วิกฤตหนัก! โรงพยาบาลรัฐ 218 แห่ง เงินบำรุงติดลบ – แพทย์หนีออกจากระบบ | เงินทองของจริง

/
/
/
วิกฤตหนัก! โรงพยาบาลรัฐ 218 แห่ง เงินบำรุงติดลบ – แพทย์หนีออกจากระบบ | เงินทองของจริง
ระบบสาธารณสุขของประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ที่เรียกได้ว่าเป็นปัญหาเร่งด่วน เมื่อแพทย์จำนวนมากเลือกที่จะลาออกจากโรงพยาบาลรัฐ ทำให้เกิดการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์อย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการให้บริการรักษาพยาบาลแก่ประชาชน
 
สาเหตุหลักของปัญหาแพทย์ขาดแคลน
 
ปัญหาแพทย์ขาดแคลนในระบบสาธารณสุขไทยเกิดจากปัจจัยหลายประการที่สะสมมาเป็นเวลานาน ได้แก่:
 
ภาระงานหนักเกินขีดจำกัด – แพทย์ต้องทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมง และต้องอยู่เวรนอกเวลาราชการอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ
 
ความต้องการแพทย์เพิ่มขึ้น – ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างต้องการแพทย์มากขึ้น ขณะที่การผลิตแพทย์ใหม่ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างเพียงพอ
 
การย้ายไปยังโรงพยาบาลใหม่ในกรุงเทพฯ – แพทย์จำนวนมากเลือกที่จะย้ายมาทำงานในกรุงเทพฯ ทำให้หลายจังหวัดเผชิญกับการขาดแคลนแพทย์อย่างหนัก
 
วิกฤตการเงินของโรงพยาบาลรัฐ
 
นอกจากปัญหาการขาดแคลนบุคลากรแล้ว โรงพยาบาลรัฐยังต้องเผชิญกับปัญหาทางการเงินที่รุนแรง ข้อมูลล่าสุดจากเดือนเมษายนที่ผ่านมาเผยให้เห็นภาพที่น่าวิตกอย่างมาก:
 
– โรงพยาบาลรัฐ 218 แห่ง จากทั้งหมดประมาณ 900 แห่ง มีเงินบำรุงติดลบ หมายความว่าหากต้องชำระหนี้ทั้งหมด จะไม่เหลือเงินสดไว้ในระบบเลย
– โรงพยาบาล 91 แห่ง แม้จะยังมีเงินบำรุงหลงเหลืออยู่ แต่มีไม่ถึง 5 ล้านบาท ทำให้ไม่สามารถรับมือกับวิกฤตใด ๆ ได้
 
ความไม่สมดุลระหว่างต้นทุนและรายได้
 
ผลการศึกษาต้นทุนของผู้ป่วยในที่ดำเนินการเก็บข้อมูลจากโรงพยาบาลทั่วประเทศนานถึง 5 ปี พบความไม่สมดุลที่น่าตกใจ:
 
– ต้นทุนเฉลี่ยต่อผู้ป่วยในหนึ่งราย 13,000 บาท
– เงินที่โรงพยาบาลรัฐได้รับจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพียง 8,350 บาท
– ข้อเสนอสำหรับปีงบประมาณ 2568 ลดลงเหลือเพียง 7,100 บาท
 
ความไม่สมดุลนี้สะท้อนให้เห็นว่าโรงพยาบาลรัฐต้องแบกรับภาระขาดทุนจากการรักษาผู้ป่วยแต่ละรายอยู่หลายพันบาท
 
ผลกระทบต่อประชาชน
 
หากระบบสาธารณสุขเกิดการล่มสลาย ประชาชนจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง การให้บริการของบุคลากรทางการแพทย์จะยากลำบากมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น คนไข้ที่ควรจะได้รับการเอ็กซเรย์ 2 ครั้ง อาจเหลือเพียง 1 ครั้ง การรอคิวการรักษาจะนานขึ้น และมีโอกาสที่จะได้รับการรักษาที่ไม่ทันการณ์
 
มาตรการของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา
 
กระทรวงสาธารณสุขได้หารือร่วมกับแพทยสภาเพื่อแก้วิกฤตแพทย์ขาดแคลน โดยมีแนวทางการแก้ไขเร่งด่วนหลายประการ
 
มาตรการเพิ่มแรงจูงใจ
– กำหนดพื้นที่พิเศษและเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับบุคลากร เช่น ลดระยะเวลาการใช้ทุนกรณีศึกษาต่อในระบบ
– พิจารณาเพิ่มค่าตอบแทนนอกเวลาราชการ (โอที) ในอัตรา 1.5 เท่า 2 เท่า หรือมากกว่านั้น
– ส่งเสริมสวัสดิการ เช่น บ้านพัก ค่าเดินทาง เพื่อจูงใจให้แพทย์อยู่ในระบบ
 
มาตรการเพิ่มกำลังคน
– เพิ่มจำนวนแพทย์เพิ่มพูนทักษะทั้งแบบฝึกภายในและร่วมฝึก
– ขอสนับสนุนแพทย์เฉพาะทางจากจังหวัดใกล้เคียงเพื่อเสริมกำลัง
– กำหนดตำแหน่งข้าราชการรองรับแพทย์จากสถาบันเอกชนและต่างประเทศ
 
มาตรการด้านเทคโนโลยี
– พัฒนาระบบบริการสุขภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Health) และ Telemedicine
– ขอความร่วมมือจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้สนับสนุนระบบเหล่านี้อย่างรวดเร็ว
 
การจัดหาแหล่งงบประมาณ
การจ่ายเงินพิเศษต้องใช้เงินบำรุงของโรงพยาบาล ซึ่งอาจไม่เพียงพอ ปัจจุบันมีการจัดสรรงบประมาณผ่านกองทุนระดับจังหวัดและระดับเขตเพื่อช่วยบรรเทาภาระ และกระทรวงสาธารณสุขกำลังพยายามจัดหางบประมาณเพิ่มเติมสำหรับประเด็นนี้
 
ข้อควรระวังในการนำมาตรการไปใช้
 
แม้จะมีมาตรการหลากหลาย แต่การนำไปใช้จริงต้องพิจารณาจากความจำเป็นจริงของพื้นที่ หากขยายไปมากเกินไป อาจเกิดปัญหาแพทย์ไหลออกจากพื้นที่อื่นได้ จึงต้องมีกรอบเกณฑ์กำกับไว้อย่างรัดกุม
 
ทางออกที่ต้องร่วมมือกัน
 
การแก้ไขปัญหาระบบสาธารณสุขไทยต้องดำเนินการอย่างตรงจุด ระบบหลักประกันสุขภาพถือเป็นสิ่งที่ดี แต่ปัญหาเรื่องกำลังคน ทั้งหมอและพยาบาล ต้องผลิตและกระจายให้เพียงพอด้วย
 
การดูแลระบบสุขภาพไม่ใช่เพียงหน้าที่ของแพทย์หรือรัฐเท่านั้น แต่เป็นหน้าที่ร่วมกันของทุกภาคส่วน ประชาชนทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้โดย:
 
– การดูแลสุขภาพตนเอง – ป้องกันไม่ให้เจ็บป่วย
– การใช้สิทธิรักษาอย่างรู้คุณค่า – ไม่ใช้บริการโดยไม่จำเป็น
– การสนับสนุนนโยบายสาธารณสุข – ร่วมมือในการพัฒนาระบบให้ยั่งยืน
 
เพียงเท่านี้ เราทุกคนก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขวิกฤตระบบสาธารณสุขไทย และช่วยให้ประชาชนทุกคนได้รับการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพและเท่าเทียมกันต่อไป
 
พบกับ “โคชหนุ่ม” และ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digital
 
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/AUYVCm3M9GI?si=5axAhoMqzBuiJzYW