รู้ทัน NPL: เมื่อหนี้กลายเป็นหนี้เสีย และวิธีป้องกันก่อนสายเกินแก้| เงินทองของจริง

/
/
/
รู้ทัน NPL: เมื่อหนี้กลายเป็นหนี้เสีย และวิธีป้องกันก่อนสายเกินแก้| เงินทองของจริง
ในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้น หลายคนต้องพึ่งพาการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อบ้าน รถ หรือใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่หากไม่มีการบริหารจัดการที่ดี หนี้เหล่านี้อาจกลายเป็น “หนี้เสีย” ได้ บทความนี้จะอธิบายทุกสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับหนี้เสีย ผลกระทบ และวิธีป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้
 
หนี้เสียคืออะไร ?
 
หนี้เสีย หรือที่เรียกในวงการการเงินว่า NPL (Non-Performing Loan) คือสถานะของหนี้ที่ผู้กู้ไม่สามารถชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยได้ตามกำหนดเวลาที่ตกลงไว้กับสถาบันการเงิน โดยทั่วไปแล้ว หากคุณค้างชำระเกิน 90 วัน หนี้นั้นจะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม NPL 
 
การที่หนี้ถูกจัดเป็น NPL ส่งผลกระทบอย่างมากต่อความน่าเชื่อถือทางการเงินของคุณ เพราะเป็นสัญญาณแสดงถึงการขาดศักยภาพและความมั่นคงทางรายได้ นอกจากนี้ยังมีผลต่อโอกาสในการขอสินเชื่อในอนาคตอีกด้วย
 
ประเภทของหนี้เสีย
 
หนี้เสียสามารถแบ่งได้หลายประเภท ตามลักษณะของสินเชื่อที่คุณไม่สามารถชำระได้ตามกำหนด:
 
1. หนี้เสียจากบัตรเครดิต (Credit Card NPL – เกิดจากการไม่สามารถชำระยอดค้างชำระของบัตรเครดิตได้
2. หนี้เสียจากบัตรกดเงินสดหรือสินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan NPL) – เกิดจากการผิดนัดชำระสินเชื่อส่วนบุคคลประเภทต่างๆ
3. หนี้เสียจากสินเชื่อรถยนต์ (Car Loan NPL) – เกิดจากการไม่สามารถผ่อนชำระค่างวดรถยนต์ได้ตามกำหนด
4. หนี้เสียจากสินเชื่อบ้าน (Mortgage Loan NPL) – เกิดจากการผิดนัดชำระเงินกู้ซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม
5. หนี้เสียจากสินเชื่อธุรกิจ (Business Loan NPL) – เกิดขึ้นเมื่อผู้ประกอบการไม่สามารถชำระเงินกู้ธุรกิจได้ตามกำหนด
 
สาเหตุของการเกิดหนี้เสีย
 
โดยทั่วไปแล้ว หนี้เสียมักเกิดจากปัญหาในการบริหารจัดการทางการเงิน แต่ก็ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่อาจส่งผลให้เกิดหนี้เสียโดยที่เราไม่สามารถควบคุมได้
 
ปัจจัยภายใน
ปัญหาที่เกิดจากตัวผู้กู้เอง มักเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการเงินที่ไม่มีประสิทธิภาพ:
 
– การขาดวินัยทางการเงิน – ไม่ชำระหนี้ตามกำหนดเวลา แม้จะมีเงินเพียงพอก็ตาม
– การบริหารจัดการการเงินที่ไม่ดี – ใช้จ่ายเกินตัว กู้ยืมโดยไม่มีแผนการชำระคืนที่ชัดเจน
– การก่อหนี้ซ้ำซ้อน – ยืมเงินจากหลายแหล่งพร้อมกันโดยไม่สามารถชำระหนี้ได้ทันเวลา
 
ปัจจัยภายนอก
เหตุการณ์ที่ผู้กู้ไม่สามารถควบคุมได้:
 
– สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ไม่ดี – ภาวะเงินเฟ้อสูง หรือการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นแต่รายได้ลดลง
– การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย – หากคุณกู้ซื้อบ้านในช่วงที่ดอกเบี้ยต่ำ แต่เมื่อดอกเบี้ยปรับขึ้น ค่างวดรายเดือนก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
– การถูกเลิกจ้าง – การสูญเสียงานกะทันหันทำให้ขาดรายได้หลัก ส่งผลให้การชำระหนี้ไม่เป็นไปตามแผน
 
ผลกระทบของหนี้เสีย
 
หนี้เสียไม่เพียงแต่สร้างภาระทางการเงินต่อผู้กู้โดยตรงเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบในวงกว้างอีกด้วย
 
ผลกระทบต่อบุคคล
 
– เสียเครดิตและขอสินเชื่อได้ยากขึ้น – การมีประวัติหนี้เสียใน เครดิตบูโร ทำให้การขอสินเชื่อในอนาคตเป็นเรื่องยาก สถาบันการเงินอาจปฏิเสธการให้สินเชื่อ หรือคิดดอกเบี้ยในอัตราที่สูงขึ้น
– ไม่มีเงินเหลือใช้และอาจโดนยึดทรัพย์สิน – เมื่อต้องนำเงินไปชำระหนี้จนหมด อาจเกิดปัญหาเงินไม่พอใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และหากไม่สามารถชำระหนี้ได้ ทรัพย์สินที่ใช้ค้ำประกัน เช่น บ้าน รถยนต์ อาจถูกยึดเพื่อนำไปขายทอดตลาด
– เกิดความเครียดและปัญหาสุขภาพจิต – ภาระหนี้เกินตัวก่อให้เกิดความเครียด ความขัดแย้งในครอบครัว และอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิต
 
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
 
– สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อใหม่ลดลง – หนี้เสียที่เพิ่มขึ้นทำให้ธนาคารต้องตั้งสำรองมากขึ้น ส่งผลให้ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้น้อยลง
– เศรษฐกิจชะลอตัวและเติบโตช้า – เมื่อผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคและการลงทุนก็ลดลง ส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวม
– การขยายตัวของธุรกิจชะงักงัน – โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs ที่พึ่งพาการกู้ยืมเงินเพื่อขยายกิจการ เมื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุนยากขึ้น การขยายกิจการหรือการลงทุนใหม่ ๆ จึงชะลอตัวลง
 
วิธีป้องกันหนี้เสีย
 
การป้องกันไม่ให้เกิดหนี้เสียเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรให้ความใส่ใจ ต่อไปนี้คือวิธีการที่จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงปัญหานี้:
 
1. สำรวจและวางแผนการเงินอย่างรอบคอบก่อนการกู้เงิน
 
ก่อนที่จะยื่นขอสินเชื่อใด ๆ ควรสำรวจรายได้และค่าใช้จ่ายรายเดือนอย่างละเอียด เพื่อประเมินว่าคุณมีความสามารถในการชำระหนี้เพียงพอหรือไม่ ควรศึกษารายละเอียดของสินเชื่อ เช่น อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อนชำระ และค่าธรรมเนียมต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าการกู้เงินนั้นเหมาะสมกับสถานะทางการเงินของคุณ
 
2. ชำระหนี้ตรงเวลา
 
การชำระหนี้ตรงตามกำหนดเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาสถานะทางการเงินที่ดี ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในระบบเครดิตบูโร และยังช่วยหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นจากดอกเบี้ยผิดนัดและค่าปรับ ควรวางแผนและจัดสรรเงินให้เหมาะสมเพื่อให้สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด
 
3. ติดต่อสถาบันการเงินเพื่อหาแนวทางแก้ไขหากประสบปัญหา
 
หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาทางการเงินที่อาจนำไปสู่การเกิดหนี้เสีย สิ่งสำคัญคืออย่าเพิกเฉย ควรติดต่อสถาบันการเงินเพื่อขอคำปรึกษาและหาทางออกร่วมกัน เช่น การปรับโครงสร้างหนี้ การขยายระยะเวลาผ่อนชำระ หรือการลดอัตราดอกเบี้ย
 
นอกจากนี้ ควรวางแผนการเงินใหม่อย่างจริงจัง โดย:
– ไม่สร้างหนี้เพิ่ม
– ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
– จัดลำดับการจ่ายหนี้เพื่อลดเงินต้นและดอกเบี้ย
 
หนี้เสียเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบทั้งต่อตัวคุณเองและระบบเศรษฐกิจโดยรวม การมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหนี้เสีย สาเหตุ และผลกระทบ จะช่วยให้คุณมีการบริหารจัดการทางการเงินที่ดีขึ้น การวางแผนการเงินที่รอบคอบ การสร้างวินัยในการชำระหนี้ และการรู้จักแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดความยากลำบากทางการเงิน จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงปัญหาหนี้เสียและมีความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
 
พบกับ “โคชหนุ่ม” และ “กาย สวิตต์” ได้ใน “เงินทองของจริง” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digital
 
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่  https://youtu.be/ckJ7SgRKYk4