กู้บ้านถูกต้อง ! รู้จัก MRR MOR MLR ก่อนเซ็นสัญญา | เงินทองของจริง

/
/
/
กู้บ้านถูกต้อง ! รู้จัก MRR MOR MLR ก่อนเซ็นสัญญา | เงินทองของจริง
การตัดสินใจกู้สินเชื่อบ้านเป็นหนึ่งในการตัดสินใจทางการเงินที่สำคัญที่สุดในชีวิต ก่อนที่จะก้าวสู่การเป็นเจ้าของบ้านในฝัน สิ่งสำคัญที่ผู้กู้ต้องเข้าใจคือ เงื่อนไข รูปแบบสินเชื่อ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งความแตกต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยประเภทต่างๆ ที่จะส่งผลต่อการชำระเงินในระยะยาว
 
อัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อ 3 ประเภทหลัก
 
1. MRR (Minimum Retail Rate) – อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้ารายย่อย
 
MRR เป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ประเภทกำหนดระยะเวลา และเป็นอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดีที่ไม่มีประวัติเสียทางการเงิน อัตรานี้มักใช้กับสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อที่อยู่อาศัย 
 
ข้อดี ถือเป็นประเภทที่มีโอกาสกู้ได้ง่ายที่สุดในทั้ง 3 ประเภท
 
ข้อเสีย มีความเสี่ยงสูงกว่าจากความผันผวนของการปรับขึ้นลงของอัตราดอกเบี้ย
 
2. MOR (Minimum Overdraft Rate) – อัตราดอกเบี้ยเงินเบิกเกินบัญชี
 
MOR เป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี หรือที่เรียกกันว่า OD เนื่องจากเป็นอัตราดอกเบี้ยสำหรับเงินเบิกเกินบัญชี ธนาคารจึงต้องเข้มงวดในการพิจารณาผู้กู้ทั้งในด้านคุณสมบัติ ประวัติทางการเงิน และหลักทรัพย์ประกัน โดยส่วนใหญ่จะใช้กับสินเชื่อหมุนเวียน
 
3. MLR (Minimum Loan Rate) – อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้ารายใหญ่
 
MLR เป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ประเภทกำหนดระยะเวลา และเป็นอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ที่มีประวัติการเงินดีและมีหลักทรัพย์ค้ำประกันเพียงพอ
 
การเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย 
– MRR มีอัตราดอกเบี้ยสูงที่สุด เนื่องจากธนาคารต้องรับความเสี่ยงสูงกว่า
– MOR มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า MRR แต่จำกัดในวงเงินที่ธนาคารกำหนด
– MLR มีอัตราต่ำที่สุด เพราะใช้สำหรับลูกค้าที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด
 
รูปแบบการคิดดอกเบี้ยสินเชื่อ
 
1. ดอกเบี้ยแบบเงินต้นคงที่ (Flat Rate)
 
วิธีการคำนวณดอกเบี้ยจากเงินต้นทั้งก้อนตั้งแต่เริ่มทำสัญญา และนำไปหารจำนวนงวดทั้งหมดที่ต้องผ่อนชำระ จะได้ดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ต้องจ่ายแต่ละงวด แม้ว่าผู้กู้จะผ่อนชำระเงินต้นลดลงแล้ว แต่ดอกเบี้ยจะไม่ลดลงตาม 
 
เหมาะกับ สินเชื่อรถยนต์
 
2. ดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate)
 
การคำนวณดอกเบี้ยจากเงินต้นคงเหลือที่แท้จริง เมื่อผู้กู้ชำระเงินกู้แต่ละงวด จะถูกนำมาลดยอดทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ทำให้ดอกเบี้ยที่คำนวณในงวดถัดไปลดลง หากผู้กู้ต้องการให้หนี้สินหมดเร็วขึ้น สามารถทำได้ด้วยวิธีการโปะเงินก้อน
 
เหมาะกับ สินเชื่อที่อยู่อาศัย
 
ปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน
 
การกำหนดอัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคารมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ:
 
– ปริมาณเงินสำรอง
– จำนวนหนี้เสีย
– สภาพคล่อง
– กลยุทธ์ทางการเงิน
– ระดับความเสี่ยง
 
สำหรับอัตราดอกเบี้ย MRR ที่เป็นตัวแปรหลักในการคิดดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน การปรับขึ้นลงไม่ได้เกิดขึ้นทุกปี แต่ขึ้นอยู่กับนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย สภาวะเศรษฐกิจ และปัจจัยอื่น ๆ ร่วมกัน
 
การประเมินความเสี่ยงและอัตราดอกเบี้ยรายบุคคล
 
สิ่งที่ผู้กู้ควรเข้าใจคือ แม้ว่าจะยื่นกู้พร้อมกันที่ธนาคารเดียวกัน แต่ผู้กู้แต่ละรายอาจได้อัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน เนื่องจากธนาคารจะประเมินความเสี่ยงและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้แต่ละราย ยิ่งผู้กู้มีความเสี่ยงสูง อัตราดอกเบี้ยก็จะสูงตามไปด้วย
 
คำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจกู้สินเชื่อบ้าน
 
เนื่องจากการกู้สินเชื่อบ้านเป็นสินเชื่อระยะยาว แม้ว่ารายละเอียดความแตกต่างในแต่ละประเภทของดอกเบี้ยจะมีเงื่อนไขที่ซับซ้อน แต่ความเข้าใจในรายละเอียดเหล่านี้สำคัญมากในการช่วยให้ผู้กู้
 
– ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
– เลือกเงื่อนไขที่เหมาะสมกับสภาพการเงิน
– วางแผนการชำระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
สิ่งที่ควรทำก่อนตัดสินใจกู้
 
1. เตรียมข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อให้ธนาคารประเมินความเสี่ยงได้ถูกต้อง
2. ทำความเข้าใจในเงื่อนไขต่าง ๆ ของแต่ละธนาคาร
3. เปรียบเทียบข้อมูลโปรโมชัน จากธนาคารต่าง ๆ
4. เลือกรูปแบบการคิดดอกเบี้ย ที่เหมาะกับแผนการเงินส่วนตัว
 
การเข้าใจความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยเหล่านี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกสินเชื่อบ้านที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดสำหรับสถานการณ์ทางการเงินของคุณ
 
พบกับ “โคชหนุ่ม” และ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 – 8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digitall
 
 
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่