เงินหายไปไหน ? ปัญหาคลาสสิกของคนยุคนี้คือการตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เงินหายไปไหนหมด?” และทำไมหาเงินมาได้เท่าไหร่ก็รู้สึกว่าไม่เคยพอใช้ มาร่วมไขคำตอบและทำความเข้าใจพฤติกรรมการเงินผ่านมุมมองของ ทิน โชคกมลกิจ และ โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์ ที่จะมาช่วยปรับวิถีคิด แก้ปัญหาหนี้สิน และสร้างความมั่นคงทางการเงินไปพร้อมกัน
กับดักโซเชียลมีเดียและไลฟ์สไตล์ที่ต้อง “ดูดี”
ในยุคที่โซเชียลมีเดียมีอิทธิพลอย่างมากต่อการใช้ชีวิต ผู้คนมักจะเห็นไลฟ์สไตล์ของคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นดารา อินฟลูเอนเซอร์ หรือแม้แต่เพื่อนฝูงรอบตัว ทำให้เกิดการเปรียบเทียบและอยากมีชีวิตที่ดูดีเหมือนคนเหล่านั้น
ความกดดันทางสังคมนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้ที่มีรายได้น้อยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลุ่มคนที่มีรายได้สูง เช่น กลุ่มแพทย์ ที่บางครั้งก็รู้สึกกดดันว่าต้องซื้อบ้านราคาหลักสิบล้านเพื่อให้ทัดเทียมกับเพื่อนฝูงในวงการเดียวกัน สิ่งเหล่านี้กระตุ้นให้เกิดพฤติกรรม “การใช้จ่ายเกินตัว” เพียงเพื่อต้องการได้รับการยอมรับหรือเพื่อไม่ให้รู้สึกแปลกแยกจากสังคม
สร้างสมดุลระหว่าง “ความสุข” และ “วินัยทางการเงิน”
การทำงานหนักย่อมทำให้เราอยากให้รางวัลตัวเอง ซึ่งการใช้จ่ายเพื่อความสุขหรือการมีช่วงเวลาที่ “ฟุ่มเฟือย” บ้าง (เช่น การรับประทานอาหารมื้อพิเศษราคาแพงเป็นบางครั้ง) ไม่ใช่เรื่องผิดและเป็นธรรมชาติของมนุษย์ แต่หัวใจสำคัญคือ ต้องไม่เกินตัว
การใช้จ่ายที่เกินตัวคือการซื้อของที่ตัวเองจ่ายไม่ไหวจนต้องไปกู้หนี้ยืมสิน ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาทางการเงินในระยะยาว ดังนั้น การบริหารเงินที่ดีจึงต้องนำ “ความสุข” มาจับคู่กับ “วินัยทางการเงิน” ให้ได้อย่างลงตัว
เทคนิคการจัดสรรเงินอย่างเป็นระบบ
เพื่อให้มีเงินเหลือเก็บและยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข การจัดสรรงบประมาณ (Budgeting) คือสิ่งที่ไม่ควรละเลย โดยมีหลักการง่ายๆ ดังนี้
กันเงินสำหรับสิ่งจำเป็นก่อน: เมื่อมีรายได้เข้ามา ต้องจัดสรรเงินสำหรับค่าใช้จ่ายพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตก่อนเป็นอันดับแรก เช่น ค่าอาหาร ค่าที่อยู่อาศัย และค่าเดินทาง
บริหารเงินส่วนที่เหลือเพื่อความสุข: เงินที่เหลือจากการหักค่าใช้จ่ายจำเป็น ค่อยนำมาจัดสรรเพื่อซื้อสิ่งที่อยากได้ หากเงินส่วนนี้มีเพียงพอก็สามารถซื้อของชิ้นนั้นเพื่อเป็นความสุขให้ตัวเองได้ทันที
ฝึกความอดทนและการรอคอย: หากเงินที่เหลือยังมีไม่พอซื้อสิ่งที่ต้องการ ให้ใช้วิธี “เก็บหอมรอมริบ” เช่น เก็บเงินสะสมไปสัก 5-6 เดือน เมื่อถึงเวลาที่เงินครบ หากยังมีความอยากได้อยู่ก็ค่อยตัดสินใจซื้อ หลายครั้งเมื่อเวลาผ่านไป ความอยากได้เหล่านั้นอาจลดลงหรือหายไปเอง ทำให้ประหยัดเงินส่วนนี้ไปได้
ตั้งสติก่อนซื้อ: ระวังการถูกกระตุ้นจากคำโฆษณาประเภท “ของมันต้องมี” บางสิ่งบางอย่างเราอาจไม่เคยรู้จักหรือต้องการมันเลยจนกระทั่งได้เห็นรีวิว การพิจารณาให้ถี่ถ้วนว่าสิ่งนั้นมีความจำเป็นต่อเราจริงๆ หรือไม่ จะช่วยลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นได้มาก
ช้อปปิ้งอย่างฉลาด พร้อมสนับสนุนเศรษฐกิจไทย
นอกจากการวางแผนการเงินส่วนบุคคลแล้ว การเลือกช่องทางการใช้จ่ายที่คุ้มค่ายังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้อีกทาง หนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจคือการอุดหนุนสินค้าจากผู้ประกอบการ SME ไทย ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Thailand Postmart ของไปรษณีย์ไทย ซึ่งรวบรวมสินค้าคุณภาพจากทั่วประเทศไว้ในที่เดียว เป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานราก และหลายครั้งยังมีโปรโมชั่นส่วนลดพิเศษที่ช่วยให้ผู้บริโภคประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้นอีกด้วย
การวางแผนการเงินไม่ได้หมายถึงการตระหนี่ถี่เหนียวจนขาดความสุขในชีวิต แต่คือการรู้จักตัวเอง รู้จักจัดลำดับความสำคัญ และใช้จ่ายอย่างมีสติ เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือการมีชีวิตที่มั่นคงและปราศจากหนี้สินที่เกินตัว
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






