EV ไทยโตแรง: สถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยในเดือนเมษายน 2569 เผยให้เห็นภาพความเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่น โดยตอกย้ำถึงความนิยมของยานยนต์ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้น สวนทางกับตลาดส่งออกที่กำลังเผชิญหน้ากับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างหนักหน่วง
สำหรับยอดการผลิตรถยนต์รวมในเดือนนี้อยู่ที่ 103,794 คัน ลดลงเล็กน้อยร้อยละ 0.44 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม หากมองในภาพรวมการผลิตสะสมในช่วง 4 เดือนแรกของปี ยังถือว่าอุตสาหกรรมนี้อยู่ในแดนบวก โดยมีตัวเลขผลิตสะสมอยู่ที่ 473,545 คัน หรือขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4
ไฮไลต์สำคัญในเดือนนี้คือ การขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของตลาดรถยนต์ในประเทศที่มียอดขายรวม 48,394 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.54 ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของตลาดยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยเฉพาะรถยนต์นั่งประเภทแบตเตอรี่ (BEV) ที่มียอดขายทะยานขึ้นถึงร้อยละ 27.35 หรือจำนวน 13,882 คัน ครองสัดส่วนร้อยละ 28.69 ของยอดขายทั้งหมด
ความสำเร็จนี้เกิดจากการทยอยส่งมอบรถยนต์ที่ได้รับยอดจองล่วงหน้าจากงานมอเตอร์โชว์ ประกอบกับวิกฤตพลังงานที่ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวแพงขึ้น ผู้บริโภคจึงหันมาให้ความสนใจรถ EV อย่างเห็นได้ชัด
ข้อมูลนี้สอดคล้องกับยอดจดทะเบียนสะสมของรถ BEV ทั่วประเทศที่พุ่งทะลุ 447,351 คัน หรือเติบโตก้าวกระโดดถึงร้อยละ 67.63 นอกจากนี้ รถยนต์ไฮบริด (HEV) ก็มีอัตราเติบโตสูงถึงร้อยละ 41.75 เช่นกัน
ในทางกลับกัน รถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE) กำลังเผชิญภาวะถดถอย โดยมียอดขายในประเทศหดตัวลงอย่างหนักถึงร้อยละ 35.18 ส่วนตลาดรถกระบะก็ยังคงชะลอตัว ลดลงร้อยละ 10.11 อันเนื่องมาจากความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อและกำลังซื้อที่อ่อนแอ
ทว่า สิ่งที่น่าจับตามองคือ การผลิตรถกระบะไฟฟ้า (BEV) ที่กลับขยายตัวเพิ่มขึ้นสูงถึง 6,150% สะท้อนถึงโอกาสใหม่ในตลาดรถยนต์เชิงพาณิชย์
ทางด้านตลาดต่างประเทศ ภาคการส่งออกตกอยู่ในสภาวะที่น่าเป็นห่วง โดยมียอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปลดลงร้อยละ 8.43 เหลือเพียง 60,190 คัน สาเหตุหลักมาจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน รวมไปถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงทำให้ยอดส่งออกไปยังตลาดหลักอย่างตะวันออกกลางดิ่งลงถึงร้อยละ 91.76 หรือหายไปกว่า 11,053 คัน แม้ว่าตลาดในภูมิภาคเอเชีย ออสเตรเลีย หรืออเมริกาเหนือจะยังคงขยายตัว แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะทดแทนยอดที่สูญเสียไปในตะวันออกกลางได้
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้เตือนว่า หากสงครามลากยาวเกินกว่า 3 เดือน เป้าหมายการส่งออกรถยนต์ของไทยอาจไม่เป็นไปตามที่วางไว้ นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากต้นทุนชิ้นส่วนยานยนต์ที่อาจมีราคาแพงขึ้น ซึ่งจะซ้ำเติมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี
อุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาสแรกที่ร้อยละ 2.8 ตลอดจนมาตรการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ที่คาดว่าจะเป็นกลไกช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและการจ้างงานในระยะยาวต่อไป
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






