/
/
สัญญาณเตือน และ อาการคนท้องระยะแรก 10 อาการยอดฮิตที่ควรรู้ !

สัญญาณเตือน และ อาการคนท้องระยะแรก 10 อาการยอดฮิตที่ควรรู้ !

การตั้งครรภ์เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในร่างกายของผู้หญิง ตัวอย่างเช่น คุณแม่หลายคนอาจเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติได้ตั้งแต่ช่วง 1-4 สัปดาห์แรกหลังการปฏิสนธิ อย่างไรก็ตาม อาการคนท้องระยะแรก เหล่านี้มักมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนอาจมีอาการชัดเจน ในขณะที่บางคนแทบไม่มีอาการใด ๆ เลยจนทำให้ไม่รู้ตัว

10อาการที่บ่งบอกว่าคุณอาจกำลังตั้งครรภ์ อาการคนท้องระยะแรก

10 อาการยอดฮิตที่บ่งบอกว่าคุณอาจกำลังตั้งครรภ์

  • ประจำเดือนขาด (Missed Period) : เป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดสำหรับผู้ที่ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ เกิดจากการที่ร่างกายผลิตฮอร์โมน hCG (Human chorionic gonadotropin) หลังการปฏิสนธิเพื่อช่วยให้ทารกเจริญเติบโต ส่งผลให้หยุดการตกไข่
  • เจ็บเต้านมหรือเต้านมคัด (Breast Changes) : เต้านมอาจขยายใหญ่ขึ้น รู้สึกตึง เสียวแปลบ หรือเจ็บคล้ายช่วงก่อนมีประจำเดือน นอกจากนี้สีของลานนมอาจคล้ำขึ้นและเห็นเส้นเลือดชัดเจนขึ้นเนื่องจากการเตรียมพร้อมสร้างน้ำนม
  • คลื่นไส้ อาเจียน (Morning Sickness ) : หรือที่เรียกกันว่า “อาการแพ้ท้อง” มักเริ่มในช่วงสัปดาห์ที่ 6 แต่บางรายอาจเริ่มได้เร็วกว่านั้น อาการนี้อาจเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งวัน ไม่ใช่แค่ตอนเช้า
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยล้าง่าย (Fatigue) : ร่างกายจะดึงพลังงานไปใช้ในการพัฒนาทารก และระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ที่สูงขึ้นจะทำให้คุณแม่รู้สึกง่วงนอนและเหนื่อยง่ายผิดปกติ

ปัสสาวะบ่อย (Frequent Urination) : มดลูกที่เริ่มขยายตัวจะไปเบียดทับกระเพาะปัสสาวะ ประกอบกับไตต้องทำงานหนักขึ้นในการกรองของเสียจากปริมาณเลือดที่เพิ่มขึ้นในร่างกาย

10อาการที่บ่งบอกว่าคุณอาจกำลังตั้งครรภ์ อาการคนท้องระยะแรก
  • อารมณ์แปรปรวน (Mood Swings) : การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนอย่างรวดเร็วส่งผลต่อสภาวะอารมณ์ ทำให้หงุดหงิดง่าย ขี้น้อยใจ หรือเสียใจได้ง่ายกว่าปกติ
  • ไวต่อกลิ่น (Sensitivity to Smells) : คุณแม่อาจรู้สึกเหม็นกลิ่นที่เคยคุ้นเคย เช่น อาหาร น้ำหอม หรือกลิ่นตัวคนใกล้ชิด ซึ่งมักกระตุ้นให้เกิดอาการคลื่นไส้
  • ท้องอืดและท้องผูก (Bloating & Constipation) : ฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานช้าลง ส่งผลให้มีแก๊สในกระเพาะอาหารมากและถ่ายลำบาก
  • เลือดล้างหน้าเด็ก (Implantation Bleeding) : อาจมีเลือดออกกะปริดกะปรอยสีชมพูจาง ๆ ออกมาเล็กน้อยในช่วง 6-12 วันหลังปฏิสนธิ ซึ่งเกิดจากการที่ตัวอ่อนเข้าไปฝังตัวที่ผนังมดลูก
  • อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น (Higher Body Temperature) : คุณแม่จะรู้สึกเหมือนมีไข้ต่ำ ๆ หรือตัวร้อนกว่าปกติ เนื่องจากกระบวนการสร้างเนื้อเยื่อและการไหลเวียนเลือดที่เพิ่มขึ้น
วิธีการยืนยันการตั้งครรภ์ อาการคนท้องระยะแรก

อาการคนท้องระยะแรก ที่อาจพบได้

นอกจากอาการหลักข้างต้นแล้ว บางรายอาจมีอาการ ปวดหลัง จากการเปลี่ยนแปลงของเส้นเอ็นและกระดูกเชิงกราน ปวดศีรษะ วิงเวียน เป็นสิว มากกว่าปกติ หรือแม้แต่การรับรสที่เปลี่ยนไปจนรู้สึกเหมือนมี รสโลหะในปาก

วิธีการยืนยันการตั้งครรภ์

หากคุณมีอาการข้างต้น วิธีการที่แม่นยำที่สุด

  1. ตรวจปัสสาวะ : โดยใช้ชุดตรวจครรภ์หาฮอร์โมน hCG ซึ่งควรอรอให้ประจำเดือนขาดไปแล้วประมาณ 7 วันเพื่อให้ได้ผลที่ชัดเจนที่สุด
  2. พบแพทย์ : เพื่อตรวจเลือดยืนยันผล หรือทำ อัลตราซาวนด์ เพื่อดูว่ามีการตั้งครรภ์ในโพรงมดลูกจริงหรือไม่

เมื่อรู้ว่า “ท้องแล้ว” ควรทำอย่างไร?

เมื่อได้รับการยืนยันว่าตั้งครรภ์ สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดคือ การไปฝากครรภ์ กับแพทย์ทันที เพื่อรับคำแนะนำในการดูแลตนเอง รับวิตามินเสริมที่จำเป็น เช่น กรดโฟลิกและธาตุเหล็ก รวมถึงการปรับพฤติกรรม เช่น การงดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การพักผ่อนให้เพียงพอ และการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์

ติดตามสาระน่ารู้เพิ่มเติมได้ที่ Kidsfun

ค้นพบความสนุกและสาระความบันเทิงสำหรับลูกได้ที่ @kidsfunth