คนละครึ่ง 2.0 เปิดตัว 2568: คุณสมบัติ วงเงิน และสิทธิพิเศษใหม่ | เงินทองของจริง

/
/
/
คนละครึ่ง 2.0 เปิดตัว 2568: คุณสมบัติ วงเงิน และสิทธิพิเศษใหม่ | เงินทองของจริง
โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่หลายคนรอคอยกำลังจะกลับมาอีกครั้งในเวอร์ชันใหม่ "คนละครึ่ง 2.0" พร้อมการปรับเปลี่ยนที่น่าสนใจ มาดูกันว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ใครจะได้รับสิทธิ์ และมีเงื่อนไขอย่างไร
 
ย้อนรอยโครงการคนละครึ่ง ตั้งแต่เริ่มต้น
 
โครงการคนละครึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2563 เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด-19 โดยมีแนวคิดหลักคือรัฐช่วยจ่ายครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าที่ร่วมโครงการ ตัดสินใจใช้จ่ายง่ายขึ้น ทำให้เงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น
 
ตลอดการดำเนินโครงการทั้ง 5 เฟส ระหว่างปี 2563-2565 แม้จะใช้งบประมาณกว่า 2.3 แสนล้านบาท แต่ข้อมูลจากกระทรวงการคลังและสำนักเศรษฐกิจการคลังระบุว่า มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจรวมกันกว่า 4.2 แสนล้านบาท แสดงให้เห็นถึงผลตอบแทนที่คุ้มค่า
 
ด้วยความสำเร็จดังกล่าว รัฐบาลจึงตัดสินใจฟื้นโครงการกลับมาอีกครั้งในเวอร์ชัน "คนละครึ่ง 2.0" เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงท้ายปี
 
ไฮไลท์ใหม่ของ "คนละครึ่ง 2.0" ที่ต้องรู้
 
แบ่งกลุ่มผู้รับสิทธิ์แบบใหม่ เพิ่มความเป็นธรรม
 
โครงการรอบใหม่นี้มีการปรับเปลี่ยนที่สำคัญ นั่นคือการแบ่งกลุ่มผู้รับสิทธิ์ตามสถานะทางภาษี
 
กลุ่มผู้มีรายได้ที่ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ประมาณ 11 ล้านคน)
– รัฐช่วยจ่าย 60%
– จ่ายเอง 40%
– เป็นสิทธิพิเศษเพื่อตอบแทนผู้อยู่ในระบบภาษี
 
ประชาชนทั่วไป รวมถึงผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
– รัฐช่วยจ่าย 50%
– จ่ายเอง 50%
– คงสัดส่วนเดิมเหมือนโครงการก่อนหน้า
 
การแบ่งกลุ่มแบบใหม่นี้มีจุดประสงค์เพื่อจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้น พร้อมทั้งเป็นการคืนกำไรให้กับผู้ที่อยู่ในระบบอย่างเป็นธรรม
 
หลักเกณฑ์คุ้นเคย ใช้งานง่าย
 
หลักเกณฑ์โดยรวมของโครงการจะคล้ายกับรอบก่อนถึง 80-90% เพื่อให้ประชาชนคุ้นเคยและเข้าถึงสิทธิ์ได้อย่างทั่วถึง ไม่ซับซ้อนจนเกินไป
 
งบประมาณและระยะเวลา
 
หากโครงการเริ่มต้นได้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 เป็นต้นไป จะใช้วงเงินจากงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ 25,000 ล้านบาท แต่หากมีความต้องการใช้งบมากกว่านี้ อาจต้องพิจารณาเกลี่ยงบกลางจากรายการอื่นมาสนับสนุน
 
คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ
 
สำหรับประชาชน
 
1. เป็นบุคคลที่มีบัตรประจำตัวประชาชน
2. เป็นบุคคลสัญชาติไทย
3. อาจมีการขยายอายุผู้ได้รับสิทธิ์จาก 18 ปี เป็น 16 ปี
 
สำหรับร้านค้า ข่าวดีทุกข้อ
 
ร้านค้าเดิม ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนหรือยืนยันตัวตนใหม่ สามารถใช้งานต่อได้ทันที
 
ร้านค้าใหม่ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมได้
 
สิทธิพิเศษสำหรับร้านค้า
– ไม่เรียกเก็บภาษีย้อนหลัง เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการ
– ร้านในแพลตฟอร์มเดลิเวอร์รีจะได้รับส่วนลดค่าบริการและค่า GP
 
วงเงินใช้จ่ายต่อวัน อาจปรับเพิ่มขึ้น
 
แม้รายละเอียดยังไม่เป็นทางการ แต่มีการเสนอให้ปรับวงเงินใช้จ่ายเป็น 200 บาทต่อวัน (จากเดิม 150 บาทต่อวัน) พร้อมข้อแนะนำว่าไม่ควรทำเงื่อนไขซับซ้อนเกินไป เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย
 
มาตรการที่คุ้มค่าหรือไม่ ?
 
โครงการ "คนละครึ่ง 2.0" ยังคงเป็นมาตรการที่รัฐบาลเชื่อมั่นว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาภาระประชาชนได้ในระยะเร่งด่วน การปรับเงื่อนไขให้ผู้เสียภาษีได้รับสิทธิ์เพิ่มขึ้นเป็นความพยายามที่จะจูงใจให้คนเข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้น และเป็นการคืนผลประโยชน์ให้กับผู้ที่อยู่ในระบบอย่างเป็นรูปธรรม
 
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดและเงื่อนไขที่แน่ชัดยังต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลอีกครั้ง แนะนำให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่พลาดสิทธิประโยชน์ที่คุณควรได้รับ
 
พบกับ "โคชหนุ่ม" และ "ทิน โชคกมลกิจ" ได้ใน "เงินทองของจริง" ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 – 8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digitall
 
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่  https://youtu.be/Bu2EbNWkgJA?si=jTHoBEB_jmlEdsZc