นโยบายช่วยเหลือชาวนาข้าว: ทางออกสำหรับปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำ | เงินทองของจริง

/
/
/
นโยบายช่วยเหลือชาวนาข้าว: ทางออกสำหรับปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำ | เงินทองของจริง
ปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลให้กับเกษตรกรชาวนาทั่วประเทศ ในขณะที่ต้นทุนการผลิตยังคงสูง แต่ราคาขายไม่สามารถตอบสนองความต้องการของเกษตรกรได้อย่างเพียงพอ รัฐบาลจึงได้ออกมาตรการช่วยเหลือหลายโครงการเพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าว
 
สถานการณ์ข้าวโลกและข้าวไทยปัจจุบัน
 
ภาพรวมข้าวโลก
ในปีการผลิต 2568/69 คาดการณ์ว่าการบริโภคข้าวทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นมากกว่าการผลิต ทำให้อุปสงค์เพิ่มเร็วกว่าอุปทาน ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาข้าวในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย
 
สถานการณ์ข้าวไทย
ข้าวนาปรัง ปี 2568
– เก็บเกี่ยวแล้ว 96% ประมาณ 8.2 ล้านตัน
 
ข้าวนาปี ปี 2568/69
– คาดมีพื้นที่เพาะปลูกลดลงเล็กน้อย แต่ผลผลิตเพิ่มขึ้น
– สาเหตุจากฝนดี น้ำเพียงพอ 
– ผลผลิต 72% จะออกสู่ตลาดช่วง พ.ย.–ธ.ค. นี้
 
ความต้องการใช้ข้าวภายในประเทศ
– ในปี 2568/69 ลดลง 2% เหลือ 28.66 ล้านตันจากปีก่อน
– การบริโภคของคนไทยยังคงลดลง เฉลี่ย 73.41 กิโลกรัมต่อคนต่อปี
 
การส่งออกข้าวไทย (มี.ค. – พ.ค. 2568)
– มีปริมาณ 3.05 ล้านตัน คิดเป็น 41% ของเป้าหมายทั้งปี
– ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 26%
– สาเหตุจากการแข่งขันด้านราคากับประเทศคู่แข่ง และความต้องการนำเข้าที่ชะลอตัวในอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์
 
มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว
 
คณะกรรมการนโยบayและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ได้พิจารณามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2568/69 รวม 4 โครงการ วงเงินรวมกว่า 5หมื่นล้านบาท โดยให้กรมการค้าภายในดำเนินงานร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
 
1. โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี
– ให้เกษตรกรเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉางของตนเอง 1–5 เดือน
– ได้รับค่าฝากเก็บ 1,500 บาท/ตัน
– ให้สินเชื่อตามราคาข้าวแต่ละชนิด:
  – ข้าวหอมมะลิ: 13,000 บาท/ตัน
  – ข้าวเจ้า: 8,000 บาท/ตัน
  – ข้าวเหนียว: 10,000 บาท/ตัน
– วงเงินกว่า 9,000 ล้านบาท
 
2. โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม
– ธ.ก.ส. ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่สถาบันเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ
– วงเงินกว่า 600 ล้านบาท
 
3. โครงการชดเชยดอกเบี้ยผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก
– โรงสีที่เก็บสต็อกข้าวไว้ 2–6 เดือน 
– รัฐชดเชยดอกเบี้ย 3% ต่อปี
– วงเงินกว่า 600 ล้านบาท
 
4. โครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีและส่งเสริมการเพาะปลูกให้เหมาะสมพื้นที่
วงเงินกว่า 30,000 ล้านบาท แบ่งเป็น
– สนับสนุนเกษตรกรโดยตรง 500 บาท/ไร่ ไม่เกิน 10 ไร่
– สนับสนุนค่าปัจจัยการผลิตผ่านแอป BAAC Mobile ในอัตราที่เท่ากัน
– ช่วยเหลือการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกที่ไม่เหมาะสม 1,500 บาท/ไร่
 
นอกจากนี้ยังมีการมอบหมายให้กรมการค้าภายในและกรมการค้าต่างประเทศ หารือเพื่อเสนอโครงการเพิ่มช่องทางในการระบายผลผลิตสู่ต่างประเทศ
 
ความเพียงพอของมาตรการต่อต้นทุนการทำนา
 
โครงสร้างต้นทุน-รายได้การทำนา
ข้อมูลเปิดเผยแสดงให้เห็นว่า
– ต้นทุนการปลูกข้าวเฉลี่ย 4,000 บาท/ไร่
– รายได้เฉลี่ย 5,000 บาท/ไร่
– กำไรสุทธิ 1,000 บาท/ไร่
 
ความท้าทายที่เกษตรกรเผชิญ
แม้ตัวเลขจะดูเป็นบวก แต่ความจริงมีชาวนาน้อยรายที่สามารถทำกำไรได้จริง โดยเฉพาะในฤดูกาลที่ราคาข้าวตกต่ำ หลายครั้งแค่หวังให้คุ้มทุนก็ถือว่าดีแล้ว
 
ต้นทุนหลักประกอบด้วย
– ค่าแรง
– ค่าเมล็ดพันธุ์
– ค่าภาษีที่ดิน (สำหรับเจ้าของที่ดิน)
– ค่าเช่าที่ดิน (สำหรับผู้ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง)
 
ความเสี่ยงเพิ่มเติม
– ภัยพิบัติจากธรรมชาติ (น้ำแล้ง, น้ำท่วม)
– ภัยจากศัตรูพืช
– ต้นทุนดอกเบี้ยและหนี้สินจากการกู้เงินทำนา
 
แนวทางการปฏิรูประบบข้าวไทยในระยะยาว
 
คณะกรรมการศึกษาแนวทางการปฏิรูประบบและพัฒนาข้าวไทย มหาวิทยาลัยรังสิต เสนอแนวทางการปฏิรูป โดยเน้นการทำให้ชาวนาได้กำไรสูงสุดด้วยการลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มผลผลิตต่อไร่ แทนการมุ่งเน้นการให้ราคาสูงสุด
 
ข้อเสนอแนะหลัก
1. ยกเลิกนโยบายแทรกแซงตลาดข้าวและแทรกแซงราคาข้าว
2. หากจำเป็นต้องช่วยชาวนารายย่อย ควรใช้
   – นโยบายประกันรายได้
   – อุดหนุนประกันภัยพืชผล
3. ส่งเสริมการปลูกข้าวคุณภาพสูงที่ตลาดต้องการ
4. เปลี่ยนแนวคิดจาก “การปลูกข้าวเพื่อกินอิ่ม” เป็น “ปลูกข้าวที่กินอร่อย”
 
มาตรการช่วยเหลือชาวนาที่รัฐบาลประกาศใช้ด้วยวงเงินรวมกว่า 50,000 ล้านบาท เป็นการตอบสนองต่อปัญหาเฉพาะหน้า แต่สำหรับความยั่งยืนในระยะยาว การปฏิรูประบบข้าวไทยให้เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพ จะเป็นทางออกที่ดีกว่าการพึ่งพานโยบายแทรกแซงราคาเพียงอย่างเดียว
 
การช่วยเหลือครั้งนี้จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เกษตรกรควรใช้โอกาสนี้ในการวางแผนการเงินและปรับปรุงวิธีการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้สามารถยืนหยัดได้ในตลาดข้าวที่มีการแข่งขันสูงในอนาคต
 
พบกับ “โคชหนุ่ม” และ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 – 8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digitall
 
 
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่