/
/
/
“ภาวะมดลูกแตก” ภัยเงียบที่ต้องทำความเข้าใจ

“ภาวะมดลูกแตก” ภัยเงียบที่ต้องทำความเข้าใจ

ความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผู้หญิงคนหนึ่ง คือการได้เฝ้ารอวินาทีที่จะได้เห็นหน้าและสัมผัสตัวตนของลูกน้อย อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความยินดีนั้น ยังมีภาวะหนึ่งที่เป็นดั่งฝันร้ายนั่นคือ “ภาวะมดลูกแตก” แม้จะเป็นภาวะที่พบได้ไม่บ่อยนัก แต่อันตรายของมันรุนแรงจนสามารถพรากชีวิตของทั้งมารดาและทารกไปได้ในพริบตา

ภาวะมดลูกแตกคืออะไร? 

ภาวะมดลูกแตก คือสภาวะที่ผนังมดลูกเกิดการฉีกขาดทะลุทุกชั้น ส่งผลให้ทารก เลือด รก หรือน้ำคร่ำอาจหลุดออกนอกโพรงมดลูกเข้าไปอยู่ในช่องท้อง ภาวะนี้ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางสูติกรรมที่ร้ายแรงมาก เพราะมดลูกของแม่ใกล้คลอดจะมีเลือดไหลเวียนสูงถึง 500 มิลลิลิตรต่อนาที หากเกิดการแตกจะทำให้แม่ตกเลือดในช่องท้องอย่างรุนแรงจนเกิดอาการช็อก ส่วนทารกจะขาดออกซิเจนทันทีซึ่งอาจนำไปสู่ความพิการทางสมองหรือเสียชีวิตได้

ภาวะมดลูกแตก

ใครคือ “กลุ่มเสี่ยง” ที่คุณแม่ควรเฝ้าระวัง?

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้มดลูกแตกคือความอ่อนแอหรือความบางของผนังมดลูก โดยกลุ่มเสี่ยงหลักๆ ได้แก่

ใครคือกลุ่มเสี่ยง

• ผู้ที่มีประวัติผ่าตัดมดลูกมาก่อน เช่น เคยผ่าตัดคลอด (โดยเฉพาะแผลแนวตั้ง), ผ่าตัดเนื้องอกมดลูก หรือเคยขูดมดลูกจนมดลูกทะลุ

• ความผิดปกติทางสูติกรรม เช่น การตั้งครรภ์แฝด, ทารกตัวใหญ่มาก, หรือทารกอยู่ในท่าผิดปกติ (เช่น ท่าขวาง) ซึ่งเพิ่มแรงดันภายในมดลูก

• การใช้ยาเร่งคลอด หากได้รับยากระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก (เช่น oxytocin) มากเกินไป อาจทำให้มดลูกบีบตัวรุนแรงจนผนังมดลูกรับแรงไม่ไหว

สัญญาณเตือนวินาทีชีวิตที่คุณแม่ต้องสังเกต

อาการของมดลูกแตกมักเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและรุนแรง คุณแม่ควรสังเกตสัญญาณผิดปกติ ดังนี้

สัญญาณเตือนวินาทีชีวิต

1. ปวดท้องรุนแรงทันที ปวดผิดไปจากการเจ็บครรภ์คลอดปกติ หรือปวดตลอดเวลาแม้ช่วงมดลูกไม่หดตัว

2. เลือดออกทางช่องคลอด อาจมีเลือดสดออกมามาก หรือในบางรายอาจไม่มีเลือดออกภายนอกเพราะเลือดตกค้างอยู่ในช่องท้อง

3. มดลูกหดรัดตัวผิดปกติ การเจ็บครรภ์อาจหยุดชะงักไปดื้อๆ หรือมดลูกหยุดหดรัดตัวกะทันหัน

4. รูปร่างหน้าท้องเปลี่ยนไป อาจเห็นรอยคอดที่หน้าท้อง หรือคลำพบส่วนของตัวเด็กได้ชัดเจนผิดปกติใต้ผิวหนังหน้าท้อง

5. อาการช็อก มารดาจะมีอาการหน้ามืด ใจสั่น ชีพจรเต้นเร็ว ความดันโลหิตต่ำ หรือหมดสติ

6. ลูกดิ้นน้อยลงหรือหยุดดิ้น เป็นสัญญาณว่าทารกกำลังขาดออกซิเจน

การรักษาและหนทางแห่งความปลอดภัย

เมื่อเกิดภาวะมดลูกแตก แพทย์ต้องรักษาแข่งกับเวลาเพื่อ “รักษาชีวิตมารดาและนำทารกออกให้เร็วที่สุด” โดยการผ่าตัดคลอดฉุกเฉินทันที แพทย์จะพิจารณาเย็บซ่อมแซมมดลูกหากรอยแตกไม่รุนแรง แต่ในกรณีที่เสียหายมากหรือตกเลือดไม่หยุด อาจจำเป็นต้อง “ตัดมดลูก” เพื่อรักษาชีวิตของแม่ไว้เป็นอันดับแรก

หนทางป้องกันที่ดีที่สุด คือการฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องแจ้งประวัติการผ่าตัดมดลูกทุกชนิดให้สูตินรีแพทย์ทราบโดยละเอียด เพื่อให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงและวางแผนการคลอดในโรงพยาบาลที่มีความพร้อมทั้งทีมแพทย์และคลังเลือดตลอด 24 ชั่วโมง

การเดินทางของการเป็นแม่เปรียบเสมือนการพายเรือข้ามมหาสมุทรที่ยิ่งใหญ่ แม้บางครั้งคลื่นลมจะรุนแรงจนน่าหวั่นใจ แต่การเตรียมความพร้อมและความใส่ใจในทุกสัญญาณเตือนจากร่างกาย จะเป็นประภาคารที่ช่วยนำทางให้ทั้งคุณแม่และลูกน้อยก้าวผ่านช่วงเวลาวิกฤตนี้ไปได้ เพราะไม่มีอะไรจะสำคัญไปกว่าการที่เราได้กลับมาสวมกอดกันอย่างปลอดภัยในวันที่แสงแดดอบอุ่นส่องถึงอีกครั้ง

ติดตามสาระน่ารู้เพิ่มเติมได้ที่ Kidsfun

ค้นพบความสนุกและสาระความบันเทิงสำหรับลูกได้ที่ @kidsfunth