กาตาร์ – UAE: ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลาง ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของการขนส่งพลังงานโลกได้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เกือบจะ “ปิดตาย”
อย่างไรก็ตาม กาตาร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้เริ่มปฏิบัติการที่เปี่ยมไปด้วยความเสี่ยง เพื่อลำเลียง ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ออกจากอ่าวเปอร์เซียอย่างเงียบ ๆ เพื่อประคองห่วงโซ่พลังงานโลกไม่ให้พังทลาย
ยุทธวิธี “ปิดสัญญาณ” เลี่ยงการตรวจจับ กลยุทธ์หลักที่เรือบรรทุกก๊าซเหล่านี้ใช้คือการ “ปิดเครื่องส่งสัญญาณระบุตำแหน่ง” เพื่อพรางตัวจากการถูกตรวจจับและหลีกเลี่ยงการถูกโจมตีหรือขัดขวางจากฝ่ายต่าง ๆ ในพื้นที่ขัดแย้ง
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเรือ “Al Rayyan” ของกาตาร์ ซึ่งหายไปจากระบบติดตามตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ขณะจอดใกล้โรงงาน Ras Laffan ก่อนจะปรากฏตัวอีกครั้งทางตอนเหนือของเมืองมัสกัต ประเทศโอมาน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยมีจุดหมายปลายทางคือ ประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้ซื้อ LNG รายใหญ่ที่สุดของกาตาร์
นอกจากเรือ Al Rayyan ยังมีเรือ “Fuwairit” ที่ใช้วิธีเดียวกันในการล่องผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพื่อมุ่งหน้าไปยังปากีสถาน ขณะที่ทางฝั่ง UAE ก็ได้มีการขนส่งก๊าซจากเกาะ Das Island ไปยังประเทศอินเดียได้สำเร็จในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเช่นกัน
ความสำคัญของเส้นทางและผลกระทบจากสงคราม ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางที่รองรับการขนส่ง LNG ราว 1 ใน 5 ของปริมาณการค้าทั่วโลก แต่ปัจจุบันกลับอยู่ในสภาพที่เกือบจะถูกปิดโดยสมบูรณ์
เนื่องจากการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังคงไร้ข้อยุติ ประกอบกับการใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลของทั้งสองฝ่าย แม้ว่าการลอบส่งก๊าซจะประสบความสำเร็จในบางเที่ยวเรือ แต่เมื่อเทียบกับสถานการณ์ก่อนเกิดสงคราม ปริมาณการค้ายังถือว่าลดลงอย่างมหาศาล
ข้อมูลสถิติระบุว่า นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่าน มีเรือบรรทุกก๊าซเพียง 7 เที่ยว เท่านั้นที่สามารถเล็ดลอดผ่านช่องแคบออกมาได้ ซึ่งขัดแย้งกับสภาวะปกติที่มีเรือวิ่งผ่านเฉลี่ยถึงวันละ 3 ลำ การลดลงอย่างฮวบฮาบนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของความมั่นคงทางพลังงานในเอเชีย ซึ่งต้องพึ่งพาพลังงานจากภูมิภาคนี้เป็นหลัก
แม้บริษัทเดินเรือยักษ์ใหญ่อย่าง Kawasaki Kisen Kaisha และ Mitsui OSK Lines รวมถึงหน่วยงานรัฐอย่าง QatarEnergy จะยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อปฏิบัติการเหล่านี้ แต่ความพยายามของพวกเขาแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการระบายเชื้อเพลิงที่ติดค้างอยู่ในภูมิภาคนับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์
ตราบใดที่สถานการณ์ความขัดแย้งยังไม่คลี่คลาย โลกอาจต้องเห็นการขนส่งพลังงานในลักษณะ “สเตลธ์” (Stealth) หรือการลอบขนส่งในเงามืดเช่นนี้ต่อไป เพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตพลังงานลุกลามจนเกินเยียวยา
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






