/
/
หยุดทำร้ายลูกด้วย “การเปรียบเทียบ”

หยุดทำร้ายลูกด้วย “การเปรียบเทียบ”

หัวใจของคนเป็นพ่อแม่ย่อมเต็มไปด้วยความปรารถนาดี เราต่างอยากเห็นลูกเติบโตขึ้นเป็นคนเก่ง คนดี และประสบความสำเร็จในชีวิต อย่างไรก็ตาม ในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน หลายครั้งเราอาจเผลอใช้ “การเปรียบเทียบ” เป็นเครื่องมือกระตุ้นให้ลูกพัฒนาตนเองโดยไม่รู้ตัว คำพูดสั้นๆ อย่าง “ทำไมไม่เก่งเหมือนพี่” หรือ “ดูลูกบ้านโน้นสิ” อาจดูเหมือนเป็นแรงผลักดันในมุมมองของเรา แต่สำหรับเด็กคนหนึ่ง คำพูดเหล่านี้เปรียบเสมือน “กระจกเงา” ที่สะท้อนภาพลักษณ์ที่บิดเบี้ยวและกลายเป็นบาดแผลลึกในใจที่ขัดขวางการเติบโตอย่างมีความสุข

ทำไมเราถึงเผลอเปรียบเทียบลูก? 

สาเหตุส่วนใหญ่มาจากความคาดหวังที่เกินพอดีและความกลัวว่าลูกจะล้มเหลวหรือก้าวไม่ทันคนอื่นในสังคม พ่อแม่บางท่านอาจมีประสบการณ์ในอดีตที่เคยถูกเปรียบเทียบมาก่อน หรือต้องการเติมเต็มความฝันที่ตนเองทำไม่สำเร็จ นอกจากนี้ แรงกดดันจากสังคมรอบข้างที่ตั้งบรรทัดฐานความสำเร็จไว้เพียงรูปแบบเดียว ก็เป็นตัวกระตุ้นให้เรานำลูกไปวางไว้บนลู่วิ่งของคนอื่นอยู่เสมอ

การเปรียบเทียบ

บาดแผลที่มองไม่เห็น 

การเปรียบเทียบลูกกับเด็กคนอื่นส่งผลเสียร้ายแรงต่อสุขภาพจิตและพัฒนาการของเด็กในหลายด้าน

บั่นทอนความภาคภูมิใจในตนเอง เมื่อถูกเปรียบเทียบ เด็กจะรู้สึกว่าตัวเอง “ดีไม่พอ” และมองไม่เห็นคุณค่าในสิ่งที่ตนเองเป็น

ความเครียดและวิตกกังวล เด็กที่ถูกกดดันจากการเปรียบเทียบมักจะมีบุคลิกภาพแบบแข่งขันสูงเกินไป และจะมีความสุขต่อเมื่อได้รับการรับรองจากคนอื่นเท่านั้น

ทำลายความสัมพันธ์ในครอบครัว ก่อให้เกิดความอิจฉาริษยาและความรู้สึกเชิงลบระหว่างพี่น้อง หรือทำให้ลูกรู้สึกห่างเหินจากพ่อแม่

พฤติกรรมต่อต้าน เด็กบางคนอาจเลือกทำในทางตรงกันข้ามกับที่พ่อแม่ต้องการเพื่อประชดประชัน หรือแสดงอาการก้าวร้าวเพื่อปกป้องตัวตนที่ถูกทำร้าย

บาดแผลที่มองไม่เห็น

5 แนวทาง “หยุดเปรียบเทียบ” 

การสร้างเด็กที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองต้องเริ่มจากการปรับทัศนคติของพ่อแม่ 

1. เปรียบเทียบลูกกับ “ตัวเขาในเมื่อวาน” แทนที่จะมองลูกคนอื่น ให้โฟกัสที่ความก้าวหน้าและพัฒนาการของลูกเราเอง ชื่นชมในความพยายามและการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ของเขาในแต่ละวัน

2. ใช้การสื่อสารเชิงบวก หลีกเลี่ยงคำตำหนิที่ตัวตน แต่ให้บอกสิ่งที่อยากให้ลูกทำอย่างชัดเจน เช่น เปลี่ยนจาก “ตั้งใจเรียนเหมือนพี่บ้าง” เป็น “ถ้าลูกแบ่งเวลาเล่นกับเรียนให้ดีขึ้น แม่เชื่อว่าคะแนนจะดีขึ้นแน่นอน”

3. ชมให้ “สุดซอย” เมื่อลูกทำสิ่งที่ดีหรือพยายามทำหน้าที่ของตนเอง ให้ระบุพฤติกรรมนั้นอย่างเจาะจงพร้อมชมคุณลักษณะ เช่น “แม่ภูมิใจที่ลูกมีน้ำใจแบ่งของให้พี่” วิธีนี้จะช่วยสร้าง Self-concept ที่ดีให้กับเด็ก

4. รับฟังและเข้าใจอารมณ์ เมื่อลูกรู้สึกไม่ดีจากการถูกกดดัน พ่อแม่ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย รับฟังความคิดเห็นและอารมณ์ของลูกโดยไม่ด่วนตัดสิน เพื่อให้เขารู้สึกว่าตนเองมีความสำคัญ

5. ยอมรับในความแตกต่าง เด็กแต่ละคนมีอัตลักษณ์เฉพาะตัว มีความถนัดและศักยภาพที่ไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร พ่อแม่ควรสนับสนุนในสิ่งที่ลูกสนใจเป็นพิเศษแทนการดูถูกความสามารถ

แนวทางหยุด การเปรียบเทียบ

การหยุดเปรียบเทียบไม่ได้หมายความว่าเราละทิ้งความคาดหวังในตัวลูก แต่คือการเปลี่ยนความคาดหวังนั้นให้กลายเป็นการยอมรับและสนับสนุนตามศักยภาพที่แท้จริงของเขา เพราะของขวัญที่มีค่าที่สุดที่พ่อแม่จะมอบให้ลูกได้ ไม่ใช่ใบประกาศเกียรติคุณที่เหนือกว่าใคร แต่คือหัวใจที่แข็งแกร่งและเข้มแข็งที่รู้ว่าตนเองมีคุณค่าเพียงพอในแบบที่เขาเป็น

ติดตามสาระน่ารู้เพิ่มเติมได้ที่ Kidsfun

ค้นพบความสนุกและสาระความบันเทิงสำหรับลูกได้ที่ @kidsfunth