ณ หมู่บ้านแห่งปัญญา มีบ้านโพรงกระต่ายน้อยแสนอบอุ่น ที่นั่นเป็นบ้านของ “ฝันดี” ฝันดีเป็นเด็กดีและชอบช่วยคุณแม่เก็บดอกไม้และผลเบอร์รี่มาทำแยมเป็นที่สุด
ทุกเช้าหลังทานอาหาร คุณแม่จะกอดฝันดีแล้วพูดย้ำเสมอว่า
คุณแม่: “ฝันดีลูก… หนูเล่นอยู่ใกล้ๆ บ้านไว้นะ แต่อย่าไปไหนกับคนที่เราไม่รู้จักเด็ดขาด แม้เขาจะมีของอร่อยๆ หรือของเล่นสวยๆ มาให้ก็ตาม ห้ามตามเขาไปเด็ดขาดเลยนะจ๊ะ”
บ่ายวันหนึ่ง ขณะที่ฝันดีกำลังเพลิดเพลินกับการเก็บผลเบอร์รี่สีแดงสดอยู่ข้างพุ่มไม้ใหญ่ ก็มีเสียงทุ้มๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง
จิ้งจอก: “สวัสดีจ้ะ เจ้ากระต่ายน้อย”
ฝันดีหันควับไปมอง เธอเห็นสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งสวมแว่นตากลมโต ท่าทางดูใจดี กำลังยิ้มให้เธอ
ฝันดี: “สวัสดีค่ะ คุณเป็นใครหรอคะ”
จิ้งจอก: “ฉันเป็นคุณจิ้งจอกใจดีน่ะ หนูกำลังเก็บเบอร์รีอยู่หรอ ฉันรู้จักเบอร์รีสีทองที่รสชาติอร่อยมากด้วยนะ อยู่ตรงพุ่มไม้นั่นเอง ไปดูกันไหม”
ดวงตาของฝันดีเป็นประกายเมื่อได้ยินว่ามีเบอร์รี่สีทอง ขาของเธอกำลังจะก้าวตามคุณจิ้งจอกไป…
แต่ทันใดนั้น! เสียงของคุณแม่ก็แว่วเข้ามาในหัว “…อย่าไปไหนกับคนที่เราไม่รู้จักเด็ดขาดนะลูก…”
ฝันดีคิดในใจ: คุณจิ้งจอกคนนี้… ฝันดีไม่เคยรู้จักมาก่อนเลยนี่นา
ฝันดีรวบรวมความกล้า แล้วพูดด้วยเสียงที่ดังฟังชัดว่า:
ฝันดี: “ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมากค่ะ แต่คุณแม่สอนไว้ว่าไม่ให้ไปไหนกับคนแปลกหน้าค่ะ”
พูดจบ ฝันดีก็ไม่รอช้า เธอหันหลังแล้ววิ่งสุดฝีเท้ากลับไปยังบ้านโพรงกระต่ายของเธอทันที เธอไม่หันกลับไปมองข้างหลังอีกเลย
คืนนั้นฝันดีได้เอาเรื่องนี้ไปเล่าให้คุณแม่ฟัง
คุณแม่พูดว่า: “ฝันดีของแม่เก่งมากลูก แม่ดีใจที่หนูจำคำพูดของแม่ได้ หนูกล้าที่จะปฏิเสธแล้วรีบกลับมาหาแม่ จนปกป้องตัวเองได้สำเร็จ แม่ภูมิใจในตัวลูกที่สุดเลยจ้ะ”
ฝันดีได้รู้แล้วว่า การเชื่อฟังคำสอนของพ่อแม่คือสิ่งที่ดีที่สุด และต้องเรียนรู้ที่จะกล้าปฏิเสธคนแปลกหน้าที่ทำให้เรารู้สึกกลัวและไม่สบายใจ เพราะยังไงความปลอดภัยของตัวเราก็สำคัญที่สุด
“Driving Thai society towards a better future through trusted media and accessible technology for all”