เตรียมพร้อมอนาคตลูก: คู่มือวางแผนออมเงินเพื่อการศึกษาแบบสมาร์ท | เงินทองของจริง

/
/
/
เตรียมพร้อมอนาคตลูก: คู่มือวางแผนออมเงินเพื่อการศึกษาแบบสมาร์ท | เงินทองของจริง

คุณเคยคิดบ้างไหมว่าค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของลูกในอนาคตจะมากแค่ไหน? ตั้งแต่ค่าเทอม ค่าอุปกรณ์การเรียน ไปจนถึงค่ากิจกรรมเสริมต่างๆ การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ แต่จะทำอย่างไรให้เราพร้อมรับมือกับค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้แบบไม่หนักเกินไป

5 ขั้นตอนการวางแผนการศึกษาเพื่อลูก

1. การกำหนดเป้าหมาย

กำหนดเป้าหมายว่าอยากให้ลูกได้เรียนหนังสือในสถานศึกษาแบบไหน และจะส่งลูกเรียนไปจนถึงระดับไหน

2. รวบรวมค่าใช้จ่าย

เมื่อรู้แล้วว่าอยากให้ลูกได้เรียนในสถานศึกษาแบบใด สถานศึกษาแบบนั้นๆ ก็จะเป็นตัวกำหนดค่าใช้จ่าย

3. คำนึงถึงเงินเฟ้อการศึกษา

เงินเฟ้อการศึกษาเฉลี่ยอยู่ที่ **6% ต่อปี** สามารถคำนวณผลของเงินเฟ้อคร่าวๆ ได้โดย **ทุกๆ 12 ปี ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า**

4. วางแผนการออมและการลงทุน

ยิ่งรู้ไว เตรียมเงินออมและเงินลงทุนได้ไว จะยิ่งได้เปรียบ เพราะเมื่อมีระยะเวลาลงทุนที่นาน เราสามารถใช้เงินต้นที่ไม่มากในการเตรียมกองทุนเพื่อการศึกษาบุตรได้

5. ปกป้องความเสี่ยงด้วยประกันชีวิต

หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทำให้คุณพ่อหรือคุณแม่จากไปก่อนวัยอันควร อาจส่งผลให้มีเงินไม่เพียงพอที่จะส่งให้ลูกเรียนจบดังที่ตั้งใจไว้ ควรสร้างความคุ้มครองผ่านกรมธรรม์ประกันชีวิต ด้วยความคุ้มครองชีวิตที่มีทุนประกันเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาลูกทั้งหมด

ประกันการศึกษาลูก: ลงทุนสำคัญเพื่ออนาคต

ประกันการศึกษาเป็นการลงทุนที่สำคัญสำหรับอนาคตของลูกๆ โดยเฉพาะในยุคที่ค่าการศึกษามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การทำประกันการศึกษาสามารถช่วยให้พ่อแม่มั่นใจได้ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ลูกๆ จะได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

ประเภทของประกันการศึกษาบุตร

1. ประกันชีวิตควบการออมทรัพย์ (Endowment Policy)

– เน้นการออมเงินเพื่อการศึกษาของบุตร

– มีการคุ้มครองชีวิตด้วย

– เมื่อถึงอายุที่กำหนด ผู้ปกครองจะได้รับเงินก้อนเพื่อใช้เป็นทุนการศึกษา

2. ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit-Linked Insurance Plan)

– มีการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ เพื่อเพิ่มผลตอบแทน

– มีความเสี่ยงมากกว่าแบบสะสมทรัพย์

– มีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงกว่า

3. ประกันชีวิตแบบมีกำหนดระยะเวลา (Term Life Insurance)

– คุ้มครองชีวิตของผู้ปกครองในระยะเวลาที่กำหนด

– หากผู้ปกครองเสียชีวิตภายในระยะเวลาที่กำหนด ลูกจะได้รับเงินคุ้มครองเพื่อการศึกษา

ข้อควรพิจารณาในการเลือกประกันการศึกษาบุตร

1. ความสามารถในการชำระเบี้ยประกัน – ต้องตรวจสอบว่าสามารถชำระเบี้ยประกันได้อย่างต่อเนื่อง

2. ระยะเวลาคุ้มครอง – ตรวจสอบระยะเวลาคุ้มครองว่าครอบคลุมช่วงเวลาที่ลูกจะต้องใช้เงินเพื่อการศึกษาหรือไม่

3. ผลตอบแทนและค่าธรรมเนียม – เลือกแผนประกันที่มีผลตอบแทนเหมาะสมและค่าธรรมเนียมไม่สูงเกินไป

4. ความคุ้มครองเพิ่มเติม – ตรวจสอบว่ามีความคุ้มครองเพิ่มเติมในกรณีทุพพลภาพหรือเจ็บป่วยที่ทำให้ไม่สามารถทำงานได้หรือไม่

5. เงื่อนไขและข้อกำหนด – อ่านและทำความเข้าใจเงื่อนไขและข้อกำหนดของกรมธรรม์ให้ละเอียด

6 วิธีออมเงินให้ลูกแบบพ่อแม่ยุคใหม่

1. จัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย

การออมเงินให้ลูกด้วยการบริหารเงินผ่านบัญชีรายรับรายจ่าย ยังเป็นการสอนให้ลูกรู้ความสำคัญของการวางแผนการเงิน ทำให้ลูกเรียนรู้และนำไปใช้ เพื่อพัฒนาเป็นผู้ใหญ่ที่มีนิสัยการบริหารการเงินที่ดีในวันข้างหน้า

2. เปิดบัญชีคู่เพื่อลูก

ให้สิทธิ์ในชื่อลูกเป็นเจ้าของร่วมกัน และนำเงินออมที่วางแผนไว้แต่ละเดือนมาใส่ในบัญชีนั้น เพื่อเตรียมเป็นเงินอนาคตให้ลูก การเปิดบัญชีคู่ทำให้ลูกมั่นใจได้ว่าเมื่อโตขึ้นตนเองมีสิทธิ์ในเงินก้อนนั้นที่พ่อแม่เตรียมไว้ให้เต็มที่

3. ออมผ่านบัญชีเงินฝากกับธนาคาร

เป็นวิธีที่นิยม เพราะสะดวกและมียอดเงินเคลื่อนไหวชัดเจน โดยมีบัญชีให้เลือกหลายประเภท:

– บัญชีสะสมทรัพย์ – เหมาะสำหรับการออมระยะยาว

– บัญชีเงินฝากประจำ – เหมาะสำหรับออมเงินค่าเทอมลูก ให้ดอกเบี้ยสูงและช่วยสร้างวินัยการออม

– บัญชีดอกเบี้ยสูง – เหมาะสำหรับคนที่ต้องการผลตอบแทนมากขึ้น

4. ออมผ่านประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์

เหมาะสำหรับการออมระยะยาว เช่น เริ่มตั้งแต่วัยอนุบาลเพื่อใช้ในอนาคต ประกันประเภทนี้:

– ให้ผลตอบแทนแน่นอน ไม่มีความเสี่ยง

– จ่ายเงินก้อนคืนเมื่อครบกำหนด

– ช่วยสร้างวินัยการออมผ่านการจ่ายเบี้ยเป็นประจำทุกปี

– ยังเป็นหลักประกันให้ครอบครัวหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน

5. ออมด้วยหุ้นกู้

หุ้นกู้เป็นตัวเลือกการออมที่ความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ เพราะบริษัทออกหุ้นเพื่อยืมเงินจากเราและจ่ายดอกเบี้ยให้ตามกำหนด เช่น ปีละ 2 ครั้งตลอดระยะเวลาตามสัญญา ส่วนมากหุ้นกู้มีอายุ 3-10 ปี จึงเหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาวที่การันตีผลตอบแทนทุกเดือน

6. ออมด้วยกองทุนรวม

การซื้อกองทุนรวมเพื่อออมเงินให้ลูกเหมาะสำหรับพ่อแม่ยุคใหม่ที่ต้องการลงทุนแต่ไม่มีเวลาบริหารเอง สามารถเลือก:

– กองทุนความเสี่ยงต่ำ – เพื่อความมั่นคง

– กองทุนเสี่ยงสูง – เพื่อผลตอบแทนที่มากขึ้น

เป็นอีกวิธีช่วยให้เงินออมของลูกเติบโตตามเป้าหมายได้

การเตรียมเงินเพื่อการศึกษาลูกเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องวางแผนล่วงหน้า ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งได้เปรียบ และมีตัวเลือกวิธีการออมหลากหลายให้เลือกตามความเหมาะสมของแต่ละครอบครัว สิ่งสำคัญคือต้องมีการวางแผนที่ชัดเจน คำนึงถึงเงินเฟ้อ และมีการป้องกันความเสี่ยงด้วยประกันชีวิต เพื่อให้มั่นใจว่าลูกจะได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด

พบกับ “โคชหนุ่ม” และ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digital

รับชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/-zZvsNiInsY