AI พลิกเกมเศรษฐกิจไทย: ในขณะที่เศรษฐกิจทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างหนักจากปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบในตลาดโลกหายไปสูงสุดถึง 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน
วิกฤตการณ์ครั้งนี้ได้สร้างแรงกระแทกด้านพลังงานอย่างรุนแรง และส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังต้นทุนการผลิต ค่าขนส่ง รวมถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจในวงกว้าง
สถานการณ์ที่กดดันนี้ทำให้ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ต้องตัดสินใจปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลงเหลือ 4.6% โดยประเทศที่พึ่งพาการบริโภคภายในและเผชิญราคาสินค้าโภคภัณฑ์สูงอย่างฟิลิปปินส์ ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจนถูกปรับลดจีดีพีลงเหลือเพียง 3.8%
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางวิกฤตที่กำลังบั่นทอนเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศอาเซียน กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ชี้ให้เห็นถึงความหวังใหม่ที่มาจาก “ห่วงโซ่เทคโนโลยีโลก”
โดยระบุว่าผลกระทบจากภาวะช็อกด้านพลังงานนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเท่าเทียมกันทุกประเทศ เนื่องจากระบบเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์ สามารถต้านทานผลกระทบและยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง
ข้อมูลที่น่าจับตามองคือ ปัจจุบันประเทศไทยได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งใน 4 ประเทศหลักของโลกร่วมกับเกาหลีใต้ มาเลเซีย และไต้หวัน ในฐานะผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI รายใหญ่ที่สุด
จากศักยภาพอันโดดเด่นในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดังกล่าว IMF จึงได้ประกาศปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของประเทศไทยในปี 2569 ขึ้นอีก 0.4 จุดเปอร์เซ็นต์
ส่งผลให้จีดีพีของไทยขยับขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 1.9% ปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญไม่ได้มีเพียงแค่การส่งออกสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการลงทุนภาคเอกชนที่เพิ่มสูงขึ้น และการขยายตัวอย่างรวดเร็วของธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center)
นอกจากประเทศไทยแล้ว เวียดนามก็เป็นอีกหนึ่งประเทศในภูมิภาคที่ได้รับการปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตขึ้นเป็น 7.5% ด้วยอานิสงส์จากกลุ่มเทคโนโลยีเช่นเดียวกัน ซึ่งท่าทีบวกนี้สอดคล้องกับ ADB ที่ยังคงประมาณการเศรษฐกิจของไทย เวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ไว้ในระดับเดิม ท่ามกลางการปรับลดคาดการณ์ของประเทศอื่นๆ
แม้ประเทศไทยจะมีเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งจากอุตสาหกรรม AI แต่การฟื้นตัวของภูมิภาคโดยรวมยังคงมีความเสี่ยง ADB ได้เตือนว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในเอเชียมีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อต่อไป
เนื่องจากต้นทุนปัจจัยการผลิตขั้นพื้นฐาน ทั้งพลังงาน ปุ๋ย ก๊าซธรรมชาติ และค่าไฟฟ้า จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาอีกหลายเดือนกว่าที่ภาระเหล่านี้จะถูกส่งผ่านไปยังผู้บริโภคอย่างเต็มที่
ดังนั้น ความไม่แน่นอนของตลาดพลังงานโลกและการยกระดับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง จะยังคงเป็นตัวแปรความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดต่อทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเอเชียไปจนถึงปี 2570
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






