สรุปภาพรวมเศรษฐกิจไทยตลอดปี 2568 ถือเป็นปีที่ต้องเผชิญกับสภาวะ “มรสุมซ้อนมรสุม” อย่างแท้จริง โดยมีปัจจัยกดดันทั้งจากระเบียบโลกใหม่ภายใต้รัฐบาล Trump 2.0 ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ชายแดน ภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ และการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายในประเทศที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ไตรมาสที่ 1 การรับมือระเบียบโลกใหม่และมาตรการกระตุ้นระยะสั้น
เริ่มต้นปีในเดือนมกราคม รัฐบาลได้มอบของขวัญปีใหม่ด้วยการ ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 400 บาท ในพื้นที่นำร่อง 4 จังหวัดและอำเภอเกาะสมุย พร้อมกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านโครงการ Easy E-Receipt 2.0 ที่ให้สิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 50,000 บาท และการโอนเงิน 10,000 บาท ในโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 2 ให้แก่กลุ่มผู้สูงอายุ
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอกเริ่มสร้างแรงสั่นสะเทือนเมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ รับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันที่ 20 มกราคม ซึ่งจุดชนวน สงครามการค้า ทันทีด้วยการเก็บภาษีนำเข้าจากแคนาดา เม็กซิโก และจีน ส่งผลให้การส่งออกของไทยไปสหรัฐฯ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ลดลงถึง 10%
นอกจากนี้ในเดือนมีนาคม ไทยยังต้องเผชิญวิกฤตซ้ำเติมจาก เหตุแผ่นดินไหวขนาด 8.2 ริกเตอร์ในเมียนมา ซึ่งส่งแรงสั่นสะเทือนทำให้ตึก สตง. ในกรุงเทพฯ ถล่ม เสียหายกว่า 2,136 ล้านบาท
ไตรมาสที่ 2 กำแพงภาษีและการปรับโครงสร้างการเงิน
เดือนเมษายนถือเป็นช่วงวิกฤตของการส่งออก เมื่อสหรัฐฯ เริ่มเก็บภาษีศุลกากรสินค้าไทยสูงถึง 36-37% เพื่อลดการขาดดุลการค้า รัฐบาลจึงต้องเร่งปรับตัวโดยในเดือนพฤษภาคม ครม. ได้อนุมัติงบประมาณ 157,000 ล้านบาท (ซึ่งโยกมาจากงบ Digital Wallet) เพื่อพัฒนาระบบน้ำ คมนาคม และช่วยเหลือ SME พร้อมกับการเปิดตัวกองทุน Thai ESGX เพื่อส่งเสริมการออมและให้สิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุดรวม 800,000 บาท
ในขณะเดียวกัน ความตึงเครียดชายแดน ไทย-กัมพูชา เริ่มปะทุขึ้นจากการปะทะที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี จนนำไปสู่การฟ้องร้องต่อศาลโลก (ICJ) ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเหตุการณ์นี้ฉุดให้ ตลาดหุ้นไทยร่วงแรง ลงไปปิดที่จุดต่ำสุด 1,067.63 จุด
ไตรมาสที่ 3 จุดเปลี่ยนทางการเมืองและวิกฤตมนุษยธรรม
ช่วงกลางปีเต็มไปด้วยความผันผวน ทั้งการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ ที่ไทยพยายามต่อรองให้เหลือ 10-20% โดยเสนอเพิ่มการนำเข้าพลังงานและเครื่องบินโบอิ้ง แต่สถานการณ์ชายแดนกลับรุนแรงขึ้นจนมีประชาชนอพยพกว่า 300,000 คน สร้างความเสียหายต่อการค้าชายแดนกว่า 14,000 ล้านบาทต่อเดือน
ด้านการเมืองภายในเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ถอดถอนคุณแพรทองธาร ชินวัตร ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ส่งผลให้ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ในเดือนกันยายน ท่ามกลางภาวะ เงินบาทแข็งค่าทุบสถิติในรอบ 4 ปี ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคการส่งออก
ไตรมาสที่ 4 ทองคำนิวไฮและอุทกภัยครั้งประวัติศาสตร์
ในช่วงท้ายปี เศรษฐกิจไทยได้รับอานิสงส์จากมาตรการ “คนละครึ่ง พลัส” ที่มียอดใช้จ่ายพุ่งสูงตั้งแต่วันแรก แต่ในขณะเดียวกันราคาทองคำในประเทศก็พุ่งทำสถิติ นิวไฮในรอบ 46 ปี ที่ 67,400 บาท ต่อบาททองคำ จากความกังวลเรื่องสงครามการค้าและนโยบายดอกเบี้ยของเฟด
อย่างไรก็ตาม ภาคใต้ของไทยต้องเผชิญกับ มหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบ 300 ปี ในเดือนพฤศจิกายน โดยเฉพาะที่หาดใหญ่ซึ่งต้องประกาศธงแดงอพยพคน ปิดท้ายปีด้วยการตัดสินใจของ กนง. ที่มีมติเอกฉันท์ ลดดอกเบี้ยเหลือ 1.25% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี เพื่อประคองเศรษฐกิจที่เสี่ยงต่อภาวะเงินฝืดและช่วยชะลอการแข็งค่าของเงินบาทที่ลงไปแตะระดับ 31.10 ต่อดอลลาร์
สรุปประเด็นสำคัญของปี 2568
- นโยบาย Trump 2.0: การเก็บภาษีนำเข้าที่สูงขึ้นบีบให้ไทยต้องปรับกลยุทธ์การค้าโลก
- วิกฤตชายแดน: ความขัดแย้งกับกัมพูชากระทบทั้งความมั่นคงและความเชื่อมั่นนักลงทุน,
- ความผันผวนของค่าเงินและสินทรัพย์: เงินบาทแข็งค่าสลับกับการพุ่งสูงของราคาทองคำ
- มาตรการรัฐ: การปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ (ป.ตรี เริ่ม 18,000 บาท) และการออกกองทุน Thai ESGX เป็นหัวใจหลักในการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน
ปี 2568 จึงเป็นบทเรียนสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่าไทยต้องสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจให้แข็งแกร่งเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นจากรอบทิศทาง
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






