การถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลให้กับผู้มีรายได้จำนวนมาก เพราะนอกจากจะต้องชำระภาษีที่ค้างแล้ว ยังอาจต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มที่อาจเป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อย บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาษีย้อนหลังอย่างครบถ้วน
ภาษีย้อนหลังคืออะไร ?
ภาษีย้อนหลัง (Retroactive Tax) คือภาษีอากรที่กรมสรรพากรเรียกเก็บเพิ่มเติมสำหรับปีภาษีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการยื่นภาษีไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน หรือไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีตามกำหนดเวลา ทำให้เกิดภาระภาษีที่ต้องชำระย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมาย
สาเหตุที่ทำให้ถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง
การโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลังมักเกิดจาก 2 กรณีหลัก ได้แก่
1. ยังไม่ได้จ่ายภาษี – กรณีที่ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเลย
2. จ่ายภาษีไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจเกิดจาก
– จ่ายภาษีไม่ครบถ้วน
– ระบุรายได้และคำนวณภาษีไม่ถูกต้อง
– มีรายได้เพิ่มเติมจากแหล่งต่างๆ ที่ไม่ได้รายงานให้ครบ
– ละเลยหรือตั้งใจหลีกเลี่ยงภาษี
กรมสรรพากรตรวจสอบได้อย่างไร ?
แม้ผู้เสียภาษีจะมีจำนวนมาก แต่กรมสรรพากรก็มีวิธีตรวจสอบหลายช่องทาง ดังนี้
– การออกตรวจเยี่ยมผู้เสียภาษีด้วยตัวเอง
– การสอบยันยอดใบกำกับภาษี
– การตรวจสอบการขอคืนภาษี
– การใช้การตรวจค้น
– การออกหมายเรียกตรวจสอบภาษี
ปัจจุบัน กรมสรรพากรสามารถอาศัย พ.ร.บ.การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวมถึงกฎหมายว่าด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการเงิน (CRS/FATCA) ขอตรวจสอบรายการเดินบัญชีของบุคคลธรรมดาได้ หากพบความผิดปกติ เช่น มียอดเงินหมุนเวียนสูง มียอดโอนรับ-โอนจ่ายจำนวนมากแต่ไม่ยื่นภาษี หรือรายได้ไม่สัมพันธ์กับอาชีพ ก็อาจถูกเรียกตรวจสอบอย่างละเอียด
อายุความในการตรวจสอบย้อนหลัง
สำหรับบุคคลธรรมดา กรมสรรพากรสามารถเรียกเก็บภาษีย้อนหลังได้ภายในกรอบระยะเวลาดังนี้
– กรณีทั่วไป: ภายใน 2 ปี นับจากวันที่ยื่นภาษี
– กรณีจงใจหลีกเลี่ยงภาษี สามารถขยายเวลาออกไปได้ถึง 5 ปี
– กรณีไม่ได้ยื่นแบบเลย จะยึดตามระยะเวลาอายุความทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่เป็น 10 ปี
บทลงโทษและค่าปรับ
หากถูกตรวจพบว่ามีการยื่นภาษีไม่ถูกต้อง จะต้องรับโทษและเสียค่าปรับตามความผิดที่กระทำ ดังนี้
เงินเพิ่มและเบี้ยปรับ
กรณีไม่ชำระภาษีภายในกำหนด
– เสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน (เศษของเดือนให้นับเป็น 1 เดือน) นับแต่วันพ้นกำหนดจนถึงวันชำระภาษี
กรณีไม่ยื่นแบบหรือยื่นแต่ชำระขาด
– เสียเงินเพิ่มตามข้อแรก
– เสียเบี้ยปรับอีก 1 เท่า หรือ 2 เท่าของภาษีที่ต้องชำระ
โทษทางอาญา
กรณีไม่ยื่นแบบภายในกำหนด
– ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
กรณีเจตนาละเลยไม่ยื่นแบบเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี
– ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
กรณีจงใจแจ้งข้อความเท็จ หรือฉ้อโกงเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี
– จำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 200,000 บาท
แนวทางป้องกันปัญหาภาษีย้อนหลัง
วิธีที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตั้งแต่แรก โดยปฏิบัติดังนี้
1. ศึกษาและทำความเข้าใจเรื่องภาษี อย่างละเอียดและต่อเนื่อง
2. เก็บรักษาเอกสารหลักฐาน รายได้และค่าลดหย่อนต่าง ๆ ให้ครบถ้วน
3. ตรวจสอบการคำนวณภาษี ให้ถูกต้องก่อนยื่นแบบเสมอ
4. ยื่นแบบแสดงรายการภาษี ให้ตรงตามกำหนดเวลา
5. มีวินัยทางการเงิน และให้ความสำคัญกับหน้าที่ทางภาษี
การทำความเข้าใจและปฏิบัติตามหน้าที่ทางภาษีอย่างถูกต้องครบถ้วนจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงปัญหาภาษีย้อนหลังและสบายใจได้ในระยะยาว หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือสอบถามกรมสรรพากรโดยตรงเพื่อความชัดเจน
พบกับ "โคชหนุ่ม" และ "ทิน โชคกมลกิจ" ได้ใน "เงินทองของจริง" ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 – 8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digitall
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่






