นิสัยการเงินของคนไทยส่วนใหญ่ยังคงเป็นแบบ "ใช้ก่อน เก็บทีหลัง" หรือแม้จะเก็บเงินได้สักพัก ก็มักจะหยิบออกมาใช้จนทำให้ไม่บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากความไม่ตั้งใจเพียงอย่างเดียว แต่เป็นพฤติกรรมทางจิตวิทยาที่มีชื่อเรียกเฉพาะ
What the Hell Effect คืออะไร ?
นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า "What the Hell Effect" หมายถึง ภาวะที่คนเราเผลอใจทำสิ่งที่ไขว้เขวจากเป้าหมาย แม้จะรู้ว่ามันผิด แต่กลับปล่อยให้มันถลำลึกไปเรื่อยๆ จนกลับไม่ได้
ตัวอย่างเช่น ตั้งใจจะเก็บออม แต่พอเห็นของที่อยากได้ ก็แอบเอาเงินเก็บมาซื้อ และเมื่อมีครั้งแรกแล้ว ก็มักจะมีครั้งที่สอง จนกระทั่งรู้ตัวอีกทีเงินออมก็หมดไปแล้ว
สาเหตุของปรากฏการณ์นี้
นักจิตวิทยาอธิบายว่า เมื่อยอมแพ้ต่อเป้าหมาย คนเรารู้สึกแย่กับตัวเอง และจูงใจให้กระทำบางอย่างเพื่อชดเชย แต่น่าแปลกที่คนส่วนใหญ่กลับเลือกกระทำในสิ่งที่ผิด ทำให้ถลำลึกกว่าเดิมอีก
แนวทางแก้ไข เมื่อผิดพลาดไปแล้ว ควรหาแนวทางป้องกันไม่ให้ผิดซ้ำอีกในครั้งต่อไป มากกว่าการตำหนิตัวเองจนท้อแท้
5 เทคนิคการเก็บเงินที่ใช้ได้จริง
1. แบ่งเงินออมจากเงินเดือน
เมื่อมีรายได้เข้ามา ให้เตรียมส่วนที่จะออมไว้ 10% จากเงินเดือน ถ้ายังไม่ไหว อาจเริ่มต้นที่ 5% ก็ได้
2. เก็บในอุปกรณ์เปิดยาก
ใช้กระปุกออมสินหรืออุปกรณ์ที่ต้องทำลายถึงจะเปิดได้ เพราะความยุ่งยากในการนำเงินออกจะช่วยบังคับตัวเองไม่ให้ใช้จ่าย และเมื่อต้องใช้จริงๆ ก็ต้องทำลายอุปกรณ์ทิ้ง ไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก
3. เลือกเก็บเฉพาะบางแบงค์
วิธียอดฮิตทั้งคนทำงานและนักเรียน เช่น เลือกเก็บเฉพาะแบงค์ 20 บาท หรือแบงค์ 50 บาท
4. ใช้บัญชีเงินฝากประจำ
โอนเงินเข้าบัญชีทุกเดือนตามจำนวนที่กำหนด ถ้าถอนออกก่อนกำหนดจะไม่ได้ดอกเบี้ย แต่ถ้าเก็บได้ครบตามเดือนที่กำหนดจะได้รับดอกเบี้ยสูง
5. ตั้งเป้าการถอนเงินทุกวัน
ประเมินว่าแต่ละวันใช้เงินเท่าไหร่ คิดเป็น 7 วัน ถ้าครบ 7 วันแล้วใช้ไม่หมด ให้เอาส่วนเกินไปเก็บแยกต่างหาก
เทคนิคการออมเงินจากต่างประเทศ
ญี่ปุ่น – Kakeibo (คะเคะโบ)
บัญชีแยกประเภทการเงินครัวเรือน ใช้แค่สมุดกับปากกาจดบันทึกรายรับ-รายจ่ายตามหมวดหมู่ หัวใจหลักคือการ "ตั้งคำถาม" กับตัวเอง: สิ่งนี้จำเป็นไหม ? รู้สึกอย่างไรเมื่อซื้อแล้ว ? เพื่อทบทวนการใช้จ่าย
จีน – ประหยัดและลงทุน
เริ่มตั้งเป้าหมายการออมตั้งแต่วัยหนุ่มสาว เมื่อมีเงินก้อนโตจะซื้อทองคำตอนราคาลงเพื่อเก็งกำไร นำเงินไปลงทุนทำธุรกิจ ตลาดหุ้น อสังหาริมทรัพย์ และผลิตภัณฑ์การเงินต่างประเทศ
สิงคโปร์ – กองทุนสำรองเลี้ยงชีพกลาง
ออมเงิน 20% ของรายได้ใน Central Provident Fund เพื่อกินดอกเบี้ย แบ่งเป็น 3 บัญชี
1. การลงทุน ที่อยู่อาศัย และการศึกษา
2. การเกษียณอายุและการลงทุนเพื่อการเกษียณ
3. การรักษาพยาบาลและการประกันสุขภาพ
สหรัฐอเมริกา – ปลูกฝังความเป็นอิสระ
วัยรุ่นทำงานพาร์ทไทม์ตั้งแต่อายุยังน้อยเพื่อฝึกพึ่งพาตัวเอง จึงรู้จักออมเงินและมองหาการลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ รวมถึงลงทุนในพันธบัตร กองทุน และผลิตภัณฑ์การเงินที่ให้ผลตอบแทนสูง
เยอรมนี – วินัยและเงินสด
ปลูกฝังให้ทำประกันตั้งแต่เด็กเพื่อสร้างวินัยทางการเงิน ไม่นิยมใช้บัตรเครดิต เน้นใช้เงินสด และแบ่งเก็บ 70% ของรายได้ เพราะมองว่าการออมเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉินเป็นเรื่องสำคัญ
ฝรั่งเศส – ใช้ประโยชน์จากสวัสดิการ
แม้เสียภาษีสูง แต่รัฐสวัสดิการช่วยลดรายจ่ายหลายด้าน นิยมแชร์บ้านอยู่กับเพื่อนจนกว่าจะแต่งงานเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย และนำเงินไปต่อยอดทำธุรกิจ
สวิตเซอร์แลนด์ – คุณภาพมากกว่าราคา
รัฐบาลมีสวัสดิการดูแลประชาชนตั้งแต่เกิดจนเกษียณ จึงไม่นิยมออมเงินในธนาคารมากนัก พ่อแม่สอนให้ตั้งเป้าหมายการใช้เงินชัดเจน เลือกซื้อของที่คุ้มค่ามากกว่าราคาถูก และสอนคำนวณการใช้เงินตั้งแต่เด็ก
ลักษณะการออมเงินของแต่ละประเทศแตกต่างกันตามแนวคิดและรัฐสวัสดิการ แต่สิ่งที่เห็นชัดคือ การปลูกฝังให้รู้จักสร้างวินัยการออม เพื่อวางแผนการเงินในอนาคต ไม่ว่าจะเลือกวิธีไหน สิ่งสำคัญคือความสม่ำเสมอและการมีเป้าหมายที่ชัดเจน
พบกับ "โคชหนุ่ม" และ "ทิน โชคกมลกิจ" ได้ใน "เงินทองของจริง" ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 – 8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digitall
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/yLS0J9SGwWA?si=aReykGortle06txN






