ถอดรหัสบัตรเครดิต: เข้าใจดอกเบี้ยและเคล็ดลับการใช้อย่างคุ้มค่า | เงินทองของจริง

/
/
/
ถอดรหัสบัตรเครดิต: เข้าใจดอกเบี้ยและเคล็ดลับการใช้อย่างคุ้มค่า | เงินทองของจริง

บัตรเครดิตถือเป็นสินเชื่อกลุ่มแรก ๆ ที่หลายคนสามารถเข้าถึงได้ไม่ยาก แต่ก่อนจะใช้ คุณควรทำความเข้าใจวิธีการคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นหนี้ที่ไม่จำเป็น

ข้อควรรู้เกี่ยวกับดอกเบี้ยบัตรเครดิต

ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้ออกบัตรสามารถคิดดอกเบี้ยจากการใช้สินเชื่อบัตรเครดิตได้สูงสุด 16% ต่อปี และคิดดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการสำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลได้สูงสุด 25% ต่อปี (มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563)

จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า 58% ของคนวัยเริ่มทำงาน (อายุ 25-39 ปี) เป็นหนี้ และ 1 ใน 4 เป็นหนี้เสีย (NPL) โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้บัตรเครดิต หนี้ส่วนบุคคล และหนี้รถยนต์/มอเตอร์ไซค์

ประโยชน์ของการใช้บัตรเครดิตอย่างเหมาะสม

การใช้บัตรเครดิตอย่างถูกวิธีสามารถเพิ่มความสะดวกในชีวิตประจำวันและมีข้อดีหลายประการ

– เพิ่มความสะดวกในการใช้จ่าย

– ลดความเสี่ยงจากการถือเงินสดจำนวนมาก

– ติดตามและควบคุมค่าใช้จ่ายได้จากใบแจ้งหนี้

– เป็นแหล่งเงินทุนระยะสั้นที่ไม่มีดอกเบี้ย หากใช้อย่างถูกวิธี

ระยะปลอดดอกเบี้ย (Grace Period) คืออะไร ?

ระยะปลอดดอกเบี้ยบัตรเครดิต คือช่วงเวลาที่ผู้ถือบัตรสามารถใช้วงเงินในบัตรเครดิตโดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย หากชำระคืนเต็มจำนวนภายในกำหนดเวลา ระยะเวลานี้มักอยู่ระหว่าง 45-55 วัน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของธนาคารผู้ให้บริการ

ตัวอย่าง: หากคุณใช้บัตรเครดิตซื้อสินค้าราคา 80,000 บาท ในวันที่ 2 ตุลาคม และครบกำหนดชำระหนี้วันที่ 15 พฤศจิกายน แต่คุณชำระล่าช้าในวันที่ 30 พฤศจิกายน ธนาคารจะเริ่มคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม (วันที่ทำรายการซื้อสินค้า) ไม่ใช่วันครบกำหนดชำระ ทำให้ต้องเสียดอกเบี้ยเป็นเวลา 60 วัน หรือเท่ากับ 2,104 บาท

วิธีคำนวณดอกเบี้ยบัตรเครดิต

กรณีที่ 1: จ่ายขั้นต่ำ แต่ตรงเวลา

เมื่อชำระขั้นต่ำตามกำหนด การคิดดอกเบี้ยจะแบ่งเป็น 2 ส่วน

ดอกเบี้ยเงินต้น – คิดจากยอดใช้จ่ายทั้งหมด

ดอกเบี้ยค้างชำระ – คิดจากยอดที่ยังไม่ได้ชำระ

ตัวอย่าง: คุณรูดซื้อสินค้า 10,000 บาท เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม โดยบัตรเครดิตสรุปยอดทุกวันที่ 25 ของเดือน และครบกำหนดชำระเงินทุกวันที่ 10 ของเดือนถัดไป ดอกเบี้ย 16% ต่อปี

วันที่ 10 พฤศจิกายน คุณชำระขั้นต่ำ 10% คิดเป็นเงิน 1,000 บาท

ดอกเบี้ยเงินต้น: 10,000 × 16% × 36/365 = 157.80 บาท

(36 วัน คือ วันที่ 5 ตุลาคม – 10 พฤศจิกายน)

ดอกเบี้ยค้างชำระ: 9,000 × 16% × 15/365 = 63.12 บาท

(ยอดค้างชำระ 9,000 บาท คิดดอกเบี้ย 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 – 25 พฤศจิกายน)

รวมดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในรอบถัดไป: 157.80 + 63.12 = 220.92 บาท

ดังนั้น ในรอบชำระวันที่ 10 ธันวาคม คุณจะมียอดคงค้างพร้อมดอกเบี้ย: 9,000 + 220.92 = 9,220.92 บาท

กรณีที่ 2: จ่ายเต็มจำนวน แต่ไม่ตรงเวลา

แม้จะชำระเต็มจำนวน แต่หากไม่ตรงเวลา คุณยังถูกคิดดอกเบี้ยของยอดทั้งหมดตั้งแต่วันที่ใช้บัตรจนถึงวันที่ชำระ

ตัวอย่าง: คุณรูด 30,000 บาท ดอกเบี้ย 16% และชำระล่าช้า 45 วัน

ดอกเบี้ย: 30,000 × 16% × 45/365 = 591.78 บาท

ค่าธรรมเนียมการทวงถามหนี้: ประมาณ 100 บาท + VAT 7% = 107 บาท

รวมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ต้องจ่าย: 591.78 + 107 = 698.78 บาท

กรณีที่ 3: เบิกเงินสดล่วงหน้า

การเบิกเงินสดจากบัตรเครดิตไม่มีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย และต้องเสียค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสดประมาณ 3% ของจำนวนเงินที่เบิก

ตัวอย่าง: คุณเบิกเงินสด 10,000 บาท วันที่ 2 กันยายน และชำระคืนวันที่ 28 กันยายน (26 วัน) ดอกเบี้ย 16%

ดอกเบี้ย: 10,000 × 16% × 26/365 = 113.97 บาท

ค่าธรรมเนียมการเบิกเงินสด: 10,000 × 3% = 300 บาท

รวมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ต้องจ่าย: 113.97 + 300 = 413.97 บาท

คำแนะนำการใช้บัตรเครดิตอย่างชาญฉลาด

วิธีใช้บัตรเครดิตที่ถูกต้องและดีที่สุด คือ “รูดเท่าไร จ่ายเต็มจำนวนในกำหนดเวลา” เราจะไม่เสียดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมใดๆ และยังได้ประโยชน์จากระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยอีกด้วย

ใช้บัตรเครดิตให้เป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีประโยชน์ ไม่ใช่กับดักที่นำไปสู่หนี้สินล้นพ้นตัว การเข้าใจวิธีคำนวณดอกเบี้ยและใช้บัตรอย่างมีวินัยจะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากบัตรเครดิตอย่างแท้จริง

พบกับ “โคชหนุ่ม” และ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digital

IFrame

รับชมผ่าน YouTube ได้ที่  https://youtu.be/fJ7llraOyU0?si=77M3SgWUqacuq401