรเดิมได้มากกว่า จะได้รับบำนาญตามสูตร CARE พร้อมการชดเชยส่วนต่างตลอดชีวิต
ตารางการเปลี่ยนผ่าน
– ปี 2568-2569: ใช้สูตรเดิม 100%
– ปี 2570: ใช้สูตรผสม เก่า 80% : ใหม่ (CARE) 20%
– ปี 2571: ใช้สูตรผสม เก่า 60% : ใหม่ (CARE) 40%
– ปี 2572: ใช้สูตรผสม เก่า 40% : ใหม่ (CARE) 60%
– ปี 2573: ใช้สูตรผสม เก่า 20% : ใหม่ (CARE) 80%
– ปี 2574 เป็นต้นไป: ใช้สูตรใหม่ CARE 100%
การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการปรับปรุงระบบประกันสังคมให้มีความเป็นธรรมและยั่งยืนมากขึ้น พร้อมทั้งมีมาตรการคุ้มครองที่ชัดเจนเพื่อไม่ให้ผู้ประกันตนที่มีอยู่ได้รับผลกระทบในทางลบ
พบกับ "โคชหนุ่ม" และ "ทิน โชคกมลกิจ" ได้ใน "เงินทองของจริง" ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 – 8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digitall
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่






