วิกฤติพลังงาน หนุนมหาอำนาจเอเชียเทขายพันธบัตรสหรัฐฯ เพื่อพยุงค่าเงิน

/
/
/
วิกฤติพลังงาน หนุนมหาอำนาจเอเชียเทขายพันธบัตรสหรัฐฯ เพื่อพยุงค่าเงิน

วิกฤติพลังงาน หนุนมหาอำนาจเอเชียเทขายพันธบัตรสหรัฐฯ เพื่อพยุงค่าเงิน

วิกฤติพลังงาน: ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สถานการณ์เศรษฐกิจโลกเผชิญกับความผันผวนอย่างหนัก สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า ประเทศญี่ปุ่นและจีนได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกามากที่สุด ปรากฏการณ์นี้เป็นผลสืบเนื่องโดยตรงจากสงครามในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ปะทุขึ้น ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

วิกฤติด้านพลังงานที่เกิดขึ้นทำให้หลายประเทศในภูมิภาคเอเชียที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย โดยเฉพาะญี่ปุ่น ต้องเผชิญกับ “ภาวะช็อกด้านพลังงาน” ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ผลกระทบที่ตามมาคือสกุลเงินเอเชีย รวมถึงเงินเยน อ่อนค่าลงอย่างรุนแรง 

สถานการณ์บีบบังคับให้ผู้กำหนดนโยบายและธนาคารกลางของประเทศเหล่านี้ จำเป็นต้องเทขายทุนสำรองที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์ รวมถึงพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ออกมาเพื่อนำเงินไปแทรกแซงและพยุงค่าเงินท้องถิ่นของตนเอง

จากข้อมูลของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ พบว่า จีนได้ลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ ลงประมาณ 6% จากเดือนกุมภาพันธ์ เหลือเพียง 652,300 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2008 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ประเมินว่าตัวเลขทางการนี้อาจต่ำกว่าความเป็นจริง เนื่องจากจีนมักใช้ช่องทางอื่น เช่น ศูนย์รับฝากสินทรัพย์ในประเทศเบลเยียมและลักเซมเบิร์ก ในการถือครองแทน 

ทางด้าน ญี่ปุ่น ซึ่งครองตำแหน่งผู้ถือครองหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ รายใหญ่ที่สุดในโลก ก็ได้ปรับลดการถือครองลงราว 4.7 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ยอดคงเหลืออยู่ที่ 1.191 ล้านล้านดอลลาร์ ในขณะที่ภาพรวมการถือครองพันธบัตรของชาวต่างชาติทั่วโลกก็ลดลงจาก 9.49 ล้านล้านดอลลาร์ เหลือ 9.25 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนเดียวกัน

นายเฟรเดอริก นอยมันน์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์เอเชียจาก HSBC ให้ความเห็นว่า ท่ามกลางความปั่นป่วนของตลาด ธนาคารกลางมักจะปรับพอร์ตการลงทุนโดยขายพันธบัตรและหันไปถือครอง “สินทรัพย์คล้ายเงินสด” เพื่อเสริมสภาพคล่องไว้รองรับการแทรกแซงตลาดเงิน 

การเทขายนี้ไม่เพียงแต่เพื่อพยุงค่าเงินเท่านั้น แต่ยังมาจากความกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นตาม แต่มูลค่าของพันธบัตรกลับลดลง สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ นักลงทุนต่างชาติขาดทุนจากมูลค่าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวไปถึง 1.421 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียว

ท้ายที่สุดแล้ว แรงสั่นสะเทือนจากวิกฤติครั้งนี้ได้จุดประเด็นที่น่าสนใจในวงการเศรษฐกิจโลกว่า หากความขัดแย้งและภาวะผันผวนนี้ยังคงยืดเยื้อต่อไป โลกอาจกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการ “ลดการพึ่งพาหนี้สหรัฐฯ” ซึ่งถือเป็นตลาดพันธบัตรที่ใหญ่ที่สุดของโลกอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital

บทความที่เกี่ยวข้อง

รายการอื่นๆ

ถกไม่เถียง, คิดฝัน, เงินทองของจริง

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ? เจาะต้นทุนแฝงที่ร้านค้ามักมองข้าม 

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ?: การทำธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสชาติหรือคุณภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยทำสินค้าได้ดีเยี่ยมและมีลูกค้าสนใจ...

ค่าเช่าหลักล้านคุ้มไหม ? เมื่อทำเลคือการลงทุนสร้างแบรนด์

ค่าเช่าหลักล้าน: ในโลกธุรกิจปัจจุบัน สินค้าที่ดีอาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ร้านอยู่รอดและเติบโต สิ่งที่ช่วยตัดสินว่าธุรกิจจะไปได้ไกลแค่ไหนคือกลยุทธ์การตลาดและการเลือกทำเลที่ตั้ง...

ออมสิน ขานรับนโยบายรัฐ ช่วยลูกหนี้น้ำท่วมตั้งหลัก พักหนี้ – ไม่คิดดอกเบี้ย 3 เดือนยกระดับสินเชื่อเติมทุนซ่อมบ้าน – ฟื้นอาชีพ – ฟื้นกิจการ ดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า...

หลุด “น้ำเงิน” แตกคอ ? ขุด “นาฬิกาหรู-สามีพันล้าน” สกัดพ่อ “ไอเดียร์” ชิงเก้าอี้ รมว. !

เจาะลึกปมร้อนตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและธุรกิจสามี “ส.ส.ไอเดียร์” สุชาดา ถูกโยงเว็บพนันต่างประเทศ...

จากมนุษย์เงินเดือน สู่เจ้าของแบรนด์ขนมปัง “ปังเว่อร์”

จากมนุษย์เงินเดือน: หลายคนที่ทำงานประจำมานาน มักมีช่วงเวลาหนึ่งที่เริ่มถามตัวเองว่า “เราจะอยู่แบบนี้ไปตลอดหรือเปล่า”...