/
/
วิธีเลือกจุกหลอก ให้ปลอดภัย ปี 2026 ข้อดี-ข้อเสียที่คุณแม่ต้องรู้

วิธีเลือกจุกหลอก ให้ปลอดภัย ปี 2026 ข้อดี-ข้อเสียที่คุณแม่ต้องรู้

จุกหลอก (Pacifier) คืออุปกรณ์สำคัญที่ช่วยให้เด็กรู้สึกผ่อนคลายและลดการงอแงได้ดี อย่างไรก็ตาม วิธีเลือกจุกหลอก ให้ลูกรักนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคุณแม่มือใหม่ เพราะหากเลือกไม่ถูกวิธีอาจส่งผลต่อสุขภาพฟันและพัฒนาการได้ บทความนี้จะพาทุกคนไปดู วิธีเลือกจุกหลอก ที่ถูกต้อง พร้อมข้อแนะนำที่ครบถ้วน

ข้อดีและข้อเสียของจุกหลอก

ข้อดีและประโยชน์ของจุกหลอก

  1. ช่วยให้เด็กสงบและหลับง่ายขึ้น

-การดูดเป็นสัญชาตญาณที่ทำให้ทารกรู้สึกปลอดภัยและลดการงอแง

  1. ลดความเสี่ยงของโรคไหลตาย (SIDS)

-งานวิจัยระบุว่าการใช้จุกหลอกขณะนอนหลับช่วยลดความเสี่ยงของ SIDS ในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปีได้ถึง 50-90% เนื่องจากช่วยให้ตำแหน่งของลิ้นไม่อุดกั้นทางเดินหายใจ

  1. ป้องกันการดูดนิ้ว

-การติดจุกหลอกสามารถฝึกให้เลิกได้ง่ายกว่าพฤติกรรมการติดดูดนิ้ว และช่วยลดการนำเชื้อโรคจากนิ้วเข้าสู่ปาก

  1. ตัวช่วยเมื่อต้องเดินทางหรือหาหมอ

ช่วยปรับความดันในหูขณะขึ้นเครื่องบิน และเบี่ยงเบนความสนใจเมื่อเด็กต้องฉีดยา

ข้อเสียและข้อควรระวัง

  • ภาวะสับสนหัวนม : หากเริ่มใช้เร็วเกินไป (ก่อน 3-4 สัปดาห์) อาจทำให้เด็กสับสนระหว่างการดูดเต้าแม่กับการดูดจุกหลอกจนไม่ยอมกินนมแม่
  • ปัญหาด้านสุขภาพฟัน : หากใช้ต่อเนื่องเกินอายุ 2-3 ปี อาจส่งผลให้ฟันเหยิน ฟันเก หรือการสบฟันผิดปกติ
  • เสี่ยงต่อการติดเชื้อ : การดูดจุกหลอกอาจเพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อในหูชั้นกลางจากการเปลี่ยนแปลงความดันขณะดูด
วิธีเลือกจุกหลอก ตามวัย

วิธีการเลือกจุกหลอกให้เหมาะสม

การเลือกจุกหลอกต้องคำนึงถึงขนาดที่ได้มาตรฐานและความปลอดภัยของวัสดุเป็นหลัก

  • เลือกตามช่วงวัย
  • เด็กแรกเกิด – 6 เดือน : ควรใช้ไซซ์ SS หรือ S โดยเลือกจุกที่มีฐานนูนคล้ายนมแม่เพื่อความคุ้นเคย
  • เด็ก 6 เดือน – 1 ปี : ใช้ไซซ์ M โดยเลือกได้ทั้งหัวกลมและหัวแบน
  • เด็ก 1 ปีขึ้นไป : แนะนำไซซ์ M หรือ L และควรเลือกหัวแบนเพื่อลดแรงกดต่อผนังช่องปากและเหงือก
  • วัสดุ : ควรทำจากยางธรรมชาติหรือซิลิโคน Food Grade และต้องปลอดสาร BPA (BPA Free) ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบประสาท
  • รูปทรง:
  • หัวกลม : เลียนแบบจุกนมขวด ดูดง่าย
  • หัวแบน : ออกแบบมาตามสรีระเพดานปาก ช่วยลดความเสี่ยงฟันผิดรูปและลดการสำลักน้ำลาย
  • ความปลอดภัยอื่น ๆ : ต้องมีรูระบายอากาศเพื่อให้อากาศถ่ายเทและลดการสะสมเชื้อโรค และไม่ควรใช้สายคล้องที่ยาวเกินไปเพราะอาจพันคอเด็กได้
วิธีเลือกจุกหลอก 2026

5 ยี่ห้อจุกหลอกยอดนิยมในปี 2026

จากการรวบรวมข้อมูล มีจุกหลอกหลายแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูง

  1. Philips Avent (รุ่น Ultra Air Night) : เรืองแสงได้ในที่มืด น้ำหนักเบา และออกแบบตามทรงเพดานปาก
  2. Tommee Tippee (รุ่น Breast Like ): ฐานกว้างเสมือนเต้านมแม่ ช่วยให้เด็กปรับตัวง่าย
  3. FRIGG (รุ่น Daisy Silicone): ซิลิโคนเกรดทางการแพทย์ พร้อมระบบ Click-Lock เพิ่มความปลอดภัย
  4. MAM (รุ่น Perfect) : จุกนิ่มกว่าทั่วไปถึง 4 เท่า และมีรุ่นเรืองแสงสำหรับกลางคืน
  5. Pigeon (รุ่น Skin Friendly) : ออกแบบมาเพื่อลดผิวสัมผัส ป้องกันการเกิดผื่นแพ้บริเวณรอบปาก (ยี่ห้ออื่น ๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ Nuebabe, Mombella, NATUR, Dr.isla และ Bibs)

เคล็ดลับการใช้และการเลิกจุกหลอก

คุณแม่ควรเริ่มให้ลูกใช้จุกหลอกหลังจากที่ลูกคุ้นเคยกับการดูดนมแม่แล้ว (ประมาณ 1 เดือนหลังคลอด) และควรให้เลิกเมื่ออายุประมาณ 1 ปี หรือไม่เกิน 2 ปี เพื่อป้องกันฟันผิดรูป

วิธีเลิกจุกหลอกแบบนุ่มนวล

  • เบี่ยงเบนความสนใจ : ใช้ของเล่น นิทาน หรือเพลงกล่อมแทนเมื่อลูกร้องไห้
  • ค่อย ๆ ลดเวลา : ลดความถี่ในการใช้ลง ให้ใช้เฉพาะเวลาที่จำเป็นจริง ๆ เช่น ตอนจะนอน
  • วิธีตัดปลายจุก : ค่อย ๆ ตัดปลายจุกหลอกทีละนิด เพื่อให้เด็กความรู้สึกในการดูดเปลี่ยนไปจนไม่อยากดูดอีกต่อไป

การใช้จุกหลอกอย่างถูกวิธีและเลือกซื้ออย่างรอบคอบ จะช่วยให้การเลี้ยงลูกราบรื่นขึ้นและส่งเสริมพัฒนาการที่เหมาะสมให้กับเจ้าตัวน้อยของคุณ

ติดตามสาระน่ารู้เพิ่มเติมได้ที่ Kidsfun

ค้นพบความสนุกและสาระความบันเทิงสำหรับลูกได้ที่ @kidsfunth