สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเล็ก “วัคซีน IPD” หรือวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส มักเป็นวัคซีนทางเลือกอันดับต้น ๆ ที่กุมารแพทย์แนะนำ แต่ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูงถึงหลักหมื่นบาทต่อคอร์ส ทำให้ครอบครัวจำนวนมากเข้าไม่ถึงโอกาสในการสร้างเกราะป้องกันนี้ แต่ล่าสุดมีข่าวดีที่น่าจับตามอง เมื่อคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) มีมติเห็นชอบบรรจุวัคซีน IPD เข้าเป็นสิทธิประโยชน์พื้นฐาน ให้เด็กไทยทุกคนได้รับสิทธิฉีดฟรี เริ่มต้นในปี 2569 นี้!
วัคซีน IPD ฟรี 2569 สปสช. เคาะสิทธิใหม่ให้เด็กไทยทุกคน

จากข้อมูลพบว่าในแต่ละปีมีเด็กไทยอายุ 0-5 ปี ป่วยด้วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อนี้กว่า 30,000 คน และยังมีผู้ป่วยเยื่อหุ้มสมองอักเสบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากเด็กติดเชื้อรุนแรงจะมีโอกาสเสียชีวิตสูงถึง 10% และหากรอดชีวิตก็มีความเสี่ยงที่จะพิการถาวรถึง 20%
เปิดรายละเอียดสิทธิ “ฉีดวัคซีน IPD ฟรี ปี 2569″ ใครได้สิทธิบ้าง?

นโยบายใหม่นี้เป็นการขยายโอกาสให้เด็กไทยเข้าถึงวัคซีนได้อย่างเท่าเทียม หลังจากที่ สปสช. สามารถเจรจาต่อรองราคาวัคซีนลงมาได้เหลือต่ำกว่า 200 บาทต่อเข็ม
- กลุ่มเป้าหมาย: เด็กแรกเกิดและเด็กเล็กทั่วประเทศตามช่วงอายุที่กำหนด
- ตารางการฉีด: โดยปกติจะฉีดทั้งหมด 3 เข็ม เมื่ออายุ 2 เดือน, 4 เดือน และเข็มกระตุ้นที่ 12 เดือน
- ประเภทวัคซีน: รัฐบาลจะสนับสนุน วัคซีน PCV ชนิด 10 สายพันธุ์ (Pneumosil) ซึ่งครอบคลุมสายพันธุ์ที่พบบ่อยและก่อโรครุนแรงในเด็กไทย (เช่น สายพันธุ์ 19A และ 6A) และผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เรียบร้อยแล้ว
- สถานที่รับบริการ: พ่อแม่สามารถพาลูกน้อยไปรับบริการได้ที่ สถานพยาบาลของรัฐทั่วประเทศ (โรงพยาบาลรัฐ, ศูนย์บริการสาธารณสุข หรือ รพ.สต.) โดยใช้สิทธิบัตรทอง
ฉีด วัคซีน IPD ฟรี ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายครอบครัวหลักหมื่น

ที่ผ่านมา วัคซีน IPD เป็นวัคซีนทางเลือกที่ผู้ปกครองต้องจ่ายเงินเองในโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งมีราคาสูงถึง 2,500 – 4,500 บาทต่อเข็ม หากฉีดครบตามเกณฑ์มาตรฐาน 4 เข็ม จะมีค่าใช้จ่ายรวมสูงถึง 10,000 – 18,000 บาท ต่อเด็กหนึ่งคน การบรรจุเข้าเป็นสิทธิประโยชน์ฟรีจึงถือเป็นการช่วยลดภาระทางการเงินให้ครอบครัวไทยได้อย่างมหาศาล

การบรรจุวัคซีน IPD หรือ PCV เข้าสู่แผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศในปี 2569 ถือเป็นก้าวสำคัญของระบบสาธารณสุขไทยที่ช่วยให้เด็กไทยทุกคนมีเกราะป้องกันโรคร้ายอย่างเท่าเทียม วัคซีนนี้ไม่เพียงแต่ช่วยปกป้องชีวิตลูกน้อยจากความพิการและการเสียชีวิต แต่ยังช่วยสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ลดการแพร่กระจายของเชื้อในชุมชนได้อีกด้วย สำหรับคุณพ่อคุณแม่ควรติดตามประกาศกำหนดการเริ่มให้บริการอย่างเป็นทางการจาก สปสช. หรือกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ลูกรักพลาดโอกาสสำคัญในการเสริมสร้างสุขภาพที่แข็งแรงครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก: https://www.thaipbs.or.th/news/content/502852
ติดตามสาระน่ารู้เพิ่มเติมได้ที่ Kidsfun
ค้นพบความสนุกและสาระความบันเทิงสำหรับลูกได้ที่ @kidsfunth






