รักไม่เพียงพอ ! คู่มือวางแผนการเงินสำหรับการแต่งงานที่ใช้งานได้จริง | เงินทองของจริง

/
/
/
รักไม่เพียงพอ ! คู่มือวางแผนการเงินสำหรับการแต่งงานที่ใช้งานได้จริง | เงินทองของจริง
การแต่งงานไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคน แต่เป็นการรวมสองครอบครัวเข้าด้วยกัน และเป็นการวางรากฐานให้ครอบครัวในอนาคต เพราะฉะนั้น แค่รักกันจึงไม่เพียงพอ แต่ต้องวางแผนให้พร้อมด้วย
 
สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงก่อนแต่งงาน
 
ก่อนจะไปดูว่าการวางแผนการแต่งงานควรทำอะไรบ้าง มี 3 สิ่งสำคัญที่คนที่เตรียมตัวจะแต่งงานควรคำนึงถึงก่อน
 
1. การเคลียร์หนี้สิน
ควรเคลียร์หนี้สินที่มีให้หมดก่อนแต่งงาน มีการเปิดอกพูดคุยกันถึงรายการผ่อนชำระแต่ละเดือน จำนวนงวดที่เหลือ เพื่อจะได้ทราบสภาพคล่องทางการเงินของแต่ละคน และไม่เกิดปัญหาในภายหลัง
 
2. การตกลงค่าใช้จ่ายในบ้าน
ตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำค่าไฟ ค่าผ่อนบ้านผ่อนรถ ค่าอาหาร ว่าใครเป็นผู้จ่าย บางบ้านอาจใช้การเก็บเงินร่วมกันเป็นกองกลางไว้ใช้จ่ายส่วนนี้ หรือบางบ้านอาจแบ่งจ่ายตามรายได้ ซึ่งเหล่านี้ไม่มีผิดถูก ขึ้นอยู่กับการตกลงกันของแต่ละบ้าน
 
3. การวางแผนเก็บเงินลงทุนร่วมกัน
วางแผนเก็บเงินลงทุนร่วมกันเพื่ออนาคตที่สดใส หลังแต่งงานหลายคู่มีแผนซื้อบ้านซื้อรถ มีลูก เตรียมค่าใช้จ่ายการศึกษาลูก และต้องการมีเงินไว้ใช้ยามเกษียณ ทั้งหมดนี้อาจแผนเก็บเงินร่วมกัน หรือนำเงินไปลงทุนเพื่อต่อยอดความมั่งคั่งตามวัตถุประสงค์การลงทุน นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินด้วยการทำประกันภัย
 
5 ขั้นตอนการวางแผนการแต่งงาน
 
1. ปักธงกำหนดวันแต่งงาน
การกำหนดวันแต่งงานจะช่วยให้เกิดความชัดเจนของเป้าหมายและระยะเวลาวางแผนออมเงินสำหรับงานแต่งงาน โดยสามารถกำหนดคร่าวๆ ว่าจะแต่งงานกันในอีก 2 ปี หรือ 3 ปีข้างหน้า
 
2. สำรวจค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ประเมินรายละเอียดค่าใช้จ่ายว่าจะต้องเตรียมเงินไว้สำหรับอะไรบ้าง เช่น สินสอด แหวนหมั้น ชุดแต่งงาน ขบวนแห่ขันหมาก การจัดงานเลี้ยง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ควรหาข้อมูลราคาจากหลายแหล่ง เพื่อนำมาเปรียบเทียบและพิจารณาทางเลือกที่จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ในขั้นตอนนี้คู่รักจะต้องช่วยกันตัดสินใจกำหนดงบประมาณให้ชัดเจน เพื่อจะได้จัดสรรเงินได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด
 
3. เดินหน้าเก็บเงินเพื่อการแต่งงาน
เมื่อรู้เป้าหมาย ระยะเวลา และค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ก็เริ่มเก็บเงินได้เลย โดยอาจแบ่งออมเงินแบบรายเดือน 
 
ตัวอย่าง เป้าหมายเก็บเงินสำหรับแต่งงานจำนวน 500,000 บาท ภายในเวลา 3 ปี หรือ 36 เดือน ก็ต้องเก็บเงินให้ได้เดือนละประมาณ 14,000 บาท และตกลงร่วมกันว่าจะช่วยกันออกในสัดส่วนเท่าไหร่ เช่น คนละครึ่งหนึ่ง คิดเป็นเดือนละ 7,000 บาท และอาจเก็บเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินในงานแต่งงานเพิ่มด้วย
 
4. ใช้เงินตามแผนที่กำหนด
อย่าเพิ่มสิ่งที่ไม่จำเป็นมากเกินไป เพราะจะทำให้ค่าใช้จ่ายบานปลายได้ และก็ไม่ควรประหยัดจนเกินไป เพราะจะทำให้งานแต่งงานในฝันออกมาไม่ประทับใจตามที่คาดหวังไว้ หลังเสร็จสิ้นงานแต่งงานแล้วลองคำนวณดูว่ามีเงินเหลือเท่าไหร่ ก็นำเงินก้อนนั้นมาเป็นเงินกองกลางของครอบครัวเพื่อเริ่มต้นชีวิตคู่ต่อไป
 
5. เริ่มวางแผนการเงินของครอบครัวด้านอื่นๆ
สำหรับคู่รักที่กำลังจะสร้างครอบครัวร่วมกัน การวางแผนเก็บเงินแต่งงานไม่ใช่เพียงเป้าหมายการเงินเดียว ดังนั้น จึงต้อง รีบคุยกันและลองคิดถึงเป้าหมายอื่นๆ ที่ต้องใช้เงิน เพื่อวางแผนตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ทริปฮันนีมูน จำนวนบุตรที่ต้องการ ค่าเล่าเรียนบุตร หรือแม้แต่การพูดคุยปรึกษากันเรื่องการบริหารเงินภายในครอบครัว
 
การวางแผนการเงินหลังแต่งงาน
 
หลังจากจบงานแต่งกันไปแล้ว บ่าวสาวจะเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่กัน การวางแผนการเงินสำหรับใช้ชีวิตหลังแต่งจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพื่อให้ทั้งคู่สามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินและพร้อมรับมือกับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาการเงิน
 
1. การกำหนดเป้าหมายทางการเงินร่วมกัน
ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้ทั้งคู่สามารถวางแผนและใช้จ่ายได้อย่างเป็นระบบ
 
เป้าหมายระยะสั้น การออมเงินสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว การซื้อรถ หรือการชำระหนี้สินที่มีอยู่
 
เป้าหมายระยะยาว การลงทุนเพื่อการเกษียณ การซื้อบ้าน หรือการเตรียมเงินสำหรับการศึกษาของบุตร
 
2. การจัดการบัญชีและการเงินร่วมกัน
วิธีที่เลือกควรสอดคล้องกับความต้องการและสไตล์การใช้จ่ายของแต่ละคน
 
บัญชีร่วม จะช่วยให้การจัดการค่าใช้จ่ายภายในบ้านเป็นไปอย่างสะดวก และสามารถแบ่งปันความรับผิดชอบทางการเงินร่วมกันได้
 
บัญชีแยก การรักษาความเป็นอิสระทางการเงินสามารถช่วยให้ทั้งสองฝ่ายรู้สึกว่ามีพื้นที่ส่วนตัวในการใช้จ่าย แต่ควรมีข้อตกลงที่ชัดเจนในการแบ่งค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ค่าใช้จ่ายในบ้าน ค่าผ่อนบ้าน หรือค่าเล่าเรียนของบุตร
 
3. การมีเงินสำรองยามฉุกเฉิน
เพื่อรองรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน เช่น การเจ็บป่วย การตกงาน หรือเหตุฉุกเฉินอื่นๆ ควรมีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 3-6 เดือน เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างไม่ต้องกังวล
 
4. การจัดการหนี้สิน
ไม่ว่าจะเป็นหนี้สินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้าน รถยนต์ หรือการใช้บัตรเครดิต ควรมีแผนการชำระหนี้ที่ชัดเจน รวมถึงการหลีกเลี่ยงการสร้างหนี้สินเพิ่มเติมโดยไม่จำเป็น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทางการเงินในระยะยาว
 
5. การลงทุนและการวางแผนการออม
การวางแผนการเงินระยะยาวไม่ใช่แค่การออมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่าของเงินด้วย ซึ่งควรวางแผนให้สอดคล้องกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่ทั้งสองยอมรับได้
 
การวางแผนการเงินสำหรับการแต่งงานเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้คู่รักสามารถเริ่มต้นชีวิตคู่อย่างมั่นคง การเตรียมตัวที่ดีก่อนแต่งงาน การวางแผนที่รอบคอบ และการจัดการการเงินหลังแต่งงานอย่างเป็นระบบ จะเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับครอบครัวในอนาคต
 
พบกับ “โคชหนุ่ม” และ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digital
 
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่  https://youtu.be/6mfTlU2-6aI?si=JhqoP8e8h9UsDePn