การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน" ประโยคนี้เราคุ้นหูกันดี แต่หลายคนอาจยังไม่เข้าใจจริงๆ ว่า "ความเสี่ยง" ในโลกการลงทุนหมายถึงอะไร และมีกี่ประเภท วันนี้เรามาทำความเข้าใจกันให้ชัดเจน
ความเสี่ยงในการลงทุนคืออะไร ?
ความเสี่ยงในการลงทุน คือ ความไม่แน่นอนหรือโอกาสที่เราจะไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดหวังไว้จากการลงทุนนั้น ๆ
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ ความเสี่ยงและผลตอบแทนเป็นเหมือนเหรียญสองด้าน ยิ่งเสี่ยงมากเท่าไหร่ โอกาสได้ผลตอบแทนสูงก็มากขึ้นเท่านั้น
คนส่วนใหญ่มักคุ้นเคยกับคำว่า "ผลตอบแทน" มากกว่า "ความเสี่ยง" เพราะทุกคนตัดสินใจลงทุนด้วยความคาดหวังที่จะได้ผลกำไรที่สูงขึ้น แต่อย่าลืมว่าความเสี่ยงคือสิ่งที่มาพร้อมกับผลตอบแทนเสมอ
รู้จัก 6 ประเภทความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องเจอ
1. ความเสี่ยงจากตลาด (Market Risk)
เป็นความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของภาวะตลาดโดยรวมที่ส่งผลกับราคาสินทรัพย์ทั้งหมดในตลาดนั้นๆ
ตัวอย่าง ภาวะเศรษฐกิจในประเทศซบเซา อาจส่งผลให้ราคาของสินทรัพย์ต่างๆ มีแนวโน้มลดลงทั่วตลาด
2. ความเสี่ยงทางธุรกิจ (Business Risk)
เป็นความเสี่ยงที่เกิดจากลักษณะของธุรกิจนั้น ๆ เช่น ประเภทธุรกิจ โครงสร้างรายได้ ค่าใช้จ่ายของกิจการ
อาจเกิดจากปัจจัยที่กระทบเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรม หรือการดำเนินงานภายในของบริษัทเอง ซึ่งจะส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัท และทำให้ผลตอบแทนที่นักลงทุนคาดว่าจะได้รับลดลงตามไปด้วย
3. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk)
เป็นความเสี่ยงที่เกิดจากการที่เราไม่สามารถซื้อขายสินทรัพย์ที่ลงทุนได้ในราคาหรือจำนวนที่ต้องการ
ตัวอย่าง อยากขายหุ้นในราคาที่ดี แต่ไม่มีคนมาซื้อพอ จนต้องลดราคาขายทิ้งไป
4. ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย (Interest Rates Risk)
เป็นความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่ขึ้น ๆ ลง ๆ ซึ่งกระทบต่อราคาสินทรัพย์บางประเภท และระดับอัตราผลตอบแทนที่นักลงทุนต้องการ
5. ความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อ (Inflation Risk)
"เงินเฟ้อ" เป็นภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากเงินเฟ้อสูง ก็จะส่งผลให้เงินที่มีอยู่ในมือซื้อสินค้าได้น้อยลง หรือที่เรียกว่า "เงินมีมูลค่าลดลง"
ตัวอย่าง ผลตอบแทนจากการลงทุนได้ 3% แต่เงินเฟ้อสูง 5% แปลว่าเงินของคุณแท้จริงแล้วกำลังเสียมูลค่าอยู่
6. ความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง
มักส่งผลกระทบรุนแรงต่อธุรกิจ เช่น การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ภัยธรรมชาติ หรือความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทำให้สินค้าบางอย่างต้องออกไปจากตลาด
4 ข้อที่นักลงทุนมือใหม่มักพลาด
ในยุคที่ข้อมูลล้นมือ หลายคนอาจคิดว่าแค่ขยันเรียนรู้และติดตามข่าวสารก็ลงทุนได้เอง ไม่ต้องปรึกษาใครแต่ในความจริง หลายพฤติกรรมที่เราคิดว่า "ถูก" อาจซ่อนความเข้าใจผิดโดยไม่รู้ตัว และส่งผลต่อผลตอบแทนได้ ลองเช็กดูว่าคุณเคยเผลอคิดแบบนี้หรือเปล่า
ข้อที่ 1: คิดว่าสิ่งที่เรารู้และเห็นคือทุกอย่างแล้ว
ความเป็นจริง: เราอาจจะกำลังลำเอียงอยู่ก็ได้
แม้ทุกวันนี้จะหาข้อมูลได้ง่ายแค่ปลายนิ้ว แต่เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าข้อมูลนั้นถูกต้องหรือเป็นแค่ความเห็น ?
การรับข้อมูลจากแหล่งเดียว หรือจากคนกลุ่มเดียว อาจทำให้เราเห็นภาพเพียงด้านเดียว และตัดสินใจผิดพลาดได้
ข้อที่ 2: ลงทุนระยะยาวไม่ต้องติดตามพอร์ตบ่อยก็ได้
ความเป็นจริง: รู้ตัวอีกทีก็ติดดอยแล้ว
จริงอยู่ที่การลงทุนยาว ๆ มักให้ผลตอบแทนดี แต่ก็ไม่ควรปล่อยพอร์ตทิ้งไว้เฉย ๆ เพราะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงตลอด
หากไม่มีการปรับพอร์ตบ้าง อาจทำให้พลาดโอกาสทำกำไร หรือแย่กว่านั้นคือถือสินทรัพย์ที่กำลังร่วงลงต่อเนื่องโดยไม่รู้ตัว
ข้อที่ 3: เรารู้จักตัวเองดีที่สุดแล้ว
ความจริง: เราอาจประเมินตัวเองต่ำหรือสูงเกินไป
ประโยค "ไม่มีใครรู้จักตัวเราดีเท่าเราเอง" อาจจะใช้ไม่ได้กับสถานการณ์นี้
หลายครั้งเราคิดว่ารับความเสี่ยงได้ แต่พอเจอขาดทุนจริงกลับทนไม่ไหว หรือบางคนมีเวลาลงทุนอีกยาว แต่กลับกลัวเสี่ยง ลงทุนแต่สินทรัพย์ปลอดภัยจนพลาดผลตอบแทน
การตั้งเป้าหมายการลงทุนก็เช่นกัน หากไม่สะท้อนความจริง อาจทำให้เราบริหารพอร์ตได้ไม่ถึงเป้าหมาย
คำแนะนำ: ควรเริ่มจากการค้นหาว่าตัวเองเป็น "นักลงทุนสายไหน" เพื่อจะได้ศึกษาและเลือกสินทรัพย์ให้เหมาะกับตัวเอง
ข้อที่ 4: ลงทุนในสินทรัพย์ประเภทเดียวก็ไม่เสียหาย
ความจริง: พอเปิดพอร์ตดูอีกที แดงทั้งแผง
คำว่า "อย่าเก็บไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว" ใช้ได้เสมอ โดยเฉพาะกับการลงทุน เพราะมันคือการกระจายความเสี่ยง
บางคนมั่นใจจัดหนักกับสินทรัพย์เดียวที่กำลังมาแรง ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ แต่โอกาสสำเร็จจริงจะมีน้อย
การกระจายความเสี่ยงไปหลายสินทรัพย์และหลายระดับความเสี่ยง จะช่วยให้พอร์ตเติบโตมั่นคงและยาวนานกว่า
เข้าใจความเสี่ยง ลงทุนได้อย่างมั่นใจ
การลงทุนไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะประสบความสำเร็จด้วยตัวเอง การเข้าใจความเสี่ยงในทุกมิติ รู้จักตัวเองให้ดี และกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม คือกุญแจสำคัญสู่การลงทุนที่ประสบความสำเร็จ
หากยังไม่มั่นใจ การปรึกษาที่ปรึกษาการลงทุนมือโปรก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะบางครั้งมุมมองจากภายนอกอาจช่วยให้เราเห็นสิ่งที่มองข้ามไป
จำไว้เสมอ: ความเสี่ยงและผลตอบแทนเป็นเหรียญสองด้าน ยอมรับความเสี่ยงที่เหมาะสมกับตัวเอง และเรียนรู้ที่จะจัดการมันอย่างชาญฉลาด นั่นคือเส้นทางสู่เป้าหมายทางการเงินของคุณ
พบกับ "โคชหนุ่ม" และ "ทิน โชคกมลกิจ" ได้ใน "เงินทองของจริง" ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 – 8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digitall
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/xGEJu3or2gA?si=UsQHArzpVSCTfdGu






