ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ท้าทายในปัจจุบัน หลายคนต้องเผชิญกับปัญหาทางการเงิน ร้านค้าหลายแห่งต้องปิดกิจการลง แต่ค่าใช้จ่ายในชีวิتประจำวันยังคงมีอยู่ หนทางที่หลายคนเลือกใช้คือการเอารถเข้าไฟแนนซ์ เพื่อหาเงินก้อนมาใช้หมุนเวียน
การเอารถเข้าไฟแนนซ์คืออะไร ?
การเอารถเข้าไฟแนนซ์ คือ การนำรถยนต์ที่ปลอดภาระไปใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน เพื่อให้ได้เงินก้อนมาใช้จ่ายหรือหมุนเวียนธุรกิจ โดยที่เจ้าของรถยังคงสามารถใช้รถได้ตามปกติ จึงเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการเงินด่วนแต่ไม่ต้องการขายรถ
รูปแบบการเอารถเข้าไฟแนนซ์
1. สินเชื่อทะเบียนรถยนต์
บริการทางการเงินสำหรับผู้ที่มีรถยนต์ที่ผ่อนหมดแล้ว โดยสามารถนำเล่มทะเบียนรถไปขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินได้ วงเงินที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับมูลค่าของรถคันนั้น มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อส่วนบุคคลทั่วไป เนื่องจากเป็นสินเชื่อที่มีหลักประกัน ผู้กู้จะต้องผ่อนชำระคืนเป็นงวดตามระยะเวลาที่ตกลงกันไว้
2. รีไฟแนนซ์รถยนต์
การปรับโครงสร้างหนี้รถยนต์ที่กำลังผ่อนอยู่ โดยการขอสินเชื่อก้อนใหม่จากสถาบันการเงินอื่น เพื่อนำไปชำระยอดคงเหลือของสัญญาเดิม อาจทำให้ได้เงื่อนไขการผ่อนใหม่ที่ดีขึ้น เช่น การขยายระยะเวลาผ่อน ลดค่างวดต่อเดือน หรือลดอัตราดอกเบี้ย
เมื่อไหร่ที่ไฟแนนซ์จะยึดรถ ?
บริษัทไฟแนนซ์จะยึดรถได้ต่อเมื่อลูกหนี้ค้างชำระ 3 งวดติดต่อกัน และรวมก่อนยึดรถอีก 1 งวด รวมเป็น 4 งวด
หากเริ่มรู้ตัวว่าผ่อนรถไม่ไหว ควรเตรียมตัวไว้อย่างรวดเร็ว เพราะการถูกยึดรถไปขายทอดตลาด นอกจากประวัติในเครดิตบูโรจะเสียแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายมากมายตามมาด้วย
แนวทางแก้ปัญหาเมื่อรถกำลังจะถูกยึด
1. เจรจากับไฟแนนซ์หรือลีสซิ่ง
ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน บริษัทไฟแนนซ์จะมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบปัญหาการชำระหนี้ เช่น หยุดพักค่างวด หรือชำระเฉพาะดอกเบี้ย
2. ปรับปรุงโครงสร้างหนี้
ไฟแนนซ์หรือลีสซิ่งหลายแห่งมีมาตรการ “ปรับปรุงโครงสร้างหนี้” หรือ “รีไฟแนนซ์” โดยนำยอดหนี้ที่เหลือมาขยายเวลาผ่อน ทำให้ยอดผ่อนแต่ละเดือนน้อยลง แต่อาจแลกด้วยดอกเบี้ยที่ต้องเสียเพิ่มขึ้นบ้าง
เมื่อเริ่มมีปัญหาควรเจรจาเพื่อรับมาตรการช่วยเหลือ ซึ่งไม่ว่าจะได้รับการช่วยเหลือแบบใด อย่างน้อยก็ยังมีรถไว้ใช้ และไม่ส่งผลเสียต่อเครดิตทางการเงิน
3. ขายรถหรือเปลี่ยนสัญญา
หากคิดว่าไม่อยากชำระหนี้แล้ว การขายรถต่อโดยเปลี่ยนสัญญาไปให้ผู้อื่นผ่อนต่อ ก็อาจช่วยแก้ปัญหานี้ได้ เงินที่ได้จะขึ้นอยู่กับราคาตลาด ณ ตอนนั้นว่ามากหรือน้อยกว่ายอดหนี้ที่เหลืออยู่
สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด
1. นำรถไปขายต่อให้ผู้อื่นโดยไม่เปลี่ยนสัญญา
เพราะอาจจะถูกเบี้ยวค่างวดและเชิดรถหนีไป แล้วสุดท้ายตัวเราเองก็ต้องรับผิดชอบหนี้ที่เหลือ
2. นำรถไปจำนำเถื่อน
การจอดรถไว้แต่ไม่วางเล่มเพื่อนำเงินออกมา เพราะกรรมสิทธิ์ตัวรถยังคงเป็นของไฟแนนซ์ ผู้ครอบครองไม่สามารถนำไปจำนำหรือขายต่อโดยพลการได้
เมื่อรถถูกยึดไปแล้ว ทำอย่างไร ?
หากต้องการรถคืน
ต้องชำระค่างวดที่ค้างไว้ 3-4 เดือน ก่อนถูกยึดรถ และจ่ายค่าติดตามให้ไฟแนนซ์ด้วย
หากเลือกปล่อยรถไป
รถจะเข้าสู่กระบวนการขายทอดตลาด โดยบริษัทไฟแนนซ์จะแจ้งให้รู้ล่วงหน้าก่อน 7 วัน เพื่อให้โอกาสได้จ่ายค่างวดเอารถกลับมา
– หากขายแล้วได้ราคามากกว่าหนี้ที่ค้างชำระ จะได้เงินส่วนต่างคืนมา
– หากได้ราคาต่ำกว่าหนี้ที่ค้างชำระ ต้องจ่ายส่วนต่างนี้ให้บริษัทไฟแนนซ์
นอกจากนี้ แม้รถจะถูกขายทอดตลาดไปแล้ว บริษัทไฟแนนซ์ยังสามารถตามเก็บค่าบริการทวงถามหนี้ได้ แต่ต้องไม่เรียกเก็บสูงเกินความเป็นจริง
การเอารถเข้าไฟแนนซ์เป็นทางเลือกหนึ่งในการหาเงินก้อนเมื่อเผชิญปัญหาทางการเงิน แต่สิ่งสำคัญคือต้องรู้จักวางแผนการชำระหนี้ให้ดี และหากเกิดปัญหาขึ้น ควรรีบเจรจากับสถาบันการเงินเพื่อหาทางออกที่เหมาะสม อย่ารอจนถึงขั้นรถถูกยึดจึงจะแก้ไข
พบกับ “โคชหนุ่ม” และ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digital
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/lCpsIinXlf4?si=LXTfZsGw4E4P_Vfr






