ในยุคปัจจุบันที่บัตรเครดิตกลายเป็นเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญในชีวิตประจำวัน หลายครอบครัวเริ่มพิจารณาทำบัตรเครดิตเสริมเพื่อให้สมาชิกในครอบครัวสามารถใช้จ่ายได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเฉพาะพ่อแม่ที่ต้องการให้ลูกเรียนรู้การใช้เงินและสร้างประวัติทางการเงินตั้งแต่อายุยังน้อย
แต่ในขณะเดียวกัน การทำบัตรเครดิตเสริมก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม หากขาดการวางแผนและการควบคุมที่เหมาะสม บัตรเสริมอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาหนี้สินที่ตามมาได้
บัตรเครดิตเสริมคืออะไร ?
บัตรเครดิตเสริมเป็นบัตรที่พ่วงกับบัตรเครดิตหลัก โดยผู้ที่ต้องการสมัครบัตรเสริมจะต้องมีบัตรเครดิตหลักอยู่แล้วเป็นเงื่อนไขสำคัญ สิ่งที่น่าสนใจคือวงเงินของบัตรเสริมจะใช้วงเงินร่วมกับบัตรหลัก ไม่ใช่วงเงินแยกต่างหาก
วิธีการทำงานของวงเงินบัตรเสริม
หากบัตรเครดิตหลักมีวงเงิน 100,000 บาท บัตรเสริมก็จะมีวงเงิน 100,000 บาทเช่นกัน แต่เมื่อใช้บัตรหลักจ่ายไปแล้ว 20,000 บาท วงเงินที่เหลือของทั้งบัตรหลักและบัตรเสริมจะเป็น 80,000 บาทพร้อมกัน เพราะใช้วงเงินร่วมกัน
วัตถุประสงค์หลักของบัตรเสริม
บัตรเครดิตเสริมถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนในครอบครัวหรือบุคคลที่เราไว้วางใจ เช่น คู่สมรส บุตรหลาน หรือบุคคลใกล้ชิด ทำให้พวกเขาสามารถใช้จ่ายได้เหมือนบัตรหลัก แต่ผู้ถือบัตรหลักยังคงสามารถติดตามและควบคุมการใช้จ่ายได้
ใครสามารถสมัครบัตรเสริมได้บ้าง ?
คุณสมบัติผู้สมัคร
– อายุ ต้องมีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป
– ความสัมพันธ์ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนในครอบครัวหรือมีนามสกุลเดียวกัน สามารถสมัครให้แฟน เพื่อนสนิท หรือบุคคลที่ไว้วางใจได้
– การยืนยันตัวตน ผู้สมัครต้องสามารถยืนยันข้อมูลของตนเองกับสถาบันการเงินได้
การกำหนดวงเงิน
ผู้ถือบัตรหลักสามารถกำหนดวงเงินให้บัตรเสริมได้ทั้งแบบเต็มวงเงินหรือจำกัดวงเงิน เช่น กำหนดให้บัตรเสริมใช้ได้เพียง 30,000 บาท จากวงเงินทั้งหมด 100,000 บาท
การพิจารณาทำบัตรเสริมให้ลูก
ข้อดีและความเสี่ยง
ข้อดี
– ลูกจะได้เรียนรู้การบริหารเงินตั้งแต่วัยเยาว์
– สร้างประวัติเครดิตที่ดีหากมีการใช้จ่ายอย่างรับผิดชอบ
– สะดวกในการใช้จ่ายฉุกเฉิน
ความเสี่ยง
– หากลูกไม่รู้จักบริหารเงิน อาจก่อให้เกิดหนี้สินจำนวนมาก
– ผู้ปกครองต้องรับผิดชอบหนี้สินตามกฎหมาย
3 ข้อพิจารณาสำคัญก่อนทำบัตรเสริมให้ลูก
1. ประเมินวุฒิภาวะของลูก
ลูกต้องเข้าใจว่าเงินที่จ่ายผ่านบัตรเป็นหนี้สินที่ต้องชำระคืน และเข้าใจถึงคุณค่าของเงินที่พ่อแม่หามาด้วยความยากลำบาก หากลูกมีความเข้าใจในเรื่องนี้แล้ว จึงควรพิจารณาให้ถือบัตรเครดิต
2. ทักษะการบริหารเงิน
สังเกตพฤติกรรมการใช้เงินของลูกจากบัญชีเงินฝาก เขาสามารถเก็บเงินได้หรือไม่ มีการวางแผนการใช้จ่ายหรือไม่ เพราะพฤติกรรมการใช้เงินเป็นนิสัยที่ติดตัว หากลูกไม่สามารถบริหารเงินสดได้ดี การให้ใช้บัตรเครดิตอาจมีความเสี่ยงสูง
3. ศึกษานโยบายธนาคาร
ควรศึกษานโยบายของธนาคารอย่างละเอียด และอธิบายให้ลูกเข้าใจเรื่อง:
– ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่างๆ
– ผลกระทบจากการชำระหนี้ล่าช้า
– เครดิตสกอร์และความสำคัญต่ออนาคต
– นโยบายการใช้งานและข้อจำกัดต่างๆ
คำแนะนำสำหรับการใช้บัตรเสริมอย่างปลอดภัย
เริ่มต้นด้วยวงเงินต่ำ
เมื่อตัดสินใจทำบัตรเสริมให้ลูกแล้ว ควรกำหนดวงเงินให้อยู่ในระดับต่ำเพื่อลดความเสี่ยง หลังจากผ่านไปสักระยะ หากลูกแสดงให้เห็นว่าสามารถใช้เงินอย่างมีวินัยและไม่ใช้เต็มวงเงินทุกเดือน จึงค่อยพิจารณาเพิ่มวงเงินให้
ติดตามและควบคุมการใช้จ่าย
ผู้ถือบัตรหลักควรติดตามการใช้จ่ายของบัตรเสริมอย่างสม่ำเสมอ และสื่อสารกับผู้ใช้บัตรเสริมเกี่ยวกับแนวทางการใช้จ่ายที่เหมาะสม
ข้อควรระวัง
ความรับผิดชอบตามกฎหมาย
ผู้ถือบัตรหลักต้องรับผิดชอบหนี้สินของบัตรเสริมตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นใครที่ใช้บัตรเสริม ดังนั้นการพิจารณาสมัครบัตรเสริมจึงต้องทำอย่างรอบคอบ
จำนวนบัตรเสริม
บางธนาคารอนุญาตให้สมัครบัตรเสริมได้ถึง 5 ใบ ซึ่งหมายถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนบัตร ยิ่งมีบัตรมาก ยิ่งมีโอกาสเกิดหนี้สินมาก
บัตรเครดิตเสริมเป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีประโยชน์หากใช้อย่างถูกต้อง แต่ก็มีความเสี่ยงที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเมื่อคิดจะทำบัตรเสริมให้กับลูก การประเมินความพร้อมของลูก การศึกษานโยบายธนาคาร และการกำหนดขอบเขตการใช้งานที่เหมาะสม จะช่วยให้บัตรเสริมเป็นเครื่องมือสำหรับการเรียนรู้การบริหารเงินที่ดี แทนที่จะเป็นภาระหนี้สินที่ตามมา
การตัดสินใจทำบัตรเครดิตเสริมจึงควรเป็นการตัดสินใจที่มีการคิดไตร่ตรองอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและลดความเสี่ยงให้น้อยที่สุด
พบกับ "โคชหนุ่ม" และ "ทิน โชคกมลกิจ" ได้ใน "เงินทองของจริง" ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 – 8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digitall
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/RR6bzcGBkNg?si=GKX8xcxRLJa_gzdX






