/
/
/
อาการเด็กหวงของ แก้ไขอย่างไร? วิธีรับมือเมื่อลูกเริ่มหวงของเล่น

อาการเด็กหวงของ แก้ไขอย่างไร? วิธีรับมือเมื่อลูกเริ่มหวงของเล่น

อาการเด็กหวงของ มักเกิดขึ้นเป็นปกติในเด็กวัย 2-3 ขวบ เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่พวกเขากำลังเรียนรู้เรื่อง “ความเป็นเจ้าของ” หรือ “ของฉัน” เป็นครั้งแรก. สิ่งที่เด็กมักจะหวง ได้แก่ ของเล่น ตุ๊กตา หมอน หรือผ้าห่ม ซึ่งเมื่อมีใครมาหยิบจับ แม้แต่คุณพ่อคุณแม่เอง เด็กก็จะแสดงอาการไม่พอใจทันที

ทำไมลูกถึง หวงของ ?

พฤติกรรมการ หวงของ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เป็นพัฒนาการด้านอารมณ์และสังคมที่สำคัญ. เด็กในช่วงวัยนี้มีการรับรู้ตัวตน (Self-awareness) และมักเข้าใจว่าทุกสิ่งที่มองเห็นเป็นของของเขานอกจากนี้ เด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบอาจยังไม่เข้าใจแนวคิดเรื่อง “การแบ่งปัน” ที่ซับซ้อน เพราะสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเห็นอกเห็นใจยังพัฒนาไม่เต็มที่. หากคุณแม่พบว่าลูกแย่งของคืนจากเพื่อน นั่นคือการแสดงออกที่ตรงไปตรงมาที่สุดตามวัยของเขา

5 วิธีปรับพฤติกรรมจาก อาการเด็กหวงของ สู่เด็กนักแบ่งปัน

5 วิธีปรับพฤติกรรมจาก อาการเด็กหวงของ สู่เด็กนักแบ่งปัน

คุณพ่อคุณแม่สามารถเสริมสร้างความฉลาดทางสังคม (SQ) ให้ลูกได้ด้วยวิธีการดังนี้

  1. ไม่ลงโทษให้ลูกรู้สึกอายหรือเสียหน้า : เมื่อลูกไม่แบ่งปัน ไม่ควรดุ ตี หรือทำให้เขาอับอายต่อหน้าผู้อื่น เพราะจะทำให้เด็กรู้สึกถูกทอดทิ้งและอาจนำไปสู่พฤติกรรมที่ก้าวร้าวมากขึ้นในอนาคต
  2. เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกเห็น : พ่อแม่คือต้นแบบที่สำคัญที่สุด เด็กจะจดจำและเลียนแบบพฤติกรรมการมีน้ำใจและการแบ่งปันจากคนในครอบครัวเป็นประจำ
  3. ชื่นชมเมื่อลูกแบ่งปัน : เมื่อลูกยอมแบ่งของเล่นหรือขนม ให้รีบกล่าวคำชมเชยที่พฤติกรรมนั้นทันที เพื่อให้ลูกเกิดความภูมิใจและมั่นใจที่จะทำต่อไป
  4. สร้างสถานการณ์จำลองเพื่อฝึกฝน : ลองสร้างกิจกรรมที่ต้องเล่นสลับกัน หรือใช้นาฬิกาจับเวลามาช่วยให้การรอคอยกลายเป็นเรื่องสนุก เช่น “หนูเล่น 5 นาที แล้วเดี๋ยวสลับให้เพื่อนเล่นนะลูก”
  5. อธิบายเหตุผลและสอนเรื่องสิทธิ : บอกลูกให้ชัดเจนว่าเราหยิบของเขาไปทำอะไร เช่น “แม่ขอเอาหมอนไปซักเพราะถ้าไม่สะอาดจะทำให้ป่วยได้” พร้อมทั้งสอนว่าของบางอย่างเป็นของส่วนรวมที่ต้องใช้ร่วมกัน เช่น โซฟา หรือทีวี
อาการหวงของ ข้อควรระวังสำหรับคุณพ่อคุณแม่

ข้อควรระวังสำหรับคุณพ่อคุณแม่

  • ไม่ควรบังคับให้ลูกแบ่งปัน : การบังคับในขณะที่เด็กไม่เต็มใจจะสร้างความคับข้องใจและทำให้เขาต่อต้านมากขึ้น. ควรเคารพการตัดสินใจของลูกหากของชิ้นนั้นมีคุณค่าทางใจสำหรับเขามาก
  • สอนให้รู้จักการรอคอย : หากลูกอยากเล่นของคนอื่น ต้องสอนให้รู้จักขออนุญาตเจ้าของก่อน และหากเจ้าของยังไม่ให้เล่น ก็ต้องเรียนรู้ที่จะรอคอยตามคิว
  • เตรียมความพร้อมก่อนเจอสถานการณ์จริง : ก่อนไปสนามเด็กเล่น ควรพูดคุยตกลงกติกาเบื้องต้นกับลูกก่อนว่าหากมีเพื่อนขอยืมของเล่น ลูกสามารถให้ยืมได้และจะได้ของคืนเมื่อเล่นเสร็จ

ความอดทนและใจเย็นของพ่อแม่คือหัวใจสำคัญ เพราะเมื่อลูกเติบโตขึ้นและมีพัฒนาการทางสมองที่สมบูรณ์ขึ้น อาการหวงของเหล่านี้จะค่อยๆ หายไปเองตามธรรมชาติ

ติดตามสาระน่ารู้เพิ่มเติมได้ที่ Kidsfun

ค้นพบความสนุกและสาระความบันเทิงสำหรับลูกได้ที่ @kidsfunth