โลกหันกลับหานิวเคลียร์: ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านพลังงาน อุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์กำลังกลับมาได้รับความสนใจและมีแนวโน้มที่จะขยายตัวอย่างก้าวกระโดด รายงานจาก BloombergNEF ระบุว่า กำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นถึงร้อยละ 44 ในช่วง 10 ปีข้างหน้า
การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญนี้คาดว่าจะผลักดันให้กำลังการผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นไปแตะระดับ 535 กิกะวัตต์ภายในปี 2036 ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาซึ่งมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 372 กิกะวัตต์
ปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการพุ่งทะยานของพลังงานนิวเคลียร์มีหลากหลายประการ ประการแรกคือความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม การเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้ระบบไฟฟ้าในครัวเรือน ไปจนถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสมัยใหม่
โดยเฉพาะเทคโนโลยี AI และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่กินไฟมหาศาล นอกจากนี้ ความร่วมมือระดับนานาชาติในการจัดการกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยังเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้เกิดความต้องการพลังงานสะอาดที่ปราศจากคาร์บอน
ปัจจัยเหล่านี้ ประกอบกับการที่สังคมเปิดรับและยอมรับพลังงานนิวเคลียร์มากขึ้น ได้ส่งผลให้รัฐบาลและบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าทั่วโลกเริ่มหันกลับมาทบทวนและปรับเปลี่ยนนโยบายที่เคยเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาพลังงานประเภทนี้ในอดีต
ในสมรภูมิการแข่งขันนี้ ประเทศที่โดดเด่นที่สุดคือ จีนและอินเดียที่แสดงความมุ่งมั่นอย่างจริงจังในการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศจีน ข้อมูล ณ สิ้นปี 2025 ชี้ให้เห็นว่า จีนมีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างด้วยกำลังการผลิตรวมสูงถึง 59 กิกะวัตต์
ยิ่งไปกว่านั้น จีนยังมีแผนการที่จะขยายกำลังการผลิตรวมให้แตะระดับ 102 กิกะวัตต์ภายในช่วงสิ้นทศวรรษนี้ ซึ่งหากสำเร็จ จีนจะสามารถแซงหน้าสหรัฐอเมริกา และผงาดขึ้นเป็นประเทศที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์มากที่สุดในโลก
อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมจะดูสดใส แต่การเติบโตนี้ก็ยังคงเผชิญกับอุปสรรคสำคัญ นั่นคือกระบวนการอนุมัติทางกฎหมายที่ล่าช้า ซึ่งมักเป็นสาเหตุที่ทำให้โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหม่ๆ ต้องหยุดชะงัก
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือสหรัฐอเมริกา แม้รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ จะให้การสนับสนุนเทคโนโลยีนิวเคลียร์อย่างเต็มที่ แต่ปัจจุบันกลับมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชิงพาณิชย์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างเพียงแห่งเดียวเท่านั้น
ถึงกระนั้น BNEF ก็ยังคงคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตจะเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในอีก 10 ปีข้างหน้า ดังที่รายงานได้ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า พลังงานนิวเคลียร์ที่เคยตกอยู่ในภาวะ “ย่ำอยู่กับที่” มาอย่างยาวนานนับตั้งแต่เกิดภัยพิบัติฟุกุชิมะในปี 2011
ปัจจุบันสถานการณ์ดังกล่าวกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปต่อจากนี้ อุตสาหกรรมนี้กำลังเตรียมพร้อมที่จะกลับมาเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของพลังงานโลกอีกครั้ง
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






