กกพ. เตรียมปรับโครงสร้าง: ในปัจจุบันต้นทุนและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างกว้างขวาง ล่าสุด คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) นำโดย ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าในการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้ารูปแบบใหม่
โดยทางสำนักงาน กกพ. ได้ผนึกกำลังร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ซึ่งประกอบด้วยการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ในการจัดทำข้อเสนอเพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้าจำนวน 4 กรณีศึกษา
เป้าหมายสำคัญของการดำเนินการในครั้งนี้ คือการปรับปรุงโครงสร้างค่าไฟให้สอดรับกับนโยบายของภาครัฐ และเป็นไปตามกฎหมายการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 โดยยึดหลักการสะท้อนต้นทุนที่เหมาะสม มีความโปร่งใส และให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งผู้ใช้และผู้ให้บริการ
แกนหลักของการปรับโครงสร้างใหม่คือการใช้ระบบ “อัตราก้าวหน้า” (Progressive Rate) ซึ่งมีหัวใจสำคัญคือ ยิ่งมีการใช้ไฟมาก ก็จะยิ่งจ่ายในอัตราที่แพงขึ้นตามลำดับขั้น นโยบายนี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงการประหยัดพลังงานและหันมาใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
แม้จะมีการนำระบบอัตราก้าวหน้ามาใช้เพื่อเพิ่มภาระให้กับกลุ่มที่ใช้ไฟฟ้าสูง แต่ กกพ. ก็ยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าน้อย โดยทั้ง 4 โมเดลที่นำเสนอ ล้วนมีหลักการร่วมกันคือ การตรึงอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับการใช้งานใน 200 หน่วยแรก ให้มีราคาไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย
ทั้งนี้ การคำนวณอัตราก้าวหน้าดังกล่าวจะคิดเฉพาะในส่วนของค่าพลังงานไฟฟ้าในแต่ละช่วงการใช้ไฟฟ้า (Block) เท่านั้น โดยจะยังไม่รวมถึงค่าบริการรายเดือน ค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) และภาษีมูลค่าเพิ่ม
สำหรับรายละเอียดของข้อเสนอทั้ง 4 โมเดล สามารถแบ่งออกเป็น 2 แนวทางหลัก ได้แก่
- แนวทางแรก (กรณีศึกษาที่ 1 และ 2): เป็นโมเดลที่มุ่งเป้าไปที่บ้านซึ่งมีการใช้ไฟฟ้าในปริมาณสูงมาก โดยจะเริ่มปรับอัตราค่าไฟฟ้าให้แพงกว่าระดับปัจจุบัน สำหรับบ้านที่ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 400 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป
- แนวทางที่สอง (กรณีศึกษาที่ 3 และ 4): เป็นโมเดลที่ปรับเกณฑ์ลงมาให้เข้มงวดขึ้น โดยจะเริ่มปรับอัตราค่าไฟให้สูงกว่าระดับปัจจุบัน สำหรับบ้านที่มีการใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 200 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป
การพิจารณานำโมเดลใดมาบังคับใช้นั้น จะต้องคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้ใช้ไฟฟ้าแต่ละกลุ่ม รวมถึงต้องประเมินถึงเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม แนวทางทั้งหมดยังคงเป็นเพียงข้อเสนอเบื้องต้น สำนักงาน กกพ. จึงได้เปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม จนถึง 5 มิถุนายน 2569ก่อนที่จะนำข้อมูลทั้งหมดไปรวบรวม วิเคราะห์ และพิจารณาประกาศใช้ตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital





