คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมบางคนสมัครสินเชื่อผ่านง่าย ๆ ในขณะที่บางคนกลับถูกปฏิเสธ? หรือทำไมบางคนได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า ? คำตอบอยู่ที่ "เครดิตทางการเงิน" – สิ่งที่หลายคนมองข้ามแต่กลับส่งผลกระทบอย่างมากต่อชีวิตการเงินของเรา
ในยุคที่ธุรกรรมทางการเงินมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ การมีเครดิตที่ดีไม่ใช่แค่การเปิดประตูสู่การกู้เงิน แต่ยังเป็นการสร้างรากฐานความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว บทความนี้จะพาคุณทำความรู้จักกับเครดิตทางการเงินตั้งแต่พื้นฐาน เทคนิคการสร้างเครดิตที่ดี ไปจนถึงวิธีฟื้นฟูเครดิตที่เสียหายแล้ว
ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่กำลังเริ่มต้นสร้างประวัติทางการเงิน กำลังรักษาเครดิตที่มีอยู่ หรือต้องการฟื้นฟูเครดิตที่พังไปแล้ว บทความนี้มีคำตอบให้คุณครบถ้วน
เครดิตทางการเงินคืออะไร ?
เครดิตทางการเงิน หมายถึง ความน่าเชื่อถือทางการเงินของคุณที่ส่งผลโดยตรงต่อโอกาสในการขอสินเชื่อ การทำธุรกิจ และธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ
ข้อมูลเครดิตจะแสดงภาพรวมของภาระหนี้และประวัติการชำระหนี้ของคุณ สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการเป็นหนี้ ความตั้งใจในการชำระหนี้ และระดับความน่าเชื่อถือของคุณในสายตาของสถาบันการเงิน
ทำไมเครดิตจึงสำคัญ ?
ประวัติการชำระเงินเป็นปัจจัยสำคัญที่สถาบันการเงินใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ เพราะต้องประเมินความเสี่ยงว่าเมื่อปล่อยเงินกู้ไปแล้วจะได้รับเงินคืนหรือไม่
– ลูกค้าที่มีประวัติไม่ดี มักถูกปฏิเสธการให้สินเชื่อ
– ลูกค้าที่มีประวัติดี จะได้รับการอนุมัติง่ายกว่า เพราะถือว่าเป็นลูกค้าที่มีเครดิตการเงินดี
เครดิตบูโร ศูนย์กลางข้อมูลเครดิต
บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือที่เรียกกันว่า "เครดิตบูโร" เป็นหน่วยงานที่รวบรวมข้อมูลประวัติการชำระเงินจากสถาบันการเงินต่าง ๆ รวมถึงการชำระเงินในระบบสาธารณูปโภคและการสื่อสาร
ข้อมูลนี้ทำให้สถาบันการเงินสามารถตรวจสอบประวัติการเงินของผู้ขอสินเชื่อได้อย่างละเอียด แม้จะไม่เคยเป็นลูกค้ากันมาก่อน ดังนั้นการรักษาประวัติการชำระเงินให้ดีจึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง
5 เทคนิคสร้างเครดิตที่ดีตั้งแต่เริ่มต้น
1. เปิดบัญชีธนาคารและใช้อย่างมีวินัย
บัญชีธนาคารคือรากฐานแรกของประวัติทางการเงินของคุณ แม้ว่าจะไม่ส่งผลโดยตรงต่อคะแนนเครดิต แต่เป็นหลักฐานแสดงความมั่นคงและความรับผิดชอบทางการเงิน
คำแนะนำ
– ฝากเงินสม่ำเสมอ ให้บัญชีมีความเคลื่อนไหว
– สร้างข้อมูลพฤติกรรมทางการเงินที่ดีต่อธนาคาร
– เพิ่มโอกาสในการสมัครผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ ในอนาคต
2. เริ่มใช้บัตรเครดิตแบบรูดน้อย-จ่ายเต็ม
การใช้บัตรเครดิตอย่างมีวินัยเป็นวิธีสร้างเครดิตที่มีประสิทธิภาพ
กฎทองสำหรับผู้ถือบัตรเครดิต
– ใช้ไม่เกิน 30% ของวงเงิน เพื่อแสดงว่าคุณใช้เครดิตอย่างมีวินัยและไม่ขาดแคลนเงินสด
– จ่ายเต็มจำนวนในวันครบกำหนดชำระทุกครั้ง
– ไม่ชำระแค่ยอดขั้นต่ำ เพราะจะสะสมดอกเบี้ยและส่งสัญญาณที่ไม่ดีต่อเครดิต
3. จ่ายบิลตรงเวลา
นี่คือปัจจัยที่มีน้ำหนักมากที่สุดในการประเมินเครดิต แม้จะเป็นบิลจำนวนเล็กน้อย แต่ก็ส่งผลต่อประวัติเครดิตของคุณ
บิลที่ต้องระวัง
– ค่าโทรศัพท์มือถือ
– ค่าอินเทอร์เน็ตบ้าน
– การผ่อนชำระสินค้า
– ค่าน้ำ ค่าไฟ
การผิดนัดชำระแม้เพียงครั้งเดียวก็อาจส่งผลเสียต่อเครดิตของคุณได้
4. ใช้บริการผ่อน 0% อย่างมีการวางแผน
การผ่อนชำระดอกเบี้ย 0% เป็นทางเลือกที่ดี แต่ต้องมีการวางแผนที่รัดกุม
ข้อควรระวัง
– ไม่ควรผ่อนสินค้ามากเกินไป
– คำนวณความสามารถในการจ่ายก่อนตัดสินใจ
– ระวังไม่ให้ยอดผ่อนรวมเกิน 30% ของรายได้
5. ตรวจเครดิตบูโรและเช็กสถานะเครดิตปีละครั้ง
การตรวจสอบเครดิตของคุณเป็นประจำมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ประโยชน์ของการตรวจสอบ
– ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
– ติดตามการพัฒนาคะแนนเครดิต
– ป้องกันการใช้เอกลักษณ์โดยไม่ได้รับอนุญาต
– หากพบจุดที่ทำให้เครดิตดูไม่ดี สามารถวางแผนปรับปรุงได้ทันท่วงที
เครดิตไม่ดีแล้ว ยังแก้ไขได้ไหม ?
คำตอบคือ แก้ไขได้ แต่ต้องใช้เวลาและความมุ่งมั่น นี่คือขั้นตอนการฟื้นฟูเครดิต
ขั้นตอนที่ 1 ปิดหนี้เก่าทั้งหมดให้เรียบร้อย
จ่ายยอดที่ค้างชำระให้ครบทุกบัญชี และขอใบรับรองว่าหนี้ปิดแล้วเพื่อเป็นหลักฐาน
สิ่งสำคัญที่ต้องรู้
– เครดิตจะไม่ฟื้นทันทีหลังปิดหนี้
– สถานะจะเปลี่ยนเป็น "ปิดบัญชี" และเริ่มนับเวลาฟื้นตัว
ขั้นตอนที่ 2: รอเวลาให้เครดิตฟื้นตัว
หลังชำระหนี้ครบและปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว ข้อมูลจะถูกจัดเก็บตามระยะเวลาที่กำหนด
ไทม์ไลน์การฟื้นตัวของเครดิต
– ข้อมูลประวัติการชำระหนี้จะถูกจัดเก็บย้อนหลัง 36 เดือน
– ข้อมูลการผิดนัดชำระหนี้เกิน 90 วัน จะถูกจัดเก็บต่อเนื่อง 5 ปี
– หลังจากนั้นจะค่อย ๆ ถูกลบออกจากระบบภายใน 3 ปี
ขั้นตอนที่ 3: อย่าค้างชำระใหม่เด็ดขาด
ในระหว่างที่เครดิตกำลังฟื้นตัว การหลีกเลี่ยงการก่อหนี้ใหม่เป็นสิ่งสำคัญที่สุด
เหตุผลที่ต้องระวัง
– เครดิตบูโรจะบันทึกการค้างชำระทุกครั้ง แม้แค่ 1 วัน
– การค้างหลายรอบจะสะสมประวัติว่าเป็นผู้เสี่ยงผิดนัดซ้ำ
– หลังปิดหนี้เก่า 3 ปีแรกเป็นช่วงเฝ้าระวัง
– หากค้างชำระซ้ำอีก เวลาจะรีเซ็ตใหม่หมด (ต้องรออีก 3 ปีนับจากครั้งล่าสุด)
ขั้นตอนที่ 4: ติดต่อเจ้าหนี้เพื่อหาทางออก
ในกรณีที่ไม่สามารถหาเงินมาจ่ายหนี้ทั้งหมดและปิดบัญชีได้ มีทางเลือกดังนี้:
ทางเลือกในการเจรจา
– เจรจาผ่อนจ่ายเป็นงวด
– ขอประนอมหนี้
– ขอปิดบัญชีแบบมีส่วนลด โดยขอเอกสารยืนยัน
– ขอเขียนคำชี้แจงแนบในเครดิตบูโร หากมีเหตุจำเป็น เช่น ป่วย หรือตกงาน
ข้อควรจำ ไม่ควรหายไปเงียบ ๆ การติดต่อสื่อสารกับเจ้าหนี้แสดงถึงความรับผิดชอบและความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหา
เครดิตทางการเงินเป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลต่อชีวิตการเงินของคุณในระยะยาว การสร้างและรักษาเครดิตที่ดีต้องอาศัยความมีวินัย การจ่ายบิลตรงเวลา และการใช้จ่ายอย่างมีสติ
หากเครดิตของคุณไม่ดีอยู่แล้ว ก็ยังไม่สายเกินไปที่จะฟื้นฟู เพียงแค่มีแผนที่ชัดเจน มีความอดทน และปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างสม่ำเสมอ เครดิตของคุณก็จะกลับมาดีได้อีกครั้ง
จำไว้ว่า การรักษาเครดิตให้ดีง่ายกว่าการฟื้นฟูเครดิตที่เสียหายเสมอ เริ่มสร้างนิสัยทางการเงินที่ดีตั้งแต่วันนี้เพื่ออนาคตที่มั่นคง
พบกับ "โคชหนุ่ม" และ "ทิน โชคกมลกิจ" ได้ใน "เงินทองของจริง" ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 – 8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digitall
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/Owy8Xaw5lfM






