ระวัง ! ผ่อนมือถือบัตรประชาชนใบเดียว ดอกเบี้ยแฝงสูงลิ่ว | เงินทองของจริง

/
/
/
ระวัง ! ผ่อนมือถือบัตรประชาชนใบเดียว ดอกเบี้ยแฝงสูงลิ่ว | เงินทองของจริง
กระแสการผ่อนสมาร์ทโฟนโดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิตกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าตามห้างสรรพสินค้าที่เสนอ "ผ่อนด้วยบัตรประชาชนใบเดียว" หรือร้านค้าออนไลน์ที่ให้บริการ "ผ่อนไปใช้ไป" แต่รู้หรือไม่ว่าเบื้องหลังความสะดวกนี้อาจซ่อนกับดักที่ทำให้คุณต้องจ่ายเงินแพงกว่าที่คิด และตกอยู่ในภาระหนี้สินที่ไม่เป็นธรรม
 
ธุรกิจผ่อนมือถือตามร้าน ดอกเบี้ยแฝงและเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม
 
บริการผ่อนมือถือจากร้านค้าบางแห่งที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสถาบันการเงิน กำลังสร้างปัญหาให้กับผู้บริโภคจำนวนมาก ผ่านกลโกงและกลยุทธ์หลายรูปแบบ ดังนี้
 
1. โฆษณาปลอดดอกเบี้ย แต่บวกราคาให้สูงกว่าปกติ
 
ร้านค้าหลายแห่งอ้างว่าให้ผ่อนแบบ "0% ดอกเบี้ย" แต่กลับตั้งราคาสินค้าให้สูงกว่าราคาตลาดไปมาก เมื่อรวมยอดผ่อนแล้วกลับต้องจ่ายแพงกว่าเดิมเป็นอย่างมาก ซึ่งในความเป็นจริงแล้วคือการคิดอัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด
 
2. สัญญาที่ซ่อนเงื่อนไขไม่เป็นธรรม
 
– ค่าปรับกรณีผิดนัดชำระที่สูงเกินจริง
– การใช้ข้อมูลส่วนตัวเป็นเครื่องมือกดดัน เช่น กำหนดให้ผู้ซื้อต้องมีเพื่อนใน Facebook จำนวนมาก เพื่อใช้เป็นช่องทางประจานหากผิดนัดชำระ
– การทวงหนี้ที่ผิดกฎหมาย ซึ่งอาจใช้วิธีการที่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
 
3. ระบบล็อกเครื่องจากระยะไกล (Remote Lock)
 
ร้านค้าสามารถสั่งปิดการใช้งานสมาร์ทโฟนของคุณได้ทันทีหากขาดชำระแม้เพียงงวดเดียว ทำให้คุณ:
– สูญเสียเงินที่ผ่อนไปแล้ว
– ไม่สามารถใช้งานตัวเครื่องได้
– ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญที่เก็บไว้ในเครื่อง
 
เมื่อตกอยู่ในสัญญาที่ไม่เป็นธรรมเหล่านี้ ผู้บริโภคแทบไม่มีอำนาจในการต่อรองหรือได้รับการคุ้มครองที่เพียงพอ
 
ธุรกิจ "ผ่อนไปใช้ไป" ในโลกออนไลน์: มิจฉาชีพแฝงตัวอยู่ทั่วไป
 
ธุรกิจผ่อนมือถือแบรนด์ดังราคาสูงในโลกออนไลน์มีให้เห็นมานานหลายปี มักพบบนสื่อโซเชียลต่างๆ เช่น Instagram และ Facebook โดยมีรูปแบบการขายที่น่าสนใจ คือ ให้ผ่อนจ่ายเป็นงวดราคาถูกมาก ประมาณหลักร้อยหรือหลักพันต้นๆ โดยกำหนดเพดานว่าต้องผ่อนให้ได้ 30%, 60% หรือ 80% ของราคาเครื่องก่อน แล้วจะส่งตัวเครื่องให้ใช้ได้เลย จากนั้นค่อยผ่อนจ่ายต่อจนครบ
 
ปัญหาที่พบบ่อย
 
ร้านค้าส่วนใหญ่มักตั้งราคาเครื่องแพงกว่าราคาจริงจากศูนย์แบรนด์นั้นๆ และที่น่ากังวลคือ ปัจจุบันมีกรณีมิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามาทำธุรกิจนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเก็บเงินไปแล้วไม่ส่งมอบสินค้า ทำให้ผู้บริโภคสูญเสียเงินโดยไม่รู้ตัว
 
3 ข้อแนะนำจากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
 
1. ต้องมีสัญญาเป็นหลักฐาน
 
การผ่อนสินค้าโดยยังไม่ได้รับสินค้ามาใช้ก่อนนั้น ควรมีการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อเป็นหลักฐานและหลักประกันว่าจะได้รับสินค้า หากไม่ได้รับสินค้าตามสัญญา คุณสามารถยกเลิกสัญญาและขอเงินคืนได้ แต่ถ้าไม่มีสัญญาหรือหลักฐานใด ๆ อาจเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน
 
2. แจ้งความทันทีหากถูกโกง
 
หากจ่ายเงินไปแล้วแต่ไม่ได้รับสินค้า สามารถแจ้งความดำเนินคดีในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนได้ โดยนำหลักฐาน เช่น การสนทนา หลักฐานการโอนเงิน ไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมขอให้ออกหนังสืออายัดบัญชีธนาคารของผู้ขาย
 
3. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือให้ถ้วนถี่
 
ก่อนตัดสินใจซื้อ ควร
– ตรวจสอบชื่อร้านค้าและบัญชีผู้รับโอนเงิน
– ค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต เช่น เสิร์ชชื่อร้านบน Google
– ตรวจสอบประวัติผ่านเว็บไซต์ blacklistseller.com
– ตรวจสอบการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่เว็บไซต์ trustmarkthai
 
ร้านค้าต้องรู้ การไม่จดทะเบียนมีโทษ
 
สำหรับร้านค้าที่ขายสินค้าแบบผ่อนบนออนไลน์ จำเป็นต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ ฉบับที่ 11 พ.ศ. 2553 หากไม่จดทะเบียนจะมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และปรับวันละไม่เกิน 100 บาท จนกว่าจะปฏิบัติถูกต้อง
 
แม้ธุรกิจผ่อนมือถือที่ทำอย่างสุจริตจะสามารถช่วยผู้บริโภคที่ไม่มีบัตรเครดิตเข้าถึงสินค้าได้ แต่ผู้บริโภคต้องระมัดระวังและตรวจสอบให้ดีก่อนตัดสินใจ เพราะกับดักและมิจฉาชีพมีอยู่จริง การทำความเข้าใจสิทธิของตนเอง และการเลือกซื้อจากร้านค้าที่มีความน่าเชื่อถือเท่านั้น จะช่วยให้คุณปลอดภัยจากการถูกหลอกลวงและภาระหนี้สินที่ไม่เป็นธรรม
 
พบกับ "โคชหนุ่ม" และ "ทิน โชคกมลกิจ" ได้ใน "เงินทองของจริง" ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 – 8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digitall
 
 
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่