ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารล้นมือ คุณพ่อคุณแม่มือใหม่อาจตกอยู่ใน “กับดักของการเปรียบเทียบ” และรู้สึกกดดันว่าต้องเตรียมข้าวของเครื่องใช้ให้ครบถ้วนสมบูรณ์แบบที่สุดเพื่อลูกแต่ในความเป็นจริงแล้ว แนวคิด Minimalist หรือการเลี้ยงลูกแบบเรียบง่าย กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะช่วยลดความเครียดของพ่อแม่ และส่งเสริมให้เด็กเติบโตอย่างมีความสุขผ่านประสบการณ์จริงมากกว่าสิ่งของ

1. จ่ายแพงกว่าเพื่อความประหยัดในระยะยาว
การซื้อของน้อยชิ้นไม่ได้หมายความว่าต้องซื้อของถูกเสมอไป แต่คือการ “เลือกซื้อของคุณภาพดีที่ใช้ได้นาน” ของใช้บางอย่างที่คุณพ่อคุณแม่ควรยอมลงทุนเพื่อให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยและอายุการใช้งานที่คุ้มค่า ได้แก่

• คาร์ซีท และรถเข็นเด็ก เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเน้นมาตรฐานความปลอดภัยสูง
• เครื่องปั๊มนม การลงทุนกับเครื่องที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้คุณแม่ให้นมได้นานขึ้น ซึ่งนมแม่คืออาหารที่ดีที่สุดและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้เฉลี่ยถึงเดือนละ 4,000 บาท
• ของใช้คุณภาพสูงที่ขายต่อได้ ของแบรนด์เนมที่มีคุณภาพดี เมื่อลูกเลิกใช้แล้วยังสามารถนำไปขายต่อเป็นของมือสองได้ราคาดีอีกด้วย
2. “รอ” ให้ลูกเกิดก่อน แล้วค่อยตัดสินใจซื้อ
คุณแม่หลายคนมักซื้อของตุนไว้ล่วงหน้าด้วยความตื่นเต้น แต่ความจริงแล้วการเตรียมของล่วงหน้ามากเกินไปอาจเป็นการสิ้นเปลือง เพราะเรายังไม่รู้ว่าสิ่งไหนจำเป็นต้องใช้จริงในระดับใด แนะนำให้รอเจ้าตัวน้อยลืมตาดูโลกก่อน แล้วค่อยทยอยซื้อตามความจำเป็นเพื่อไม่ให้มีของล้นบ้าน

3. รับของส่งต่อ…ไม่น่าเกลียดแต่ฉลาดเลือก
เด็กทารกโตไวมาก เสื้อผ้าและของใช้บางอย่าง เช่น เปลนอน เป้อุ้มเด็ก หรือรองเท้า หากรับมาจากญาติพี่น้องหรือเพื่อนที่ไว้ใจได้ จะช่วยประหยัดเงินได้หลายเท่าตัว การใช้ของมือสองสภาพดีไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเงิน แต่ยังช่วยลดขยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

4. เสื้อผ้าน้อยชิ้นแต่แมตช์ได้เยอะ
นำเทคนิค Capsule Wardrobe มาใช้กับลูก โดยเลือกเสื้อผ้าพื้นฐานที่เป็นผ้าฝ้าย (Cotton) 100% ที่ใส่สบาย และเน้นสีหรือดีไซน์ที่สามารถนำมามิกซ์แอนด์แมตช์กันได้หลากหลายลุค วิธีนี้จะช่วยลดจำนวนเสื้อผ้าที่ไม่จำเป็นในตู้ แต่ได้เสื้อผ้าที่คุณภาพดีและใช้งานได้จริงในทุกโอกาส

5. ของเล่นน้อยชิ้น…สร้างจินตนาการที่ยิ่งใหญ่
งานวิจัยพบว่า เด็กที่อยู่ในห้องที่มีของเล่นน้อยชิ้น (เช่น 4 ชิ้น เทียบกับ 16 ชิ้น) จะมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่เล่นได้นานกว่า และมีความคิดสร้างสรรค์ในการเล่นสูงกว่า
• การลดจำนวนของเล่นช่วยให้ลูกรู้จักคุณค่าและดูแลรักษาของที่มีอยู่
• แทนที่จะซื้อของเล่นซับซ้อนราคาแพง ลองใช้ของจากธรรมชาติ เช่น ก้อนหิน กิ่งไม้ หรือของใช้ในบ้าน เช่น กล่องกระดาษ มาเป็นอุปกรณ์การเล่น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นทักษะการแก้ปัญหาและจินตนาการได้ดีกว่าของเล่นอิเล็กทรอนิกส์

หัวใจสำคัญของ Minimalist ไม่ใช่การขาดแคลน แต่คือการ “เลือกเฉพาะสิ่งที่มีคุณค่าจริงๆ” เมื่อเราลดภาระจากการดูแลข้าวของที่มากเกินไป เราจะมีเวลาและพลังงานไปโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือ การสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและการใช้เวลาคุณภาพร่วมกับลูกน้อย ซึ่งเป็นรากฐานของพัฒนาการที่ดีที่สุดที่เงินซื้อไม่ได้
ติดตามสาระน่ารู้เพิ่มเติมได้ที่ Kidsfun
ค้นพบความสนุกและสาระความบันเทิงสำหรับลูกได้ที่ @kidsfunth






