/
/
ภูมิแพ้ในเด็ก รับมือยังไง?

ภูมิแพ้ในเด็ก รับมือยังไง?

โรค ภูมิแพ้ในเด็ก เป็นภาวะที่ร่างกายมีปฏิกิริยาไวเกินต่อสารก่อภูมิแพ้หรือสิ่งระคายเคือง โดยระบบภูมิคุ้มกันจะตอบสนองต่อสารที่ไม่เป็นอันตราย เช่น ฝุ่น ละอองเกสร หรืออาหาร จนเกิดการอักเสบเรื้อรังตามอวัยวะต่าง ๆ ในปัจจุบันเด็กไทยมีความเสี่ยงเป็นภูมิแพ้สูงถึง 40% และมักจะมีอาการเรื้อรัง เป็น ๆ หาย ๆ

สาเหตุของการเป็น ภูมิแพ้ในเด็ก

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยหลักที่ทำให้ลูกน้อยเป็นภูมิแพ้ประกอบด้วย

  • พันธุกรรม : หากพ่อและแม่เป็นภูมิแพ้ทั้งคู่ ลูกมีความเสี่ยงสูงถึง 50-80% แต่แม้ไม่มีประวัติในครอบครัว ลูกก็ยังเสี่ยงได้ราว 10-15% จากสิ่งแวดล้อม
  • สิ่งแวดล้อม : การสัมผัสควันบุหรี่ มลพิษทางอากาศ ไรฝุ่น แมลงสาบ หรือขนสัตว์ เป็นตัวกระตุ้นสำคัญ
  • พฤติกรรมการทานอาหาร : การได้รับนมวัวหรืออาหารเสริมเร็วเกินไปในช่วง 6 เดือนแรกอาจเพิ่มความเสี่ยง
ภูมิแพ้ในเด็ก ที่พบตามช่วงอายุ

ภูมิแพ้ในเด็ก ที่พบบ่อยตามช่วงอายุ

อาการภูมิแพ้มักแตกต่างกันไปตามวัยของเด็ก

  1. ขวบปีแรก : มักพบ การแพ้อาหาร (เช่น นมวัว ไข่ ถั่วเหลือง แป้งสาลี) และ ภูมิแพ้ผิวหนัง
  2. อายุ 2-5 ปีขึ้นไป : เริ่มพบอาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคแพ้อากาศ (จมูกอักเสบจากภูมิแพ้) และ โรคหืด
วิธีสังเกตและวิธีป้องกัน ภูมิแพ้ในเด็ก

วิธีสังเกตอาการตามระบบร่างกาย

คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตอาการผิดปกติได้ใน 3 ระบบหลัก 

  • ระบบผิวหนัง : มีผื่นแดงคันขึ้นตามแก้ม ข้อพับ หรือลำตัว ผิวแห้ง ลมพิษ หรือปากบวมตาบวม
  • ระบบทางเดินหายใจ : จามบ่อย คัดจมูก น้ำมูกใสไหลเรื้อรัง ไอตอนกลางคืน หายใจมีเสียงวี้ด หรือหอบเหนื่อย
  • ระบบทางเดินอาหาร : อาเจียน แหวะนมบ่อย ปวดท้อง ท้องเสีย หรือถ่ายเป็นมูกเลือด

ข้อสังเกตพิเศษ: แพ้อากาศ vs ไข้หวัด

เด็กที่เป็น ภูมิแพ้อากาศ มักไม่มีไข้แต่มีอาการคันจมูก จาม และน้ำมูกใสต่อเนื่องนานกว่า 2-4 สัปดาห์ นอกจากนี้อาจเห็น รอยคล้ำใต้ตา (Allergic Shiners) หรือรอยย่นบนสันจมูกจากการขยี้จมูกบ่อย ๆ

การทดสอบและการรักษา

หากสงสัยว่าลูกเป็นภูมิแพ้ ควรพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัย ซึ่งมีวิธีทดสอบ

  1. การทดสอบทางผิวหนัง (Skin Prick Test) : สะกิดผิวหนังเพื่อดูการตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ ทราบผลเร็วใน 15-20 นาที
  2. การตรวจเลือด (Blood Test) : หาปริมาณแอนติบอดี IgE ที่จำเพาะต่อสารก่อภูมิแพ้
  3. การรักษา : เน้นการ หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ ร่วมกับการใช้ยาตามแพทย์สั่ง เช่น ยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก หรือการทำภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) ในรายที่จำเป็น

วิธีป้องกันและดูแลลูกน้อย

  • นมแม่ดีที่สุด : ควรให้นมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน เพราะมีสารอาหารสร้างภูมิคุ้มกันและจุลินทรีย์สุขภาพ (โพรไบโอติก) ที่ช่วยลดความเสี่ยงภูมิแพ้
  • จัดการสิ่งแวดล้อม : ทำความสะอาดเครื่องนอนด้วยน้ำร้อน 55-60 องศาเซลเซียสทุก 1-2 สัปดาห์เพื่อกำจัดไรฝุ่น จัดบ้านให้โปร่ง และหลีกเลี่ยงตุ๊กตาขนหรือพรม
  • ดูแลผิว : ใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ทามอยส์เจอไรเซอร์สม่ำเสมอเพื่อสร้างเกราะป้องกันผิว

โรคภูมิแพ้บางชนิด เช่น แพ้นมวัว หรือโรคหืดในเด็ก มีโอกาส หายขาดได้เมื่อโตขึ้น หากได้รับการดูแลและรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่น ๆ แต่หากปล่อยไว้จนมีอาการรุนแรง (Anaphylaxis) อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ติดตามสาระน่ารู้เพิ่มเติมได้ที่ Kidsfun

ค้นพบความสนุกและสาระความบันเทิงสำหรับลูกได้ที่ @kidsfunth