/
/
10 โรคฮิตในเด็กวัยซน คุณพ่อคุณแม่รับมือยังไง?

10 โรคฮิตในเด็กวัยซน คุณพ่อคุณแม่รับมือยังไง?

คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักสงสัยว่าทำไมลูกถึงป่วยบ่อย โดยเฉพาะเมื่อเริ่มเข้าโรงเรียนหรือไปเนอสเซอรี่ ความจริงแล้วเป็นเรื่องปกติเพราะระบบภูมิคุ้มกันของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่เหมือนผู้ใหญ่ และการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเชื้อโรคผ่านการเล่นคลุกคลี การใช้ของเล่นร่วมกัน หรือการลืมล้างมือ การเรียนรู้ โรค ที่พบบ่อยจะช่วยให้ผู้ปกครองรับมือได้อย่างมีสติและถูกต้อง

10 โรค ที่พบบ่อย

1. โรค มือ เท้า ปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease)

โรคนี้พบบ่อยมากในเด็กต่ำกว่า 5 ปี และมักระบาดในโรงเรียน

  • อาการ : มีไข้ เจ็บคอ มีตุ่มแดงหรือแผลเล็กๆ ในปาก และมีผื่นแดงหรือตุ่มน้ำใสที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือก้น
  • การดูแล : ให้ลูกพักผ่อน ดื่มน้ำเยอะๆ (น้ำเย็นจะช่วยลดอาการเจ็บปาก) ทานอาหารอ่อนๆ เช่น โจ๊ก หรือไอศกรีม และแยกของใช้ส่วนตัวเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ

2. โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza)

มีความรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดา และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างปอดบวมได้

  • อาการ : ไข้สูงเฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ไอ และน้ำมูกไหล
  • การดูแล : พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ หากอาการรุนแรงแพทย์อาจให้ยาต้านไวรัสภายใน 48 ชั่วโมงแรก
  • การป้องกัน : ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี

3. โรคไข้เลือดออก (Dengue Fever)

มียุงลายเป็นพาหะ มักระบาดหนักในฤดูฝนที่มีน้ำขัง

  • อาการ : ไข้สูงลอย 2-7 วัน ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยตัว มีผื่นแดงหรือจุดเลือดออกตามตัว
  • ข้อควรระวัง: ห้ามทานยาแอสไพรินหรือไอบูโพรเฟน เพราะจะทำให้เลือดออกง่ายขึ้น ให้ใช้เฉพาะยาพาราเซตามอลเท่านั้น หากลูกมีอาการปวดท้องมาก อาเจียนเป็นเลือด หรือมือเท้าเย็น ต้องรีบพบแพทย์ทันที
10 โรค ที่พบบ่อย

4. โรคติดเชื้อไวรัส RSV

เป็นสาเหตุหลักของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างในเด็กเล็ก

  • อาการ : ไอ คัดจมูก มีน้ำมูก แต่หากรุนแรงจะมีอาการหายใจลำบาก หายใจเร็ว มีเสียงหวีด และเสมหะมาก
  • กลุ่มเสี่ยง : ทารกคลอดก่อนกำหนด หรือเด็กที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับปอดและหัวใจ มีความเสี่ยงเสียชีวิตได้ ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาเฉพาะทาง ต้องรักษาตามอาการ

5. โรคท้องร่วง-อุจจาระร่วง (จากไวรัสโรต้าหรือโนโรไวรัส)

เกิดจากการกินอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ หรือการนำมือสกปรกเข้าปาก

  • อาการ : ถ่ายเหลวมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน อาเจียน ปวดท้อง และอาจมีไข้
  • การดูแล : ป้องกันภาวะขาดน้ำโดยการดื่มน้ำเกลือแร่ (ORS) บ่อยๆ ทีละน้อย และทานอาหารย่อยง่าย

6. โรคไอพีดี (IPD)

เกิดจากเชื้อแบคทีเรียนิวโมค็อกคัส ซึ่งอาจทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบหรือติดเชื้อในกระแสเลือด

  • อาการ : ไข้สูงกะทันหัน หายใจเหนื่อย ซึม หรือชัก
  • การป้องกัน : ฉีดวัคซีนนิวโมค็อกคัส (PCV) เพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน

7. โรคติดต่ออื่นๆ ที่ควรเฝ้าระวัง

  • อีสุกอีใส : มีไข้และตุ่มน้ำใสขึ้นทั่วตัวที่ทำให้คันมาก ป้องกันได้ด้วยวัคซีน
  • โรคหัด : ไข้สูง ไอ น้ำมูกไหล และผื่นแดงลามทั่วตัว ป้องกันได้ด้วยวัคซีน MMR
  • โรคตาแดง : ติดเชื้อจากการสัมผัสสิ่งสกปรก ทำให้ตาแดง คัน และมีขี้ตาเยอะ
  • โรคเฮอร์แปงไจน่า : คล้ายมือเท้าปากแต่มีแผลเฉพาะในปากเท่านั้น
  • โควิด-19 : อาการหลากหลายตั้งแต่ไข้ต่ำๆ ไปจนถึงเหนื่อยหอบ หรือมีอาการทางระบบทางเดินอาหารร่วมด้วย

สัญญาณอันตราย : เมื่อไรที่ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

หากลูกมีอาการดังต่อไปนี้ อย่ารอช้าให้รีบส่งโรงพยาบาล

  1. ไข้สูงเกิน 40 องศาเซลเซียส หรือไข้ในเด็กเล็กต่ำกว่า 3 เดือน
  2. มีอาการชัก เกร็ง หรือซึม ไม่รู้สึกตัว
  3. หายใจลำบาก หายใจเร็ว หรือมีเสียงหวีด
  4. ขาดน้ำรุนแรง เช่น ไม่ปัสสาวะเกิน 8-12 ชั่วโมง ปากแห้ง ดวงตาโบ๋
  5. ถ่ายหรืออาเจียนเป็นเลือด

เคล็ดลับการป้องกันเพื่อลูกน้อยสุขภาพแข็งแรง

  • ปลูกฝังสุขอนามัย : สอนให้ลูกล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่ โดยเฉพาะก่อนทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
  • วัคซีนคือเกราะป้องกัน : พาลูกไปรับวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริมตามกำหนดให้ครบถ้วน
  • ดูแลสิ่งแวดล้อม : กำจัดแหล่งน้ำขังรอบบ้านเพื่อป้องกันยุงลาย และดูแลบ้านให้อากาศถ่ายเทสะดวก
  • ความสะอาดของอาหาร : ให้ลูกทานอาหารปรุงสุกใหม่ สะอาด และใช้ช้อนกลาง

การเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องการสังเกตอาการและการมีประกันสุขภาพ จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจมากขึ้นในการดูแลลูกน้อยให้ได้รับการรักษาที่ดีที่สุดเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน

ติดตามสาระน่ารู้เพิ่มเติมได้ที่ Kidsfun

ค้นพบความสนุกและสาระความบันเทิงสำหรับลูกได้ที่ @kidsfunth