ข้าราชการยุคใหม่ได้อะไรบ้าง ? เจาะลึกเงินเดือนและสวัสดิการปี 2568 | เงินทองของจริง

/
/
/
ข้าราชการยุคใหม่ได้อะไรบ้าง ? เจาะลึกเงินเดือนและสวัสดิการปี 2568 | เงินทองของจริง
ปี 2568 มาพร้อมกับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเงินเดือนข้าราชการที่น่าสนใจ ซึ่งได้มีการปรับขึ้นจากปีที่ผ่านมา เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับอัตราเงินเดือนใหม่และสวัสดิการที่ข้าราชการจะได้รับในปี 2568
 
อัตราเงินเดือนแรกบรรจุข้าราชการปี 2568
 
อัตราเงินเดือนแรกบรรจุของข้าราชการได้มีการปรับขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2567 และมีผลต่อเนื่องมาถึงปี 2568 โดยมีอัตราดังนี้ :
 
– วุฒิปริญญาตรี ขั้นต่ำเริ่มที่ 18,000 บาท
– วุฒิปวช. ขั้นต่ำ 11,000 บาท
 
เปรียบเทียบอัตราเงินเดือนแรกบรรจุตามวุฒิการศึกษา ปี 2567-2568
 
วุฒิการศึกษา
ปวช. ปี 2567 อยู่ที่ 10,340 – 11,380 บาท ปี 2568 อยู่ที่ 11,380 – 12,520 บาท
ปวส. ปี 2567 อยู่ที่ 12,650 – 13,920 บาท ปี 2568 อยู่ที่ 13,920 – 15,320 บาท
ปริญญาตรี ปี 2567 อยู่ที่ 16,500 – 18,150 บาท ปี 2568 อยู่ที่ 18,150 – 19,970 บาท
ปริญญาโท ปี 2567 อยู่ที่ 19,250 – 21,180 บาท ปี 2568 อยู่ที่ 21,180 – 23,300 บาท
ปริญญาเอก ปี 2567 อยู่ที่ 23,100 – 25,410 บาท ปี 2568 อยู่ที่ 25,410 – 27,960 บาท
 
อัตราเงินเดือนตามประเภทตำแหน่งข้าราชการ
 
สำหรับข้าราชการที่มีตำแหน่งอยู่แล้ว จะได้รับการปรับเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามความชำนาญและประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้น ดังนี้
 
ตำแหน่งทั่วไป (บรรจุด้วยวุฒิต่ำกว่าปริญญา)
– ระดับปฏิบัติงาน: 4,870 – 21,010 บาท
– ระดับชำนาญงาน: 10,190 – 38,750 บาท
– ระดับอาวุโส: 15,410 – 54,820 บาท
– ระดับทักษะพิเศษ: 48,220 – 69,040 บาท
 
ตำแหน่งวิชาการ (บรรจุด้วยวุฒิปริญญาขึ้นไป)
– ระดับปฏิบัติการ: 8,340 – 26,900 บาท
– ระดับชำนาญการ: 15,050 – 43,600 บาท
– ระดับชำนาญการพิเศษ: 22,140 – 58,390 บาท
– ระดับเชี่ยวชาญ: 31,400 – 69,040 บาท
– ระดับทรงคุณวุฒิ: 43,810 – 76,800 บาท
 
ตำแหน่งอำนวยการ (เลื่อนขั้นจากตำแหน่งวิชาการและทั่วไป)
– ระดับต้น: 26,660 – 59,500 บาท
– ระดับสูง: 32,850 – 70,360 บาท
 
ตำแหน่งบริหาร (เลื่อนขั้นจากตำแหน่งอำนวยการ)
– ระดับต้น: 51,140 – 74,320 บาท
– ระดับสูง: 56,380 – 76,800 บาท
 
การเลื่อนขั้นเงินเดือน
 
การปรับเงินเดือนข้าราชการจะมีการประเมินผลเพื่อพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนปีละ 2 ครั้ง ดังนี้:
 
1. รอบแรก: ประเมินผลการปฏิบัติงานระหว่าง 1 ตุลาคม – 31 มีนาคม โดยมีผลปรับเงินเดือนในวันที่ 1 เมษายน
2. รอบสอง: ประเมินผลการปฏิบัติงานระหว่าง 1 เมษายน – 30 กันยายน โดยมีผลปรับเงินเดือนในวันที่ 1 ตุลาคม
 
สำหรับข้าราชการเดิมที่มีฐานเงินเดือนต่ำกว่าฐานใหม่ จะได้รับการปรับชดเชยให้เหมาะสมตามโครงสร้างเงินเดือนที่เปลี่ยนแปลง
 
สวัสดิการข้าราชการที่น่าสนใจในปี 2568
 
นอกจากเงินเดือนที่ปรับขึ้นแล้ว ข้าราชการยังได้รับสวัสดิการที่น่าสนใจหลายประการ ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบที่ดึงดูดให้หลายคนหันมาสนใจรับราชการมากขึ้น
 
1. สิทธิการใช้วันลา
ข้าราชการมีวันลาหลากหลายประเภท ที่สำคัญได้แก่:
– ลาป่วย: ได้ถึง 30 วันต่อปี (หากเกิน 30 วันต้องมีใบรับรองแพทย์)
– ลาคลอด: ได้ถึง 90 วัน
– ลาพักผ่อนประจำปี: ได้ 10 วันต่อปีงบประมาณ (สำหรับผู้ที่บรรจุแล้ว 6 เดือนขึ้นไป และสามารถสะสมวันลาที่เหลือไปปีถัดไปได้)
– ลาพิเศษอื่น ๆ : เช่น ลาไปดูแลภรรยาหลังคลอด, ลาอุปสมบท, ลาไปประกอบพิธีฮัจย์, ลาเพื่อศึกษาหรือดูงาน, ลาติดตามคู่สมรส และลาเพื่อฟื้นฟูสุขภาพ (ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของหัวหน้า)
 
โดยรวมแล้ว ข้าราชการอาจมีวันหยุดมากกว่า 30 วันต่อปี
 
2. สิทธิการรับเงินบำเหน็จหรือบำนาญ
ข้าราชการที่ทำงานจนอายุ 60 ปี หรือลาออกหลังทำงานมา 25 ปีขึ้นไป จะมีสิทธิเลือกรับผลประโยชน์ได้ 2 แบบ:
 
– เงินบำเหน็จ: ได้รับเป็นเงินก้อนครั้งเดียว คำนวณจากเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย คูณกับอายุราชการ
– เงินบำนาญ: ได้รับเป็นรายเดือนไปจนเสียชีวิต คำนวณจากเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย คูณกับอายุราชการ แล้วหารด้วย 50
 
หากข้าราชการบำนาญเสียชีวิต ทายาทจะได้รับเงินบำเหน็จตกทอดจำนวน 30 เท่าของเงินบำนาญ รวมถึงเงินช่วยเหลือค่าทำศพอีกด้วย
 
3. สิทธิการรักษาพยาบาล
สิทธินี้ครอบคลุมทั้งตัวข้าราชการ คู่สมรส บิดามารดา และบุตร โดยสามารถเบิกค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ เช่น:
– ค่ารักษาพยาบาล ค่ายา ค่าผ่าตัด รวมถึงค่าอวัยวะเทียม
– ค่าทำคลอดบุตร ค่าห้องและค่าอาหาร
 
หากใช้บริการในโรงพยาบาลรัฐ สามารถเบิกได้เต็มจำนวนทั้งกรณีผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก ส่วนโรงพยาบาลเอกชนจะเบิกได้เฉพาะกรณีอุบัติเหตุที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตเท่านั้น
 
4. สิทธิค่าการศึกษาของบุตร
ข้าราชการสามารถเบิกค่าการศึกษาให้กับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่คนที่ 1 ถึงคนที่ 3 ที่มีอายุไม่เกิน 25 ปีบริบูรณ์ ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับปริญญาตรี ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของบุตรได้อย่างมาก
 
5. ค่าทันตกรรม
ข้าราชการ คู่สมรส บิดามารดา และบุตร มีสิทธิเบิกค่าทันตกรรมได้ เช่น อุดฟัน ถอนฟัน ผ่าฟันคุด รักษารากฟัน แต่ต้องอยู่ในอัตราที่กรมบัญชีกลางกำหนด
 
6. เงินสวัสดิการสำหรับการปฏิบัติงานในพื้นที่พิเศษ
ข้าราชการที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่เสี่ยงภัย จะได้รับเงินสวัสดิการเพิ่มเติม 1,000 บาทต่อเดือน
 
7. สวัสดิการอื่น ๆ ตามหน่วยงาน
แต่ละหน่วยงานอาจมีสวัสดิการเพิ่มเติมที่แตกต่างกันไป เช่น:
– ค่าเช่าบ้าน
– สิทธิเข้าพักบ้านพักข้าราชการ
– ค่าตอบแทนนอกเวลาราชการ
– เงินโบนัสพิเศษ
 
ข้อควรพิจารณาในการรับราชการ
 
แม้การรับราชการจะมีสวัสดิการที่ดีหลายประการ แต่ก็มีข้อควรพิจารณาบางประการ เช่น:
– เงินเดือนเฉลี่ยอาจน้อยกว่าพนักงานบริษัทเอกชน
– หากไม่มีเงินสำรอง อาจประสบปัญหาทางการเงินได้
– แม้จะมีเงินบำเหน็จบำนาญหลังเกษียณ แต่หากบริหารไม่ดีก็อาจหมดได้
 
การตัดสินใจเป็นข้าราชการหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการและการวางแผนชีวิตของแต่ละบุคคล
 
พบกับ “โคชหนุ่ม” และ “กาย สวิตต์” ได้ใน “เงินทองของจริง” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.05-9.15 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digital
 
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่  https://youtu.be/lJ_76iXSsBw