BIS ชี้โลกเข้าสู่จุดเปราะบางใหม่: ธนาคารเพื่อการชำระบัญชีระหว่างประเทศ (BIS) ได้เผยแพร่รายงานเศรษฐกิจประจำปีที่ส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนถึงความเสี่ยงที่ซับซ้อนและทับซ้อนกัน ซึ่งกำลังกดดัน เศรษฐกิจโลก อย่างหนักในปัจจุบัน
แม้ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาจะแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่น แต่ BIS ชี้ว่าโลกกำลังเผชิญกับปัญหาฐานะทางการคลังที่ตึงตัวและความเปราะบางทางการเงิน ซึ่งผู้กำหนดนโยบายต้องเร่งดำเนินมาตรการอย่างเด็ดขาดเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจโดยรวมเอาไว้
ความเสี่ยงแรกที่กำลังเป็นที่จับตามองคือ กระแส “ฟองสบู่ AI” ที่อาจนำไปสู่ภาวะลงทุนเกินตัว (Overinvestment) แม้ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นความคาดหวังเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แต่การหลั่งไหลของเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดและปัญหาคอขวดของห่วงโซ่อุปทาน ถือเป็นความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดวงจรฟองสบู่แตกได้
ที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือ การระดมทุนในอุตสาหกรรม AI ปัจจุบันได้เริ่มพึ่งพาการก่อหนี้และโครงสร้างทางการเงินที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งยิ่งเพิ่มความเปราะบางให้กับระบบ นอกจากนี้เทคโนโลยีดังกล่าวยังสร้างความกังวลด้านผลกระทบต่อการจ้างงานอีกด้วย
ความเปราะบางประการที่สองคือ ความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะกลับมาพุ่งสูงและฝังรากลึก ปัญหาการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นตัวเร่งให้ความคาดหวังเรื่องเงินเฟ้อฝังรากลึกทั้งในภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ ปาโบล เอร์นานเดซ เดอ กอส ผู้จัดการใหญ่ของ BIS เน้นย้ำว่าธนาคารกลางทั่วโลกจะต้องตื่นตัวและพร้อมเข้าดำเนินการทันทีที่เห็นสัญญาณว่าการควบคุมเงินเฟ้อเริ่มหลุดกรอบ
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความกังวลนี้ ยังคงมีข่าวดีที่โลกสามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์เลวร้ายขั้นสุดด้านพลังงานมาได้ จากการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
จุดเปราะบางที่สามซึ่งถือเป็นระเบิดเวลาสำคัญคือ วิกฤตหนี้สาธารณะที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ในขณะที่มูลค่าสินทรัพย์พุ่งสูงเกินจริงและความชะล่าใจของนักลงทุนมีมากขึ้น ตลาดพันธบัตรรัฐบาลกลับถูกครอบงำโดยกองทุน Hedge Fund ที่มีอัตราทดทางการเงินสูง (Highly Leveraged)
สิ่งนี้ได้ก่อให้เกิดความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “ความเชื่อมโยงระหว่างหนี้สาธารณะและเสถียรภาพทางการเงิน” แฟรงก์ สเมตส์ จาก BIS อธิบายว่าความเชื่อมโยงนี้มีความอันตรายอย่างยิ่ง เพราะอาจทำให้มูลค่าพันธบัตรรัฐบาลลดลงอย่างรุนแรงและผันผวนบ่อยครั้ง นำไปสู่ภาวะทางการเงินที่ตึงตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
เพื่อรับมือกับพายุเศรษฐกิจลูกนี้ BIS เรียกร้องด้วยความเร่งด่วนให้ประเทศเศรษฐกิจหลัก เร่งลดระดับหนี้สินลง เนื่องจากหนี้จำนวนมากถูกถือครองโดยสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร ผู้กำหนดนโยบายต้องบูรณาการมาตรการต่างๆ ให้สอดคล้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดแรงฉุดและแรงผลักที่ขัดแย้งกันเอง
โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการรักษา “เสถียรภาพด้านราคา” ควบคู่ไปกับความยั่งยืนทางการคลังและการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ท้ายที่สุด BIS ได้ฝากข้อคิดเตือนใจว่า ทุกภาคส่วนต้องลงมือแก้ปัญหาตั้งแต่วันนี้ เพราะการผัดวันประกันพรุ่งมีแต่จะทำให้ต้นทุนในการฟื้นฟูเศรษฐกิจพุ่งสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






