แนวทางการลงทุนระยะยาว: ในยุคปัจจุบัน พฤติกรรมของนักลงทุนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่กว่า 99% มักมุ่งเน้นการเก็งกำไรระยะสั้น ไม่ว่าจะเป็นคริปโทเคอร์เรนซีหรือหุ้นซิ่งที่มีความผันผวนสูง โดยหวังผลตอบแทนที่รวดเร็ว เช่น กำไร 50% ใน 3 เดือน หรือ 100% ใน 1 ปี สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากมุมมองที่ว่า การวางแผนเพื่อการเกษียณในอีก 30 กว่าปีข้างหน้าเป็นเรื่องไกลตัว จึงเน้นการสร้างรายได้รวดเร็วในระยะสั้นก่อน
อย่างไรก็ดี การลงทุนระยะยาวนั้นทำได้ง่ายและมีความเสี่ยงต่ำกว่าอย่างมาก เนื่องจากราคาหุ้นระยะสั้นทั้งแบบรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน มีความผันผวนสูง คาดเดายาก และเปรียบเสมือนเกมเดาทาง ในทางกลับกัน การมองภาพระยะยาว 10 ถึง 50 ปี ชัดเจนกว่ามาก เพราะการเติบโตทางเศรษฐกิจ ผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) และเทคโนโลยี ย่อมมีแนวโน้มขยายใหญ่กว่าปัจจุบันเสมอ
หัวใจสำคัญของการสร้างความมั่งคั่งระยะยาวคือ “ดอกเบี้ยทบต้น” (Compounding) โดยไม่จำเป็นต้องตั้งเป้าผลตอบแทนสูงเกินจริง เพียงทำผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 10% ถึง 15% อย่างสม่ำเสมอ แล้วปล่อยให้เงินทำงานทบต้นสะสมต่อเนื่อง 10 ถึง 30 ปี เงินต้นก็ขยายมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่าได้ ดังตัวอย่างการลงทุนในดัชนีหุ้นต่างประเทศ เช่น Index Fund ของ NASDAQ ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งให้ผลตอบแทนเติบโตเป็นเท่าตัว โดยไม่ต้องเสียเวลาวิ่งไล่จับตามเทรนด์ระยะสั้น
สำหรับการจัดพอร์ตการลงทุน หากจำเป็นต้องเลือกแนวทางเดียว การลงทุนระยะยาวถือเป็นทางเลือกที่สำคัญที่สุด เพราะช่วยให้ผู้ลงทุนมีเวลาไปทำธุรกิจ หรือทำงานที่รักได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องคอยเฝ้าหน้าจอ เปรียบเสมือนการซื้อทองคำสะสมไปเรื่อยๆ เพื่อเก็บเป็นสินทรัพย์ระยะยาว
แต่ในชีวิตจริง นักลงทุนสามารถบริหารพอร์ตแบบผสมผสานได้ทั้งสองรูปแบบ ดังนี้
1. พอร์ตระยะยาว: จัดเป็นพอร์ตหลักในการสร้างความมั่งคั่ง ปล่อยให้เงินทำงานทบต้นไป โดยไม่ต้องติดตามใกล้ชิดตลอดเวลา
2. พอร์ตระยะสั้น: ใช้เงินส่วนน้อยที่ยอมรับการสูญเสียได้ ประโยชน์สำคัญคือช่วยให้ผู้ลงทุนได้ติดตามข่าวสารและเทรนด์ของตลาดอยู่เสมอ เมื่อเกิดเหตุการณ์ตลาดปรับฐานแรง (Correction 20-30%) ในระยะเวลาสั้นๆ จะสามารถนำข้อมูลมาปรับพอร์ตระยะยาวได้อย่างทันท่วงที
นอกจากนี้ อุปสรรคสำคัญที่ทำให้หลายคนไม่สำเร็จในการลงทุนระยะยาว คือ “จิตวิทยาการลงทุน” เนื่องจากการถือยาวมักถูกมองว่าไม่สนุก น่าเบื่อ และไม่เห็นกำไรทันที ประกอบกับ Influencer บนโซเชียลมีเดียมักโชว์เฉพาะผลกำไรจากการเทรดสั้น แต่ไม่เคยเปิดเผยช่วงเวลาที่ขาดทุนหนัก ความเครียด หรือความล้มเหลวให้เห็น ส่งผลให้นักลงทุนหลงทิศทางและสูญเสียโอกาส
ดังนั้น ผู้ที่ต้องการสร้างความมั่นคงทางการเงิน จึงต้องยึดมั่นในวินัยและแผนการลงทุนระยะยาวที่วางไว้ ไม่หวั่นไหวไปกับกระแสชั่วคราวบนโลกออนไลน์ เพื่อให้พลังของกาลเวลาและดอกเบี้ยทบต้นทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.20 – 08.30 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 09.10 – 09.20 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital













