“โรงแยกก๊าซธรรมชาติ” ห่วงโซ่สำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มสู่เศรษฐกิจไทย

/
/
/
“โรงแยกก๊าซธรรมชาติ” ห่วงโซ่สำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มสู่เศรษฐกิจไทย

โรงแยกก๊าซธรรมชาติ: ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่การนำมาเผาไหม้เพื่อผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าเท่านั้น แต่มูลค่าที่แท้จริงซึ่งซ่อนอยู่คือ สารประกอบไฮโดรคาร์บอน อันเป็นต้นน้ำของวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ก๊าซธรรมชาติที่พบในอ่าวไทยส่วนใหญ่นั้นจัดอยู่ในกลุ่ม “ก๊าซเปียก” (Wet Gas) 

ซึ่งแตกต่างจากก๊าซที่นำเข้าจากเมียนมาหรือก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่เป็น “ก๊าซแห้ง” (Dry Gas) ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมี “โรงแยกก๊าซธรรมชาติ” เพื่อทำหน้าที่คัดแยกสารไฮโดรคาร์บอนที่มีมูลค่าสูงเหล่านี้ออกมาใช้ประโยชน์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด แทนที่จะนำไปเผาเป็นเชื้อเพลิงทิ้งไปเพียงอย่างเดียว

กระบวนการของโรงแยกก๊าซฯ จะเริ่มจากการนำสิ่งเจือปน เช่น น้ำและปรอทออก จากนั้นจึงแยกสารไฮโดรคาร์บอนชนิดต่างๆ ออกมาเพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบตั้งต้น ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากโรงแยกก๊าซฯ มีความหลากหลายและสามารถนำไปต่อยอดเป็นสินค้าในชีวิตประจำวันได้ ดังนี้

มีเทน (C1): เป็นผลิตภัณฑ์หลักที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า เชื้อเพลิงในภาคอุตสาหกรรม และก๊าซ NGV สำหรับยานยนต์

อีเทน (C2): ถือเป็นวัตถุดิบยุทธศาสตร์ของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โดยถูกนำไปผลิตเป็นเม็ดพลาสติกโพลิเอทิลีน (PE) เพื่อทำขวดพลาสติก ฟิล์มบรรจุภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์

โพรเพน (C3): ใช้ผลิตพลาสติก PP ชิ้นส่วนรถยนต์ แบตเตอรี่ และกาวอุตสาหกรรม

โพรเพนและบิวเทน (LPG): เมื่อนำมาผสมกันจะได้ก๊าซหุงต้มในครัวเรือน รวมถึงเชื้อเพลิงสำหรับยานยนต์และอุตสาหกรรม

เพนเทน NGL และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂): สามารถนำไปเป็นส่วนผสมน้ำมันสำเร็จรูป อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ทำน้ำแข็งแห้ง และใช้ในโครงการฝนหลวง

การนำทรัพยากรเข้าสู่กระบวนการแปรรูปอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่โรงแยกก๊าซฯ ไปจนถึงอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นปลาย และออกมาเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคนั้น สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้มหาศาลถึง 10-25 เท่า โดยมูลค่าของผลิตภัณฑ์จะก้าวกระโดดจากระดับ 300-450 ดอลลาร์ต่อตัน ไปสู่ระดับ 3,000-13,000 ดอลลาร์ต่อตัน

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมปิโตรเคมียังมีบทบาทสำคัญในการสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทย โดยก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนสูงถึง 1.252 ล้านล้านบาท และสร้างรายได้ 836,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)

ตลอดจนสร้างมูลค่าการส่งออกได้ถึง 5.7% ของมูลค่าการส่งออกรวม อุตสาหกรรมเหล่านี้ยังเป็นห่วงโซ่สำคัญที่เชื่อมโยงไปสู่ภาคการผลิตอื่นๆ ทั้งยานยนต์ สิ่งทอ บรรจุภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ก่อสร้าง และการเกษตร

ดังนั้น “โรงแยกก๊าซฯ” จึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในการเปลี่ยนทรัพยากรธรรมชาติให้กลายเป็นวัตถุดิบอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุด การมีอยู่ของโรงแยกก๊าซฯ สะท้อนถึงความตั้งใจที่จะจัดสรรทรัพยากรเพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ประชาชาติ ก่อให้เกิดการลงทุน และสร้างรายได้จากภาษีกลับคืนสู่รัฐ ซึ่งล้วนเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างแท้จริง

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital